mainstand

Feature

ทำไม ประธานสโมสร จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอลเมืองไทย?



สโมสรฟุตบอลทีมหนึ่ง ประกอบด้วยบุคลากรหลากหลาย ตั้งแต่นักกีฬา, สตาฟฟ์โค้ช, แฟนบอล และ ประธานสโมสร องค์ประกอบเหล่านี้มีหน้าที่แตกต่างกันไปในแต่ด้าน แต่ละฝ่ายมีหน้าที่ของตัวเอง ก่อนหล่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง เพื่อผลักดันให้ทีมฟุตบอลเดินไปข้างหน้า


 

ฟุตบอลไทยมีลักษณะเฉพาะที่ต่างออกไป ประธานสโมสร เป็นที่รู้จักราวกับนักเตะซูเปอร์สตาร์, ประธานสโมสร สั่งการในซุ้มม้านั่งสำรองราวกับเป็นเฮดโค้ช, ประธานสโมสร แสดงความรู้สึกเช่นเดียวกับแฟนบอล และประธานสโมสร ถือเป็นสัญลักษณ์ราวกับตราประจำสโมสร

Main Stand หาคำตอบว่าทำไมประธานสโมสรของทีมฟุตบอลไทย จึงถูกนำเสนอผ่านหน้าสื่อมากกว่าทุกคนในสโมสร ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนได้การยอมรับจากแฟนบอล ไปจนถึงช่วงเวลาปัจจุบันที่ถูกผลิตซ้ำกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสรอย่างทุกวันนี้

 

ความสัมพันธ์แบบนักการเมือง

พ.ศ. 2552 เกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลไทย เมื่อสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ก่อตั้งบริษัทและจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ “ไทยพรีเมียร์ลีก” (ไทยลีก ในปัจจุบัน) ตามข้อกำหนดของ AFC ที่บังคับให้ลีกและสโมสรฟุตบอลในระบบอาชีพในประเทศไทย ต้องดำเนินการแบบเอกชน และมีการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคล


Photo : ช่างภาพกีฬาประเทศไทย

ความเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลให้สโมสรส่วนใหญ่ ที่เดิมทีมักเป็นของหน่วยงานราชการ นายธนาคาร รัฐวิสาหกิจ และกระจุกตัวในกรุงเทพฯ เช่น สโมสรธนาคารกรุงไทย สโมสรฟุตบอลการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ สโมสรฟุตบอลยาสูบ ต่างทยอยยุบทีมไปตามกาลเวลา เนื่องจากไม่สามารถปฏิรูปเป็นสโมสรฟุตบอลที่ดำเนินการโดยเอกชน

การล่มสลายของสโมสรเหล่านี้ ส่งผลให้ฟุตบอลไทยกระจายตัวสู่ระดับภูมิภาค เกิดการจัดตั้งสโมสรมากมายตามต่างจังหวัด ผ่านการบริหารโดยนักการเมืองท้องถิ่น ที่กำลังถูกแช่แข็งหลังถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองหลังการรัฐประหาร พ.ศ. 2549 เช่น เนวิน ชิดชอบ (ประธานสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด) วิทยา คุณปลื้ม (สโมสร ชลบุรี เอฟซี) สุวัฒน์ ลิปตพัลลภ (สโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี) และ ยงยุทธ ติยะไพรัช (บิดาของ มิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสร สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด)

ฐานะทางสังคมของนักการเมืองเหล่านี้ คือมหาเศรษฐีประจำจังหวัด พวกเขาเนรมิตสนามฟุตบอลแห่งใหม่ มีการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพาสโมสรขึ้นสู่ลีกสูงสุด การกระทำเหล่านี้ไม่แตกต่างจากนักการเมือง ที่นำงบประมาณจากราชการเข้ามาพัฒนาจังหวัด เพียงแต่เปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ เป็นการพัฒนาจังหวัดด้วยการลงทุนผ่านสโมสรฟุตบอลในระบบเอกชน

ไม่จำกัดเพียงสโมสรฟุตบอลต่างจังหวัด สโมสรฟุตบอลรัฐวิสาหกิจเดิมถูกแปรรูป กลายเป็นทีมฟุตบอลดำเนินงานโดยเอกชน มีความสัมพันธ์ระหว่างประธานสโมสรกับทีมฟุตบอล ในรูปแบบคล้ายกับทีมฟุตบอลต่างจังหวัด เช่น สโมสรฟุตบอลการท่าเรือฯ ถูกบริหารกิจการโดย นวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่ พ.ศ. 2558

การสร้างทีมฟุตบอลและดำเนินกิจการด้วยเม็ดเงินมหาศาล นำมาสู่การพัฒนาเมืองที่นำโดยสโมสรฟุตบอล ไม่ใช่ภาครัฐ ถือเป็นการสร้างภาพลักษณ์ และความนิยมการเมืองแก่ประชาชนในพื้นที่ ความสัมพันธ์ระหว่างแฟนบอลกับประธานสโมสรฟุตบอลไทย จึงคล้ายคลึงกับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนและนักการเมือง


Photo : BURIRAM UNITED

แฟนฟุตบอลไทยมองเจ้าของหรือประธานสโมสร ในรูปแบบของบุคคลที่เข้ามาพัฒนาท้องถิ่น ไม่ใช่เจ้าของทีมฟุตบอล แตกต่างจากฟุตบอลยุโรป หรือกระทั่งฟุตบอลเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่สโมสรฟุตบอลได้รับการลงทุนจากธุรกิจระดับชาติ แต่การบริหารถือเป็นอิสระ และเน้นสร้างความสัมพันธ์กับชุมชนมากกว่าประชาสัมพันธ์บริษัท

ความสำคัญของประธานสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย จึงแตกต่างจากประเทศอื่น ผ่านคุณงามความดีในการก่อตั้งหรือทำให้สโมสรคงอยู่หลัง พ.ศ. 2552 ผนวกกับการลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนาท้องที่ ซึ่งก่อประสิทธิผลยิ่งกว่านโยบายจากภาครัฐ ตำแหน่งประธานสโมสรจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของสโมสร ในระดับเทียบเท่าหรือใกล้เคียง ตราสโมสรอันเป็นเครื่องหมายสูงสุดของทีมฟุตบอลทั่วโลก

 

รากฐานแห่งอำนาจ

ประธานสโมสรไม่อาจเป็นสัญลักษณ์ของทีมฟุตบอล หากขาดแรงสนับสนุนจากแฟนบอล ดั่งที่เห็นบ่อยครั้งกับข่าวการประท้วงขับไล่เจ้าของทีมในประเทศอังกฤษ ภายหลังฟุตบอลปฏิรูปตัวเองจากกีฬาเพื่อชุมชนสู่อุตสาหกรรมกีฬาที่สโมสรกลายเป็นสินค้าเต็มรูปแบบ


Photo : www.bbc.co.uk

ฟุตบอลสโมสรอังกฤษ มีอายุยาวนานมากกว่า 100 ปี สโมสรดังอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อาร์เซนอล ที่ปัจจุบันถูกถือครองโดยมหาเศรษฐี ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากชนชั้นแรงงาน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีรากฐานจากกลุ่มคนว่างงาน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำเนิดจากพนักงานรถไฟ ส่วน อาร์เซนอล ถูกก่อตั้งโดยแรงงานของโรงงานผลิตกระสุนในกรุงลอนดอน

ความรู้สึกการเป็นเจ้าของทีมฟุตบอล คงอยู่ในใจของชนชั้นแรงงานอังกฤษ แม้กาลเวลาผ่านไปมากกว่าศตวรรษ การประท้วงในหลายระดับ ตั้งแต่ ยืนขายหนังสือหน้าสนาม รวมตัวเดินขบวน และ แขวนป้ายขับไล่บนเครื่องบิน แฟนบอลอังกฤษประท้วงสโมสร โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยความรู้สึกการเป็นผู้ครอบครองสโมสร ที่ควรมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนทีมฟุตบอล

แฟนบอลอังกฤษจึงมีบทบาท ถือเป็นรากฐานอำนาจของสโมสรฟุตบอล แตกต่างจากสโมสรฟุตบอลไทย ที่แฟนบอลไม่เคยเป็นเจ้าของทีมตั้งแต่ต้น รากฐานอำนาจของสโมสรฟุตบอลไทยถือกำเนิดจากนักการเมืองหรือมหาเศรษฐี การประท้วงประธานสโมสรโดยแฟนบอล ถือเป็นเรื่องอันตรายในประเทศไทย เนื่องจากเป็นการสั่นคลอนอำนาจและรากฐานโดยตรง

สโมสรฟุตบอลไทย จึงแสดงเจตนารมณ์ในการรักษาอำนาจของประธานสโมสรอย่างชัดแจ้ง ผ่านวิธีการประนีประนอม สร้างความรู้สึกรักระหว่างแฟนบอลและประธานสโมสร ด้วยสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกลุ่มคนทั้งสองฝั่ง ให้เป็นหนึ่งเดียวกันในนามสโมสรฟุตบอล

“ท่าเรือรักแป้งมาก” คือประโยคที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างประธานสโมสรกับทีมฟุตบอล ด้านหนึ่ง ประโยคดังกล่าวไม่มีความหมายมากกว่าการแสดงความรักระหว่าง สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ต่อตัวประธานสโมสร นวลพรรณ ล่ำซำ แต่อีกด้าน ประโยค ท่าเรือรักแป้งมาก แสดงถึงความสำคัญของ “มาดามแป้ง” ในระดับเท่าเทียมกับคำว่า “คลองเตย” ผ่านประโยค “ที่นี่คลองเตย” อีกหนึ่งประโยคติดปากของแฟนท่าเรือ


Photo : การท่าเรือ เอฟซี port fc

คำว่า คลองเตย ในความหมายของประโยคดังกล่าว ไม่ได้หมายความถึง 1 ใน 50 เขตการปกครองของกรุงเทพมหานคร แต่หมายถึงอัตลักษณ์ของชาวคลองเตย อันเป็นฐานแฟนคลับหลักของสโมสร ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย อดีตเจ้าของสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ในรูปแบบทั้งรัก-ทั้งชัง คล้ายกับฟุตบอลอังกฤษ

ความสัมพันธ์ทั้งรัก-ทั้งชังระหว่างแฟนบอลท่าเรือกับเจ้าของสโมสร ถูกกำจัดทิ้งในยุคของ นวลพรรณ ล่ำซำ ภายหลังการลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล จนพาสโมสรของชาวคลองเตย กลับสู่ความยิ่งใหญ่ในวงการฟุตบอลไทย เปิดโอกาสให้สโมสรขยายภาพความสัมพันธ์ระหว่างประธานสโมสรและแฟนบอล ด้วยรูปแบบที่ต้องการ

ประโยค ท่าเรือรักแป้งมาก ถูกผลิตซ้ำโดยบุคลากรในสโมสร หรือกลุ่มคนที่มีความใกล้ชิด เพื่อเป็นแฮชแท็กแสดงความรักแก่ประธานสโมสร ยิ่งไปกว่านั้น สโมสรการท่าเรือผลิตเสื้อยืดรุ่นท่าเรือรักแป้งมาก ออกจำหน่าย ถือเป็นจุดสูงสุดของฟุตบอลในโลกทุนนิยม ที่เปลี่ยนความรู้สึกของแฟนบอลต่อสโมสรอันเป็นนามธรรม ให้จับต้องได้ในรูปแบบของสินค้าที่เป็นรูปธรรม


Photo : การท่าเรือ เอฟซี port fc

หากมองด้วยสายตาทุนนิยม สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ที่ไม่เคยผลิตเสื้อยืดของนักเตะหรือผู้จัดการทีมรายใดออกจำหน่าย เว้นแต่เสือยืดที่ผลิตพร้อมตราสัญลักษณ์สโมสรการท่าเรือ การผลิตเสื้อยืดท่าเรือรักแป้งมาก จึงสื่อเจตนารมณ์ของสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ที่เน้นย้ำความสำคัญของประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือ ในระดับเทียบเท่ากับสโมสร

เสื้อยืดท่าเรือรักแป้งมาก มีราคาเพียง 100 บาท เสื้อยืดดังกล่าวจึงไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อหากำไร แต่เป็นเสื้อยืดเชิงอำนาจ ที่แสดงความสำคัญในการเป็นรากฐานของประธานสโมสรต่อทีมฟุตบอลไทย ให้เห็นชัดเจนในเชิงรูปธรรม เพื่อกำจัดความรู้สึกเกลียดชังต่อประธานสโมสร รวมถึงการเป็นเจ้าของสโมสรจากใจแฟนฟุตบอล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการประท้วง ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของอำนาจในสโมสรฟุตบอลไทยในอนาคต

 

การผลิตซ้ำของสื่อ

ความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างประธานสโมสรและทีมฟุตบอล ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแฟนฟุตบอล แต่ยังรวมถึงสื่อมวลชน หนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของฟุตบอลยุคใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงทุกอย่างในวงการเป็นสินค้า


Photo : www.goal.com

ธุรกิจสื่อคือผู้ผลิต แฟนบอลคือผู้บริโภค การพิจารณาเพื่อค้นหา “บุคคลในข่าว” ที่ขายได้ย่อมเป็นเรื่องสำคัญ ในวงการฟุตบอลไทย ไม่มีบุคคลใดขายได้มากกว่าประธานสโมสรฟุตบอล เนื่องด้วยชื่อเสียงและความนิยมนอกวงการกีฬา รวมถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่กลุ่มคนเหล่านั้นมีต่อทีม

การผลิตซ้ำเนื้อหาเกี่ยวกับประธานสโมสรของสื่อไทย มีส่วนผลักดันให้บุคคลสำคัญกลายเป็นสัญลักษณ์ของทีมกีฬา ประหนึ่งเป็นมาสคอตของสโมสร มีการฉายภาพความรู้สึกของบุคคลผู้เป็นเจ้าของทีม ในการแข่งขันนัดสำคัญ เช่นเดียวกับยามที่กล้องจับภาพมาสคอต ในช่วงพักเบรคการแข่งขันของกีฬาต่างประเทศอย่าง NFL

ตัวอย่างที่เห็นชัด คือการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโตโยต้า ลีกคัพ 2019 มีการจับภาพของ ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ (ประธานสโมสร พีที ประจวบ เอฟซี) ในระหว่างช่วงยิงจุดโทษหลายครั้ง บางช่วงของการถ่ายทอดสด แทบจะเป็นการตัดสลับระหว่างภาพเหตุการณ์ในสนาม กับภาพใบหน้าของประธานสโมสร

การนำเสนอของสื่อ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้แก่ประธานสโมสรฟุตบอลไทย ในฐานะบุคลากรที่มีความรู้สึก หรือความสัมพันธ์ร่วมกับสโมสร อันเป็นภาพที่พบเจอได้ยากในฟุตบอลต่างประเทศ ที่เจ้าของทีมล้วนนั่งอยู่ในห้อง VIP และเข้าชมเกมในฐานะเจ้าของธุรกิจ แตกต่างจากประธานสโมสรฟุตบอลไทย ที่แสดงความรู้สึกตรงไปตรงมาราวกับเป็นแฟนบอล หรือผู้จัดการทีม ผ่านการนั่งชมเกมกีฬาข้างสนาม

การผลิตภาพประธานสโมสรผ่านสื่อ สร้างความรู้สึกแก่แฟนบอลมองประธานสโมสรเป็น “ส่วนหนึ่ง” ของทีมกีฬา แทนที่จะจำกัดหน้าที่เพียงฝ่ายบริหาร แฟนบอลไทยบริโภคภาพของประธานสโมสรในแง่มุมดังกล่าว โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก่อให้เกิดการผลิตซ้ำผ่านสื่อ จนความรู้สึกที่มองเห็นประธานสโมสร เป็นส่วนหนึ่งของทีมร่วมกับนักฟุตบอลและทีมโค้ช กลายเป็นเรื่องปกติ

ก่อนเปิดฤดูกาล 2020 เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ Thai League ได้มีการเผยแพร่บทความพรีวิวแต่ละทีม ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูกาลปัจจุบัน ภาพประกอบบทความดังกล่าว มีการใช้รูปประธานสโมสรของเป็นจุดสนใจหลัก โดยวางอยู่บริเวณตรงกลางภาพ และอยู่เบื้องหน้านักเตะกับเฮดโค้ช




Photo : Thai League

หากมองความสำคัญของสโมสรผ่านการจัดองค์ประกอบของภาพ จะเห็นว่าประธานสโมสรฟุตบอลไทย มีความสำคัญมากเป็นลำดับหนึ่งในแต่ละสโมสร เฮดโค้ชคือบุคคลที่มีขนาดภาพรองลงมา ภาพที่มีขนาดเล็กที่สุดคือภาพของกลุ่มนักเตะ เมื่อเรียงลำดับขนาดของแต่ละบุคคลในภาพ จะมองเห็นถึงลำดับอำนาจของบุคลากรในแต่ละสโมสรอย่างน่าประหลาด

กลุ่มคนที่ถูกตัดออกจากภาพประกอบบทความ คือ แฟนบอล มีเพียงภาพของสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่มีภาพของแฟนบอลอยู่ในบทความดังกล่าว คือรูปของกลุ่ม Ultra Muangthong อดีตกลุ่มแฟนบอลชื่อดังของกิเลนผยอง ที่แปรสภาพเป็นกลุ่มกองเชียร์อื่นในปัจจุบัน

ความสำคัญที่มากขึ้นของประธานสโมสร สวนทางกับความสำคัญของแฟนบอลอย่างน่าใจหาย ไม่เคยเกิดขึ้นในลีกฟุตบอลใด แม้แต่ในพรีเมียร์ลีก ที่ปฏิรูปตัวเองเป็นสินค้า 100 เปอร์เซ็นต์ ยังคงผลิตซ้ำภาพของแฟนบอลผ่านสื่อ ทั้งจากพรีเมียร์ลีก หรือ Sky Sports บริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด

โฆษณาของ Sky Sports มีใจความสำคัญชักชวนให้แฟนบอลแดนผู้ดี นั่งชมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน แต่ในภาพโฆษณากลับมีแต่แฟนบอล ในทางกลับกัน ภาพพรีวิวฤดูกาลใหม่ของไทยลีก ที่ควรสร้างความตื่นเต้นเร้าใจและเชิญคนดูเข้าสู่สนาม ไม่มีภาพของแฟนบอลใด มีเพียงภาพประธานสโมสรขนาดใหญ่ให้ดูเป็นการทดแทน

การผลิตซ้ำของสื่อ มีบทบาทสำคัญในการเพิ่มอำนาจ และความเป็นสัญลักษณ์แก่ประธานสโมสร รวมถึงส่งเสริมความเป็นรากฐานของประธานสโมสรต่อทีมฟุตบอลไทย ไม่ใช่แฟนฟุตบอล เหมือนหลายประเทศทั่วโลก

 

แหล่งอ้างอิง

หนังสือ ฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก: ผู้หญิง อำนาจ วัฒนธรรมแฟน และชนชั้นใหม่
หนังสือ Reclaim The Game
https://www.skysports.com/football/news/11661/11448589/new-sky-sports-advert-take-your-seat-for-the-new-football-season
https://www.facebook.com/Thaileague1Official/photos/a.149126075475955/1304672499921301/?type=3&theater
https://www.komchadluek.net/news/sport/365110
https://www.picuki.com/tag/%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81
http://portfootballclub.com/product/form.php

ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง