mainstand

Feature

พลังลับดับ 'โกลเดน บอย'? : เชน มอสลี่ย์ นักชกคนเดียวที่ทำ เดอ ลา โฮย่า แพ้ 2 ครั้ง 2 ครา



"มวยมหาชน" เป็นคำที่ใช้เอ่ยถึงนักชกที่เป็นขวัญใจของแฟนหมัดมวยทั้งโลก นักมวยคนนั้นจะต้องเป็นคนเก่งมีฝีมือ และที่สำคัญคือต้องมีคาแร็คเตอร์ในแบบที่คนมองภาพเขาในฐานะพระเอก ส่วนคู่ชกของเขาก็ต้องรับบทตัวร้ายไปโดยปริยาย 


 

และหนึ่งในนั้นคือ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า แชมป์โลก 6 รุ่นที่ชาวอเมริกันคลั่งไคล้มากที่สุด ไม่ว่าใครจะเจอกับ เดอ ลา โฮย่า เขาคนนั้นจะถูกแช่งให้แพ้หรือไม่ก็โดนน็อคเอาต์ไปได้เสียก็ดี ... ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น

มีเพียงรายเดียวที่เป็นเหมือนของแสลง เป็นงูเหลือมกับเชือกกล้วยให้กับ "โกลเด้น บอย" เสมอมา แม้ว่าคนจะเชียร์ให้เขาแพ้สักแค่ไหนแต่ "ชูการ์" เชน มอสลี่ย์ ก็ต้องทำให้อเมริกันชนผิดหวังมาตลอดด้วยความลับ 1 ข้อที่ไม่มีใครรู้

เชน มอสลี่ย์ ทำอะไรกับ เดอ ลา โฮย่า และเคล็ดลับการเอาชนะแชมป์มหาชนของเขาคืออะไรกันแน่? ติดตามได้ที่นี่ 

 

นักชกเกิดผิดรุ่น

เชน มอสลี่ย์ และ ออสการ์ เดอ ลา โฮยา เป็นนักมวยที่ฝีมือดีเรื่องนี้ใครๆ ก็รู้ ทั้งคู่เกิดมาในยุคเดียวกัน เก่งกาจในระดับสมัครเล่นแบบไม่มีใครน้อยหน้าใคร นอกจากนี้ปีที่พวกเขาเทิร์นโปรเป็นนักชกอาชีพยังเป็นปีเดียวกันอีกต่างหากนั่นคือปี 1992 


Photo : www.thetitlefight.com

อย่างไรก็ตามทำไมชื่อเสียงทั้งคู่จึงต่างกันลิบลับ ชื่อของ ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า นั้นเป็นชื่อที่ "แมส" กว่าอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่คนที่ไม่ได้สนใจวงการหมัดมวยก็น่าจะพอได้ยินชื่อผ่านหูบ้าง แต่สำหรับ เชน มอสลี่ย์ นั้น หากไม่ใช่คอมวยตัวจริงก็ยากที่จะรู้จักมักคุ้นได้โดยง่าย 

เหตุผลนั้นมีหลายประการ 1 ในหลายข้อคือ ออสการ์ ผู้คว้าเหรียญทองมวยสากลสมัครเล่นให้ทัพนักกีฬาสหรัฐอเมริกาในกีฬาโอลิมปิกปี 1992 ถือสองสัญชาติ ทั้งอเมริกันและเม็กซิกันในตัว ดังนั้นกลุ่มที่ติดตามเขาจึงกว้างขวางกว่ามาก อีกทั้งการเป็น "พ่อรูปหล่อ" ที่ทำให้สาวๆ หลายคนหันมาดูมวย และสกิลการออกหน้ากล้องให้สัมภาษณ์แต่ละครั้งได้อย่างมีจังหวะจะโคนดูเป็นคนฉลาด 

ขณะที่ เชน มอสลี่ย์ นั้นมีความป๊อปน้อยกว่าเยอะ เพราะมาสายนักกีฬาเต็มตัว จุดเด่นของเขาคือเรื่องของลีลาการชกที่มีชั้นเชิง มีความแม่นยำ และการเคลื่อนไหวที่หาตัวจับยากจนบางไฟต์ไม่ต้องใช้การตั้งการ์ดเลยด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น เพราะคนนอกวงการมวยน้อยคนจะรู้จักเขา ส่วนหนึ่งก็เพราะตัวเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง เดอ ลา โฮย่า นั่นเอง


Photo : www.boxingnewsonline.net

เดอ ลา โฮย่า แจ้งเกิดกับการเป็นแชมป์โอลิมปิก และเทิร์นโปรพร้อมกับ เชน มอสลี่ย์ ก็จริง แต่ความอัจฉริยะของเขามันฉายแสงได้ไวกว่า หากจะเปรียบเทียบง่ายๆ คือ เดอ ลา โฮย่า เทิร์นโปรได้เพียง 2 ปี ก็คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่น จูเนียร์ไลท์เวต ได้แล้ว จากนั้นก็ตามมาติดๆ ด้วยการขยับรุ่นมาเป็น ไลท์เวต ภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี และสามารถป้องกันแชมป์ได้ถึง 6 ครั้งติดต่อกัน 

ความที่ เชน มอสลี่ย์ นั้นดังช้ากว่าทำให้ความนิยมไปตกอยู่กับผู้มาก่อนอย่าง เดอ ลา โฮย่า แทบจะทั้งหมด อีกทั้งเมื่อ เดอ ลา โฮย่า ขยับรุ่น ความนิยมก็ยังขยับตามไป แม้ว่าหลังจากนั้น เชน มอสลี่ย์ จะกลายเป็นแชมป์โลกรุ่นไลท์เวตของ IBF ได้ แต่ก็ถูกยกย่องน้อยกว่าที่ควร ทั้งๆ ที่ ณ เวลานั้นว่ากันว่า มีนักชกในรุ่นไลท์เวตเพียง 2-3 คน ที่สามารถยืนครบยกกับ มอสลี่ย์ ได้ ขณะที่คนอื่นๆ โดนเขาสอยยับพับสนามแบบสบายๆ

แต่ก็อย่างที่บอก เป็นเต้ยรุ่นนี้ไปก็ไม่ได้อะไร เดอ ลา โฮย่า เคยทำได้แล้ว แถมยังทำได้ตอนที่อายุน้อยกว่านี้ด้วย ซึ่งหาก เชน มอสลี่ย์ อยากจะให้สปอตไลท์สาดแสงมาที่เขาบ้างก็คงจะเหลืออยู่ทางเดียว นั่นคือการทำน้ำหนักเพิ่มและไปเจอกับ เดอ ลา โฮย่า ที่กวาดแชมป์แทบทุกรุ่น และรู้ตัวอีกทีก็ไปอยู่ในรุ่น มิดเดิลเวต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ทางลัดไม่มี มีแต่ทางลุย 

อยากจะดังไม่มีทางลัดสำหรับการชกมวย เพราะกีฬาชนิดนี้คือกีฬาที่โดดเดี่ยวที่สุด เมื่ออยู่บนสังเวียนไม่มีใครให้พึ่งพา นอกจากตัวเองแต่เพียงผู้เดียว ... ดังนั้นหาก เชน มอสลี่ย์ อยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าความเจ๋งของเขามีมากขนาดไหน และทำไมเขาจึงควรได้รับการยกย่องไม่ต่างจาก เดอ ลา โฮย่า เขาจำเป็นจะต้องคว่ำ เดอ ลา โฮย่า ให้ทั้งโลกได้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของเขา


Photo : fightland.vice.com

และในปี 2000 ขณะที่ถือเข็มขัดแชมป์ไลท์เวตอยู่ มอสลี่ย์ ก็ตัดสินใจข้ามรุ่นไปเจอกับ เดอ ลา โฮย่า ในรุ่น เวลเตอร์เวต ซึ่งในขณะนั้น เดอ ลา โฮย่า ถือเข็มขัดแชมป์โลกสถาบันใหญ่อย่าง WBC กับสถาบันเล็กอย่าง IBA 

หากไฟต์นี้ มอสลี่ย์ ชนะ เขาได้กำไรสองเด้ง เด้งแรกคือเข็มขัดแชมป์โลกทั้ง 2 เส้นจะตกเป็นของเขาไปโดยปริยาย และเด้งที่สองคือโลกจะได้รู้ว่า ออสการ์ เดอ ลา โฮย่า ไม่ได้เก่งกาจมากกว่าเขาอย่างที่ใครเข้าใจ ซึ่งก่อนจะชกกันในไฟต์นี้ เดอ ลา โฮย่า เพิ่งแพ้ให้กับ เฟลิกซ์ ตรินิแดด เพียงแค่คนเดียวจากทั้งหมด 33 ไฟต์ที่ขึ้นชก 

ก่อนขึ้นชกเซียนทุกสำนักแทบเทราคาทิ้ง ทุกคนมั่นใจมากว่า เดอ ลา โฮย่า ที่อยู่ในรุ่นนี้มานานกว่า จะเป็นต่อทุกประตู ขณะที่ มอสลี่ย์ ที่ทำน้ำหนักขึ้นมาจะต้องเจอกับการแบกน้ำหนักเป็นครั้งแรก ส่วนเรื่องค่าตอบแทนนั้นเป็นการแบ่งได้อย่างชัดเจนว่าคนดูอยากจะดูนักชกคนไหนมากกว่ากัน ... เดอ ลา โฮย่า ได้ค่าตอบแทนจากไฟต์นี้ 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ มอสลี่ย์ ได้แค่ 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น 

ไฟต์ดังกล่าวคือไฟต์หักปากกาเซียน มอสลี่ย์ ขึ้นชกและใช้สไตล์ที่รัดกุม เน้นชกทำคะแนนมากกว่าจะวัดกันด้วยหมัดเดียว ซึ่งมันเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนได้ดี สุดท้ายเขาสามารถเอาชนะคะแนน เดอ ลา โฮย่า และคว้าเข็มขัดแชมป์โลกมาครองแบบหักปากกาเซียน ด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ มอสลี่ย์ชนะ 2-1 เสียง ซึ่ง เดอ ลา โฮย่า ไม่เห็นด้วย


Photo : bleacherreport.com

"ผมต้องการรีแมตช์ ผมอยากจะได้แชมป์ของผมกลับมา ผมจะชกกับเขาเมื่อไหร่ก็ได้ตราบที่เขาต้องการ สิ่งที่ผมต้องการคือเอาเข็มขัดที่เป็นของผมกลับมาอีกครั้ง ผมนั่งดูเทปไฟต์นี้ถึง 7 ครั้ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเขาชนะคะแนนผมได้ยังไง?" เดอ ลา โฮย่า กล่าวอย่างไม่พอใจ 

แต่อีกฝั่งอย่าง มอสลี่ย์ นั้น "วิน" ทุกทาง ชื่อเสียงของเขาถูกพูดถึงแทบทุกวัน ไฟต์ที่เขาชนะ เดอ ลา โฮย่า ไฟต์นี้ กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชื่อของเขาติดลมบน นอกจากนี้เขายังเป็นชนวนเหตุให้เกิดการ "หวดกัน" ของโปรโมเตอร์รุ่นใหญ่แห่งยุคอย่าง บ๊อบ อารัม ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ เดอ ลา โฮย่า ที่กล่าวหาว่า ดอน คิง โปรโมเตอร์ที่ดูแลผลประโยชน์ของ เฟลิกซ์ ตรินิแดด คู่ปรับบนสังเวียนของ เดอ ลา โฮย่า คือผู้อยู่เบื้องหลังการตัดสินที่ไม่เป็นธรรมนี้ นั่นคือครั้งแรกที่ "ชูการ์" เชน มอสลี่ย์ สร้างความปั่นป่วนให้กับมวยรุ่นเวลเตอร์เวตที่เต็มไปด้วยยอดฝีมืออย่างแท้จริง 

 

พลังพิเศษ...ที่ใช้ได้แค่ไฟต์พิเศษ 

มาถึงตรงนี้ เชน มอสลี่ย์ น่าจะกลายเป็นชื่อฮิตติดปากในระยะยาวได้ไม่ยาก แต่บางครั้งวาสนาและโอกาสของคนก็เป็นเรื่องตลกเกินกว่าจะคาดเดา


Photo : www.nydailynews.com

เขาพยายามอย่างหนักที่จะก้าวข้ามคนที่ดีที่สุดในรุ่นอย่าง เดอ ลา โฮย่า และเขาเองก็สามารถทำได้ แต่กลับกลายเป็นว่าหากไม่ได้ชกกับ เดอ ลา โฮย่า พลังของ มอสลี่ย์ ก็ลดน้อยถอยลงไปอย่างน่าประหลาด

ความจริง มอสลี่ย์ ควรจะต้องป้องกันแชมป์ได้เรื่อยๆ และบวกเข็มขัดแชมป์จากสมาคมอื่นๆ ได้อีก ซึ่งหลังจากป้องกันแชมป์ได้แบบไม่ครบยกถึง 3 ครั้ง จนถูกเรียกว่า "นักมวยที่ดีที่สุดในรุ่น" แล้ว ทุกอย่างดูจะปูทางมาเพื่อการรีแมตช์กับแชมป์มหาชนอย่าง เดอ ลา โฮย่า ซึ่งถ้าหาก มอสลี่ย์ รักษาเข็มขัดไว้ได้ ไฟต์ล้างตาจะต้องเป็นไฟต์ที่ยอดคนดูถล่มทลายแน่นอน ทว่าทุกอย่างก็พลิกล็อก

เมื่อมาถึงการป้องกันแชมป์ครั้งที่ 4 กับ เวอร์นอน ฟอร์เรสต์ กลับกลายเป็น มอสลี่ย์ ที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกอย่างเป็นฝ่ายแพ้คะแนนหลังครบ 12 ยก ซึ่ง ณ เวลานั้นฝั่ง มอสลี่ย์ พยายามทวงเข็มขัดคืนด้วยการจัดรีแมตช์หลังจากแพ้หนแรกภายในระยะเวลาไม่ถึง 6 เดือน แต่สุดท้ายเขากลับเอาชนะ ฟอร์เรสต์ ไม่ได้เป็นหนที่ 2 ติดต่อกัน แถมหนนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ เชน มอสลี่ย์ นักชกที่รวดเร็วปานจรวดหลบหมัดของคู่ชกไม่ทัน และโดนสอยร่วงจนโดนนับเป็นครั้งแรกในอาชีพของเขาอีกด้วย ... จากคนจะดังก็กลายเป็นถูกกลับมามองข้ามอีกครั้ง ไฟต์รีแมตช์กับ เดอ ลา โฮย่า ที่คิดว่าจะเกิดขึ้นในเร็ววันก็ไม่เกิดขึ้น เพราะไม่มีเข็มขัดแชมป์โลกไว้ให้เดิมพันนั่นเอง 


Photo : www.boxing.pl

ทว่าทุกอย่างยังไม่จบ หลังจากแพ้ให้กับ มอสลี่ย์ แล้ว เดอ ลา โฮย่า ตัดสินใจทำน้ำหนักขึ้นมาชกรุ่น ไลท์มิดเดิลเวต หรือ ซูเปอร์เฟเธอร์เวต และหนนี้เขาสามารถทำได้ดีด้วยการคว้าแชมป์โลกของ WBC ทันทีตั้งแต่การท้าชิงครั้งแรกกับ ฮาเวียร์ คาสติเยโฆ่ จาก สเปน ก่อนจะรวบเข็มขัดแชมป์อีก 2 สมาคม WBA และ IBA จาก เฟร์นันโด วาร์กาส ในไฟต์ต่อมา ... และความนิยมของเขาก็ยังคงคับคั่งล้นหลามเหมือนเช่นเคย หนนี้ เดอ ลา โฮย่า ได้เงิน 12 ล้านเหรียญ ขณะที่ มอสลี่ย์ นั้นได้แค่ 4.5 ล้านเหรียญเท่านั้น แม้เขาจะต่อรองเพื่อขอค่าตอบแทนเพิ่มแต่สุดท้ายก็ไม่มีประโยชน์อะไร ไฟต์รีแมตช์เริ่มขึ้นโดยไม่มีการเพิ่มเงินให้กับ มอสลี่ย์ ใดๆ ทั้งนั้น 

สิ่งที่น่าฉงนและสงสัยคือการต่อยแบบเดิมๆ ไม่ต่างกับไฟต์แรก นำมาซึ่งการชนะคะแนนของ มอสลี่ย์ ... ปกติแล้ว เดอ ลา โฮย่า มักจะเป็นนักมวยที่ชนะด้วยการชกที่ไม่ครบยก คู่ชกของเขามักจะโดนน็อคตลอด แต่แปลกที่การเจอกับ มอสลี่ย์ ทีไร เขาก็แพ้แบบงูกินหางทุกครั้งไป และทุกครั้งที่ มอสลี่ย์ ชนะ เดอ ลา โฮย่า ได้ เขาก็จะกลับมาติดลมบนได้เสมอ ... การชนะ เดอ ลา โฮย่า สำหรับนักชกคนอื่นนั้นแสนยากเย็น แต่ทำไม มอสลี่ย์ จึงทำได้ถึง 2 ครั้งสองครากันแน่? 

 

หรือนี่คือเคล็ดลับ?

มันเป็นเรื่องปกติเมื่อใครสักคนชนะ "คนที่ได้รับการขนานนามมาว่าเก่งที่สุด" เขาจะต้องถูกตั้งคำถามว่า "ทำได้อย่างไร?" และสำหรับ เชน มอสลี่ย์ มีบางคนพยายามบอกว่า เขาขี้โกง ...

คนที่กล่าวหา มอสลี่ย์ คือ วิคเตอร์ คอนเต้ ผู้ก่อตั้ง BALCO หรือศูนย์โภชนาการกีฬาในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่บอกว่า มอสลี่ย์ ใช้สเตียรอยด์ช่วยในการชกรีแมตช์กับ เดอ ลา โฮย่า ในปี 2003


Photo : www.badlefthook.com

สเตียรอยด์ คือยาที่มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ อันได้แก่ อาการปวด บวม แดง ร้อน ของเนื้อเยื้อภายในร่างกาย ขณะที่ในทางของนักกีฬานั้น สเตียรอยด์ ถือเป็นสารที่ผิดกฎ ว่าง่ายๆ คือเมื่อ มอสลี่ย์ ใช้ร่างกายของเขาจะทนต่อการเจ็บปวด รับหมัดได้มากขึ้นกว่าปกตินั่นเอง 

เรื่องมันแดงขึ้นเนื่องจากบริษัทของ วิคเตอร์ คอนเต้ โดนจับเรื่องการแอบขายสารต้องห้ามนี้ ซึ่งภายหลังตัวของ คอนเต้ ก็ติดคุกจากคดีดังกล่าวไปจริงๆ โดยตัวของ คอนเต้ นั้นซัดทอดไปยัง มอสลี่ย์ ว่า มอสลี่ย์ ใช้สเตียรอยด์จากบริษัทของเขาจริงๆ และเต็มใจที่จะใช้สเตียรอยด์เพื่อชัยชนะที่เขาต้องการด้วย

แม้ว่า มอสลี่ย์ จะทำการฟ้องหมิ่นประมาท คอนเต้ ที่กล่าวหาเขา แต่เมื่อขึ้นศาลเขาก็ยอมรับกับลูกขุนว่า เขาใช้สารต้องห้ามถึง 3 ชนิด แต่เป็นการใช้เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่คิดว่าสารดังกล่าวจะผิดกฎหมาย โดยเฉพาะตัวยาอย่าง EPO ที่มอสลี่ย์ใช้การฉีดเข้าที่ช่องท้องเพื่อใช้เพิ่มเม็ดเลือดแดง ซึ่งทำให้เขาทนทานขึ้น 

และในการชกไฟต์นั้น ตลอด 7 ยกแรก เดอ ลา โฮย่า เดินหน้าไล่ถล่ม มอสลี่ย์ จนทำแต้มฉีกหนีห่างได้อย่างเป็นต่อ ทว่าหลังจากนั้นมีการ "คาดกันว่า" สเตียรอยด์ของ มอสลี่ย์ ออกฤทธิ์ ทำให้เขาทนทานขึ้น ในขณะที่ โฮย่า นั้นอ่อนแรงลงไปตามธรรมชาติ ... และสุดท้ายเมื่อมันสวนทางกัน มอสลี่ย์ ก็โกยแต้ม 5 ยกสุดท้าย และคว้าแชมป์โลกรุ่น ไลท์มิดเดิลเวต ได้สำเร็จนั่นเอง   

แต่ที่สุดแล้วทุกอย่างก็จบลงอย่างง่ายดาย เมื่อสุดท้ายในขั้นตอนของการตรวจร่างกายกลับพบว่า สารเดียวที่เป็นบวกในร่างกายของมอสลี่ย์ คือ กัญชา เท่านั้น การยึดแชมป์ หรือลงโทษจึงไม่เกิดขึ้น ... ซึ่งมันก็แปลกจริงๆ ในเมื่อเขาบอกเองว่าเป็นคนใช้แต่กลับตรวจไม่เจอ ... หากจะมองแง่ดี มอสลี่ย์ อาจจะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ เพราะก่อนหน้านี้นักวิ่งอย่าง แมเรียน โจนส์ ก็ยอมรับว่าเธอใช้สินค้าจากบริษัทของ คอนเต้ โดยที่ไม่รู้ว่ามันผิดกฎ และตัวของ โจนส์ ก็ถูกลงโทษด้วยการริบเหรียญรางวัลที่ได้จากโอลิมปิกปี 2000 ทั้ง 5 เหรียญ รวมถึงลบสถิติที่ทำไว้ได้ทั้งหมดอีกด้วย


Photo : fightnewsasia.com

ส่วนเส้นทางสายมวยของ มอสลี่ย์ ในรุ่นไลท์มิดเดิลเวตนั้นก็ไม่ได้สวยงามนัก เพราะด้วยการเป็นมวยที่มาจากรุ่นเล็ก เขาจึงค่อนข้างเสียเปรียบคนอื่นๆ ประจำ จนทำให้ป้องกันแชมป์ได้ไม่กี่หนก็ต้องเสียเข็มขัดไป และประสบกับความพ่ายแพ้บ่อยครั้งเมื่อชกในรุ่นนี้ จนทำให้เริ่มมีการซุบซิบนินทาว่า การชนะ เดอ ลา โฮย่า เกิดจากพลังวิเศษอย่าง สเตียรอยด์ เพราะมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง หากเขาชนะ เดอ ลา โฮย่า เขาจะได้ประโยชน์หลายอย่างนั่นเอง

อย่างไรก็ตามนั่นก็แค่สมมติฐานที่ไม่เคยมีใครหาคำตอบจริงๆ สักครั้ง "ชูการ์" เชน มอสลี่ย์ ในสายตาคอมวยยังได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดมวยคนหนึ่งแห่งยุคไม่เปลี่ยนแปลง 

แม้ว่าเหลือบมองสถิติตลอดการชกหลังจากขยับรุ่นมา เวลเตอร์เวต และ ไลท์มิดเดิลเวต เชน มอสลี่ย์ จะแพ้รวมกันไปถึง 10 ไฟต์ ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่ายอดมวยคนอื่นๆ หลายราย ทว่าการผ่านมวยแข็งๆ อย่าง เฟร์นานโด วาร์กาส, มิเกล ค็อตโต้, ริคาร์โด้ มายอร์ก้า และไฟท์ที่ทำให้เขากลับมาอยู่ในสารบบมวยโลก อีกครั้ง ก็คือการไล่ทุบ อันโตนิโอ มาร์การิโต้ ไปแบบหมดสภาพ ก็เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเขานั้นไม่ใช่คนที่เก่งเพราะโกง แต่ฝีมือของเขาก็ยังยอดเยี่ยมไม่แพ้ใคร 

บางทีเขาอาจจะเกิดเร็วไปหน่อย และดันเกิดทับปีกับ เดอ ลา โฮย่า ที่ชิงความเด่นไปจนหมด เพราะถ้าหากเขาเกิดช้ากว่านี้สัก 10-15 ปี เขาจะได้เจอนักชกรุ่นไลท์เวต กับ เวลเตอร์เวต ที่เป็นมวยแม่เหล็กอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ และ แมนนี่ ปาเกียว ซึ่งมันจะทำให้เขาไม่ต้องข้ามรุ่นแบกน้ำหนักไปต่อยให้เสียเปรียบ จนนำมาซึ่งการโดนติฉินนินทาเช่นนี้นั่นเอง ...

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.ringtv.com/120225-rosenthal-mosley-cheated/
https://www.latimes.com/archives/la-xpm-1999-sep-23-sp-13234-story.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Oscar_De_La_Hoya
https://en.wikipedia.org/wiki/Shane_Mosley
https://bleacherreport.com/articles/46137-oscar-de-la-hoya-40-reasons-why-everyone-loves-the-golden-boy

ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง