mainstand

Feature

ร็อคกีที่มีชีวิต : เกมชีวิตของ วินซ์ พาเปล จากคนตกงาน สู่วีรบุรุษแห่งฟิลาเดลเฟีย



พูดถึงชื่อของนักกีฬาที่สร้างแรงบันดาลใจมากที่สุด ชื่อของ “ร็อคกี บัลบัว” คงผุดขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อนักชกรองบ่อนจากเมืองฟิลาเดลเฟียผู้นี้ ได้ฝ่าฝันอุปสรรคและคู่ต่อสู้มากมาย จนกลายเป็นที่จดจำราวกับตำนาน


 

ร็อคกีสร้างความหวังแก่คนทั่วโลก จนหลายคนลืมไปแล้วว่า เขาคือตัวละครในหนังที่ไม่เคยมีชีวิตจริง แต่ถึงอย่างนั้น เมืองฟิลาเดลเฟีย ยังมีเรื่องราวของนักกีฬาอีกคน ที่ชีวิตไม่ต่างจากร็อคกี และผู้ชายคนนี้มีชีวิตจริงบนโลกของเรา

Main Stand บอกเล่าเรื่องราวของ วินซ์ พาเปล (Vince Papale) ตำนานทีม ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ที่ฝ่าฟันเกมชีวิตจากคนตกงาน ต้องเลี้ยงชีพจากการเป็นบาร์เทนเดอร์ สู่บทบาทนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลอาชีพ ในวัยที่ใครหลายคนมองว่าสายเกินไป

เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของชายคนนี้เป็นอย่างไร ติดตามไปพร้อมกับเรา

 

ลูกเป็ดไม่ขี้เหร่

วินซ์ พาเปล เกิดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 1946 ที่เขตเดลาแวร์เคาน์ตี รัฐเพนซิลเวเนีย เขามีสายเลือดนักกีฬาสืบทอดมาจากคุณแม่ ที่เคยเป็นนักกีฬาเบสบอลระดับอาชีพ ในช่วงยุค 1930’s


Photo : www.chasingthefrog.com

หากเปรียบเทียบ วินซ์ พาเปล เป็นสิ่งมีชีวิตสักชนิด “เป็ด” คือสัตว์ที่จำกัดความสามารถของเขาได้ดีที่สุด พาเปลเล่นกีฬาหลากหลายชนิดในช่วงไฮสคูล ตั้งแต่ อเมริกันฟุตบอล, บาสเกตบอล จนถึง กรีฑา

กีฬาที่เป็ดตัวนี้ทำผลงานได้ดีที่สุดคือ กรีฑา พาเปลรับตำแหน่งกัปตันทีมในการศึกษาชั้นปีสุดท้าย ลงแข่งขัน District-I Large-Schools Championship รายการแข่งขันวิ่งของนักเรียนในรัฐเพนซิลเวเนีย

พาเปลโชว์ผลงานน่าประทับใจในการแข่งขันหลากหลายประเภท ทั้ง กระโดดค้ำถ่อ วิ่งข้ามรั้ว และ วิ่งกระโดดไกล จนคว้ารางวัลนักกีฬาที่มีผลงานโดดเด่น พร้อมกับทิ้งสถิติกระโดดค้ำถ่อสูง 12 เมตร 9 นิ้ว อันเป็นสถิติระดับท็อป 10 ของรายการ

หากถามว่าทำไมพาเปลถึงทำผลงานได้ดีขนาดนั้น ในการแข่งขันกรีฑารูปแบบหลากหลายทั้งประเภทลู่และลาน ร่างกายของเขาคือคำตอบ ในช่วงเรียนไฮสคูล พาเปล สูง 170 เซนติเมตร หนัก 72 กิโลกรัม ถือเป็นชายหนุ่มรูปร่างเล็ก ที่เต็มไปด้วยความคล่องแคล่ว และปราดเปรียว เหมาะสมกับการแข่งขันกรีฑา

สรีระที่เหมือนของขวัญจากพระเจ้า กลับกลายเป็นคำสาปของโดยไม่รู้ตัว ร่างกายของพาเปลไม่เหมาะกับการเล่นกีฬาอเมริกันฟุตบอล ที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายในการเข้าปะทะแม้แต่น้อย นั่นทำให้พาเปลมีโอกาสลงเล่นช่วยทีมอเมริกันฟุตบอลของโรงเรียนเพียงปีเดียวเท่านั้น


Photo : wfl.charlottehornetswfl.com

เรื่องราวดังกล่าวคงไม่เป็นปัญหาในชีวิตของพาเปล หากเขาไม่หลงรักกีฬาอเมริกันฟุตบอลสุดหัวใจ พาเปลคือแฟนตัวยงของ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ (Philadelphia Eagles) ทีมอเมริกันฟุตบอลประจำรัฐเพนซิลเวเนีย และฝันลงเล่นฟุตบอลภายใต้สัญลักษณ์นกอินทรีสักครั้ง

ความจริงสวนทางกับความต้องการ พาเปลยอมรับว่าตัวเองไม่สามารถเป็นนักกีฬาอเมริกันฟุตบอลได้ เขาเลือกรับทุนศึกษาต่อที่วิทยาลัย St. Josephs จากการเป็นนักกรีฑาฝีเท้าเยี่ยม พร้อมทิ้งความฝันนักอเมริกันฟุตบอลไว้เบื้องหลัง เนื่องจากวิทยาลัย St. Josephs ไม่มีทีมอเมริกันฟุตบอลประจำสถาบัน

หากคุณไม่เคยผ่านการเล่นอเมริกันฟุตบอลในระดับมหาวิทยาลัย การเข้าสู่ลีกอาชีพอย่าง NFL แทบจะเป็นไปไม่ได้ เส้นทางของพาเปลกับเกมคนชนคนจึงเป็นเส้นขนาน เขาเอาดีทางการศึกษาจนจบปริญญาสาขาบริหารธุรกิจ ก่อนประกอบอาชีพเป็นครูสอนวิชาการตลาด ในโรงเรียนอินเตอร์โบโร ย่านชานเมืองฟิลาเดลเฟีย

วินซ์ พาเปล กำลังมีชีวิตที่มั่นคง ในฐานะมนุษย์เงินเดือนเหมือนคนทั่วไป เขาไม่รู้เลยว่าไม่กี่ปีข้างหน้า ชีวิตของเขาต้องเจอจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะต้องกลับไปทำสิ่งที่ตัวเอง “รัก” และ “โง่” ที่สุดอีกครั้ง

 

การตัดสินใจที่โง่ที่สุด

ฤดูใบไม้ผลิ ปี 1974 ท่ามกลางแสงแดด และอากาศแจ่มใสในเมืองฟิลาเดลเฟีย วินซ์ พาเปล เผชิญหน้ากับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อเขาถูกไล่ออกจากการเป็นครูที่โรงเรียนอินเตอร์โบโร แบบไม่ทราบสาเหตุ


Photo : www.nbautographs.com

พาเปลเดินเตะฝุ่นหางานอยู่สักพัก เขาจึงพบใบประกาศรับสมัครบาร์เทนเดอร์ติดอยู่หน้าร้าน Monkster's Club บาร์ขนาดเล็กในเพนซิลเวเนีย พาเปลเดินเข้าไปในร้านแล้วใช้ความสามารถทั้งหมดที่มี (ในการชงเหล้า) มัดใจผู้จัดการร้านจนได้งานอีกครั้ง

จากครูที่เคยสอนเด็กให้มีความรู้ พาเปลกลับกลายเป็นคนชงเหล้าไร้อนาคต สภาพจิตใจของเขาไม่สู้ดีนัก แถมสภาพการเงินของเขายิ่งย่ำแย่ พาเปลต้องหางานเสริมอีกอย่างเข้ามาในชีวิต งานที่ไม่เพียงแค่หาเงินได้มากขึ้น แต่ต้องคืนรอยยิ้มให้แก่ชีวิตอีกครั้ง

กีฬาอเมริกันฟุตบอล คือคำตอบ พาเปลปัดฝุ่นรองเท้าเดินทางเข้าคัดตัวกับทีมประจำเมือง เขาผ่านการทดสอบแบบไม่มีปัญหา ได้รับการเซ็นสัญญาเป็นผู้เล่นของทีมในตำแหน่งปีกนอก (wide receiver) พาเปลได้เดินตามความฝันสมใจ ทั้งที่หันหลังให้กีฬาคนชนคนกว่า 10 ปี

แต่เดี๋ยวก่อน ไหนบอกว่าผู้เล่นที่ไม่ผ่านเกมในระดับมหาวิทยาลัย แทบไม่มีโอกาสลุย NFL แล้วพาเปลได้เซ็นสัญญากับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ง่ายขนาดนี้เลยหรือ? ไม่ใช่เลย เราไม่ได้กำลังพูดถึง ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ แต่ทีมประจำเมืองที่พาเปลไปเซ็นสัญญาคือ ฟิลาเดลเฟีย เบลล์ (Philadelphia Bell) ทีมจาก World Football League ลีกอเมริกันฟุตบอลใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งในปี 1974


Photo : www.vincepapale.com

“คุณทำสิ่งที่โง่ที่สุดในชีวิต เพราะก่อนหน้านี้คุณมีเงินใช้จ่ายมาตลอด แต่อยู่ดีๆ คุณก็มาอยู่จุดนี้ ทุกอย่างคุณที่เคยได้มันกลับหายไปหมด” พาเปลพูดถึงเหตุผลที่เขากลับไปเล่นอเมริกันฟุตบอลอีกครั้ง

การหวนคืนสู่สนามหญ้า คือการตัดสินใจที่ “โง่” ดั่งที่พาเปลว่า เขาทนเจ็บตัวในกีฬาที่อันตรายที่สุด เพื่อรายได้ตอบแทนน้อยนิด ซ้ำร้ายในปี 1975 ทีม ฟิลาเดลเฟีย เบลล์ ประกาศยุบทีมทั้งที่เพิ่งก่อตั้งได้ไม่ถึง 2 ปี พาเปลต้องกลับไปเป็นบาร์เทนเดอร์ชงเหล้าไร้ความหมายอีกครั้ง

ชีวิตที่กำลังตกต่ำสุดขีด พาเปลหมุนเงินไม่ทันใช้จนติดหนี้ เขาหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยสิ่งเดียวที่เหลืออยู่ คือกีฬาอเมริกันฟุตบอล พาเปลเล่นในลีกสมัครเล่นที่เรียกว่า บาร์ลีก (bar leagues) การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลของแก๊งขี้เหล้า ที่เน้นชนคนมากกว่าเล่นลูกฟุตบอล ภาพรถพยาบาลจอดรอข้างสนาม เพื่อรอรับผู้เล่นซี่โครงหัก จมูกแตก หรือฟันหลุด คือเรื่องปกติของเกมบาร์ลีก

พาเปลทำใจแล้วว่า ชีวิตของเขาคงไปไม่ไกลกว่านี้ และต้องจมปลักกับแฟนอเมริกันฟุตบอลขี้เหล้าที่ไม่มีอะไรนอกจากทีม ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ แต่เหมือนสวรรค์มีตา ทันทีที่พาเปลคิดถึงทีมอีเกิลส์ นกอินทรีมรกตตัวนี้ ก็บินมาหาเขาอย่างคาดไม่ถึง ...

 

หน้าใหม่วัย 30

สิ่งหนึ่งที่พาเปลไม่เคยรู้ คือตลอดช่วงเวลาที่เขาเล่นให้กับ ฟิลาเดลเฟีย เบลล์ ทีมอีเกิลส์ได้ส่งแมวมองเพื่อดูฟอร์มผู้เล่นที่มีแววจะเข้าสู่ลีกอันดับหนึ่งอย่าง NFL หลังจากเบลล์ปิดตัวลง อีเกิลส์จึงร่อนจดหมายหาผู้เล่นทุกคนที่มีศักยภาพพอจะก้าวสู่ระดับที่สูงกว่า หนึ่งในรายชื่อเหล่าคือ วินซ์ พาเปล


Photo : rapidcityjournal.com

“ผมต้องการเล่นให้อีเกิลส์เสมอ เพื่อนสนับสนุนผมให้ไปคัดตัว แต่ความจริงผมอยากทำมันอยู่แล้ว ผมแค่เก็บเรื่องนี้ไว้ เพราะผมไม่อยากให้คนอื่นมองว่าผมตื่นเต้นเหมือนตัวตลก” พาเปลเล่าถึงความรู้สึกที่ได้ไปคัดตัวกับอีเกิลส์

พาเปลเข้าสู่การคัดตัวประจำปี 1976 เขาเจอคนกว่า 800 คน หลายคนคือเพื่อนร่วมทีมเบลล์ที่คุ้นตา หลายคนพาเปลรู้สึกไม่คุ้นเคย พวกเขาดูไม่เหมือนนักกีฬาอาชีพ บางคนดูเหมือนคุณหมอ บางคนก็อ้วนลงพุง บางคนเด็กกว่าเขามาก เมื่อเทียบกับอายุของตัวเองคือ 30 ปี

พาเปลพิสูจน์ให้เห็นว่าอายุไม่ใช่อุปสรรค ในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง เขาวิ่งเต็มสปีด 40 หลา ด้วยระยะเวลา 4.5 วินาที ถือว่าน่าประทับใจมากสำหรับคนอายุขึ้นเลขสาม ยิ่งบวกกับผลงานตอนอยู่ทีมเบลล์ที่น่าประทับใจ เพราะในฤดูกาล 1974 พาเปลรับบอลรวม 121 หลา เฉลี่ยครั้งละ 13.4 หลา ต่อการรับหนึ่งครั้ง ยิ่งทำให้ชื่อของพาเปลอยู่ลิสต์ที่อีเกิลส์ต้องการเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีม


Photo : pinimg.com

“เมื่อถึงเวลาที่เราต้องตัดสินใจระหว่างเขา (พาเปล) กับปีกนอกคนอื่นในทีมพิเศษ เราตัดสินใจเลือกเขา เพราะว่าเขามีเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร” ดิค เวอร์มีล (Dick Vermeil) เฮดโค้ชของ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ เผยเหตุผลที่เลือกเซ็นสัญญาพาเปล

“อีกเหตุผลที่สำคัญ เขาคือคนที่ผูกพันกับแฟนย่านฟิลาเดลเฟียใต้ มันคือที่ตั้งสนามของเรา แต่แน่นอนที่สุด เราพิจารณาฝีมือเขาแล้วว่าไม่เป็นรองใคร”

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ พาเปลเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่แก่ NFL ด้วยการเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ผู้ไม่เคยมีประสบการณ์ในเกมระดับมหาวิทยาลัยที่เข้าสู่ลีกด้วยอายุมากที่สุด คือ 30 ปี พร้อมยึดตำแหน่งตัววิ่งในทีมพิเศษ ของทีม ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ ประจำฤดูกาล 1976

 

แรงบันดาลใจที่ถูกส่งต่อ

วินซ์ พาเปล ลงเล่นให้กับ ฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ 4 ฤดูกาล เขาลงเล่นเป็นตัวจริงใน 3 ปีแรก ก่อนที่จะได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ในปี 1979 จนต้องประกาศเลิกเล่นหลังจบฤดูกาลดังกล่าว


Photo : biografieonline.it

เรื่องราวของ วินซ์ พาเปล ยังถูกพูดถึงในหมู่แฟนอีเกิลส์ในฐานะ “ร็อคกี บัลบัว” ที่มีชีวิตจริง เรื่องราวของเขาถูกนำมาสร้างแรงบันดาลใจในภาพยนตร์เรื่อง Invincible ที่ มาร์ค วอห์ลเบิร์ก สวมบทเป็น วินซ์ พาเปล และออกฉายเมื่อปี 2006 ทำให้ชื่อของพาเปลยังถูกพูดถึงทุกวันนี้ในฐานะตำนานของทีมอีเกิลส์

ฉากพาเปลวิ่งพาบอลเข้าสู่เอนด์โซนจนเป็นทัชดาวน์ในช่วงท้ายเรื่อง คือภาพแห่งความประทับใจของทุกคนที่เคยดูหนังเรื่องนี้ แต่ความจริงแล้ว พาเปลไม่เคยทำทัชดาวน์ในชีวิตจริง และไม่เคยได้รับรางวัลพิเศษใดในฐานะนักอเมริกันฟุตบอล กล่าวอย่างตรงไปตรงมา เขาคือปีกนอกฝีมือธรรมดา ที่ไม่ดีพอจะเล่นในเกมปกติด้วยซ้ำ

แล้วทำไมผู้ชายคนนี้ถึงเป็นตำนาน? อิทธิพลจากภาพยนตร์คือคำตอบ เรื่องราวของ วินซ์ พาเปล คือคำตอบ เขาคือนักสู้ที่มีต้นกำเนิดจากเมืองฟิลาเดลเฟีย เหมือนกับร็อคกี สิ่งที่แตกต่างคือ ร็อคกีเป็นเพียงตัวละครในหนัง พาเปลคือบุคคลที่มีชีวิตจริง เรื่องดังกล่าวทำให้เขาพิเศษยิ่งกว่าตำนานนักมวยบนแผ่นฟิล์มเสียอีก

อีกหนึ่งเหตุผล พาเปลในหนังมีฝีมือที่เก่งกาจกว่าตัวจริง แม้แต่ตัวเขายังยอมรับในข้อนี้ เรื่องดังกล่าวทำให้คนจดจำภาพของ พาเปล ในหนัง มากกว่าการเล่นในชีวิตจริงของพาเปล ที่หาดูได้ยากกว่าหลายสิบเท่า

ภาพยนตร์ Invincible ที่ออกฉาย มีหลายอย่างที่ไม่ตรงกับความจริง ภาพยนตร์ไม่ได้เล่าชีวิตของพาเปล ขณะเล่นให้กับ ฟิลาเดลเฟีย เบลล์ นอกจากนี้ ยังแสดงภาพของพาเปลที่ใจกล้าไปคัดตัวกับอีเกิลส์ ทั้งที่ความจริงพาเปลได้รับคำเชิญ ให้ไปคัดตัวในฐานะผู้เล่นนอกลีกที่มีผลงาน


Photo : www.inquirer.com

ภาพยนตร์คือภาพยนตร์ บางสิ่งที่เห็นในหนังอาจเป็นเรื่องโกหก แต่ทุกฉากมีความสำคัญในการเล่าเรื่องในตัว พาเปลที่วิ่งทำทัชดาวน์ในหนัง อาจไม่เคยเกิดขึ้นในชีวิตจริง แต่นั่นคือภาพแทนของผู้ชายคนหนึ่งวิ่งฝ่าอุปสรรคมากมาย ที่โหดร้ายกว่าการปะทะในกีฬาอเมริกันฟุตบอล

ข้อความที่ถูกเผยแพร่ออกไปสู่สายตานักดูหนังทั่วโลก คือการสร้างแรงบันดาลใจ จากเรื่องราวของคนที่เจ็บปวดกับชีวิต พาเปลตกงาน และใช้ชีวิตอย่างไรความหมาย แต่เขาทำในสิ่งที่ใครหลายคนได้แค่ฝัน คือลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความจริง วิ่งชนกับทุกปัญหา จนกว่าจะวิ่งสู่เส้นชัยของชีวิตได้สำเร็จ

 

แหล่งอ้างอิง

http://www.vincepapale.com/realstory.html
https://www.chicagotribune.com/news/ct-xpm-2006-08-25-0608260004-story.html
http://www.chasingthefrog.com/reelfaces/invincible.php
https://bleacherreport.com/articles/124531-the-unembellished-story-of-vince-papale
https://sportzbonanza.com/bartender-says-hold-my-drink-tries-out-for-nfl-dominates/

ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง