mainstand

Feature

เส้นทางสู่แชมป์โลกร่อนเครื่องบินกระดาษของหม่อง ทองดี



กีฬาในดวงใจของคุณคืออะไร? ฟุตบอล, บาสเกตบอล, เทนนิส, แบดมินตัน หรือ วอลเลย์บอล ทุกท่านคงมีคำตอบในใจ แต่เราเชื่อว่าคำตอบของท่าน คงไม่หนีห่างกีฬาระดับโลกเหล่านี้เท่าใดนัก


 

หากแต่ความชอบของคนเราไม่เหมือนกัน มีชายคนหนึ่งกล้าเอ่ยปากว่า กีฬาที่เขาชอบมากที่สุดคือการแข่งขัน “ร่อนเครื่องบินกระดาษ” เขาเดินอยู่บนเส้นทางนี้มาแล้วมากกว่า 10 ปี และไม่มีแม้แต่วันเดียวที่เขาคิดจะถอยห่างจากเส้นทางนี้

Main Stand x U-Beer จะพาคุณไปค้นพบตัวตนของ หม่อง ทองดี ผ่านการร่อนเครื่องบินกระดาษพับ ที่พาเขาไปสู่ตำแหน่งแชมป์โลก เหตุผลอะไรที่ยังทำให้เขายังคงเดินหน้าต่อไปบนเส้นทางที่เลือก ไปฟังคำตอบทั้งหมดจากปากของเขาพร้อมกัน 

 

ความฝันบนท้องฟ้า

“ผมชอบเครื่องบินมาตั้งแต่เด็ก เพราะโรงเรียนผมอยู่ใกล้กับสนามบิน ผมก็มีความฝันอยากขับเครื่องบิน อยากบังคับเครื่องบิน อยากไปนั่งบนเครื่องบินสักครั้ง”

หม่อง ทองดี ย้อนเล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็ก ช่วงเวลาที่เขายังเป็นเพียงเด็กประถมในโรงเรียนบ้านห้วยทราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กิจวัตรยามว่างของเด็กชายหม่อง คือการนั่งมองท้องฟ้า ส่งสายตาเฝ้าดูเครื่องบินลำใหญ่ที่บินผ่านหัวไปวันละหลายลำ

มันเป็นเรื่องดีที่เด็กคนหนึ่งจะมีความฝัน แต่สำหรับเด็กชายชาวไทยใหญ่อย่างหม่อง เขารู้ดีว่าความฝันในการเป็นนักบินนั้นไกลเกินตัว หม่องย่อขนาดความฝันของเขา จากเครื่องบินเหล็กลำใหญ่บนท้องฟ้า เป็นเครื่องบินกระดาษจากสมุดการบ้าน ที่เขากับเพื่อนร่วมชั้นเรียนร่อนเล่นกันในช่วงพักกลางวัน

“ผมเริ่มต้นพับเครื่องบินกระดาษตอนเรียนอยู่ชั้นป.3 ตอนนั้นไม่เคยคิดว่าจะไปลงแข่งขันที่ไหน เพราะว่าผมยังเด็ก ก็คิดถึงแต่การเล่นสนุกๆกับเพื่อนในโรงเรียน เอากระดาษจากสมุดการบ้าน มาพับเป็นจรวดบ้าง พับเป็นกบ พับเป็นรถแข่งบ้าง”

“การได้เห็นเครื่องบินที่มันลอยอยู่บนอากาศ มันมีความสุขดีครับ เวลาได้เห็นมันลอยวนไปวนมา ผมรู้สึกว่า มันเป็นแค่กระดาษใบเดียว น้ำหนักมันก็เบา ทำไมมันถึงรอยอยู่บนอากาศได้นาน ผมชอบตอนที่มันลอยอยู่บนอากาศ มันทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ต้องคิดอะไรมาก”

หม่อง ทองดี ตกหลุมรักการร่อนเครื่องบินกระดาษอย่างจัง ด้วยความหลงใหลที่มากเกินใคร หม่องกระโดดเข้าสู่เวทีการแข่งขัน เมื่อสมาคมเครื่องบินกระดาษพับ จัดคาราวานวิทยาศาสตร์ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยหนึ่งในกิจกรรมมากมายที่น่าสนใจ มีการแข่งขันเครื่องบินกระดาษ ที่หม่องสนใจเข้าร่วมแข่งขันร่วมอยู่ด้วย

“ตอนนั้นรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เข้ามาโปรโมตที่โรงเรียนว่า จะมีงานวิทยาศาสตร์ที่มีการแข่งขันเครื่องบินกระดาษ ทางคุณครูพอรู้ข่าว คุณครูก็ลองเอานักเรียนมาคัดกัน เพื่อหาตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขัน ผมก็ไปคัดกับเขาด้วย”

“ตอนที่คัดจากโรงเรียน ผมไม่ได้พับเครื่องบินกระดาษดีเลยนะ เกือบจะไม่ได้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ผมก็พยายามเต็มที่จนไปแข่งขันกับเพื่อนได้”

พรสวรรค์ในการพับเครื่องบินกระดาษของ หม่อง ทองดี ยังไม่ได้ปรากฏเห็นชัดเหมือนในทุกวันนี้ ย้อนกลับไปในวันที่เขาลงสนามครั้งแรก เขาเป็นเพียงเด็กชายตัวเล็ก ที่รู้เพียงการพับเครื่องบินกระดาษเพื่อเอาสนุก

หม่องถึงกับทำตัวไม่ถูก เมื่อรู้ว่าการพับกระดาษที่เขาเคยเล่นมากับเพื่อน เป็นการพับกระดาษที่ผิดวิธีในการแข่งขัน แถมกระดาษที่ใช้ ยังเป็นกระดาษแบบใหม่ ที่หม่องไม่เคยเห็นมาตลอดทั้งชีวิต

“ตอนไปแข่งจริง กระดาษที่เขาใช้แข่งขันมันเป็นกระดาษ A5 ผมก็ตกใจนะ เพราะว่ามันไม่เหมือนกับที่เคยเล่นในโรงเรียน วันนั้นผมพับเครื่องบินไม่ได้ ขนาดมีแบบให้ดูบนโต๊ะ ผมพับอย่างไรก็พับไม่ได้ มันไม่ตรงกับแบบเลย”

“โชคดีที่คุณครูเข้ามาช่วย เขาบอกให้ผมลองดัดแปลงดู แล้วก็ใช้เครื่องบินที่ผมดัดแปลงอันนั้นลงแข่งขัน”

ไม่ว่าจะเป็นโชคหรือพรสวรรค์ที่แอบซ่อนอยู่ในตัว เด็กชายหม่อง ทองดี ที่ไม่เคยพับจรวดกระดาษถูกวิธีมาก่อนในชีวิต คว้ารางวัลอันดับหนึ่งในการแข่งขันดังกล่าว กลายเป็นหนึ่งในตัวแทนภาคเหนือ เข้าสู่รอบคัดเลือกในระดับประเทศ เพื่อหาตัวแทนลงแข่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศญี่ปุ่นต่อไป…

 

ตัวตนผ่านเครื่องบินกระดาษ

“ตอนผมชนะแล้วได้เป็นตัวแทนภาค นั้น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมต้องไปแข่งในระดับประเทศ แค่เห็นคุณครูเรียกให้ผมไปซ้อม ผมก็ไป มันสนุกครับ ด้วยความที่ผมยังเป็นเด็ก ผมไม่ได้คิดอะไรนอกจากจะได้ไปเล่นเครื่องบินกระดาษกับคุณครู”

“ผมมาจริงจังกับการแข่งขันเครื่องบินกระดาษ ตอนที่รู้ตัวว่าต้องไปแข่งที่ประเทศญี่ปุ่น คุณครูก็ซื้อแบบการพับจรวดเอามาไว้ที่โรงเรียน ผมก็เริ่มศึกษาการพับเครื่องบินกระดาษอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนั้น เช่น เรื่องการใส่เทคนิค หรือ การปรับแต่งเครื่องบินเพิ่มเติม”

จากเด็กที่ไม่เคยพับเครื่องบินกระดาษอย่างถูกวิธี หม่อง ทองดี กลายเป็นบุรุษผู้เจนจัดในเรื่องเครื่องบินกระดาษ หลังจากประสบความสำเร็จในการแข่งขันเครื่องบินกระดาษระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น เขาถูกยกให้เป็นเบอร์ต้นของประเทศไทย

คงจะเป็นเรื่องประหลาด หากเราไม่ลองเอ่ยปากถาม ถึงเคล็ดลับการพับเครื่องบินกระดาษของหม่อง ทองดี ว่าเหตุใดเครื่องบินลำจิ๋วของเขา จึงลอยอยู่บนฟ้าได้นานกว่าคนอื่น แล้วท่าร่อนเครื่องบิน แบบย่อตัวลงต่ำชนิดหลังแทบติดพื้น มีส่วนที่จะทำให้เครื่องบินลอยอยู่บนฟ้านานขึ้นหรือไม่ หม่อง ทองดี ตอบกับเราไว้อย่างนี้

“สิ่งสำคัญเวลาเราพับเครื่องบินหนึ่งลำ เราต้องพับให้มันเรียบสนิท แล้วต้องระวังไม่ให้อากาศมันชื้น อย่างการพับกระดาษในแอร์ถือว่าห้ามเด็ดขาด เพราะอากาศมันเย็น ไอน้ำมันตกลงมาใส่กระดาษ ทำให้กระดาษชื้น” หม่อง เผยถึงเคล็ดลับการพับเครื่องบินกระดาษ

“ที่สำคัญอีกอย่างคือ เวลาเราทดสอบเครื่องบิน ต้องอ่านให้ออกว่า เครื่องบินมันตกไว เราต้องปรับตกไหนของเครื่องบิน เครื่องบินเราเอียงขวาเอียงซ้ายกี่องศา เราต้องรู้”

“ส่วนเรื่องของร่างกาย กำลังแขนเป็นสิ่งสำคัญครับ ร่างกายเราต้องพร้อมตลอดเวลา ถ้าร่างกายเราไม่พร้อม วันแรกเราอาจจะปาเครื่องบินได้ แต่วันที่สองหรือวันที่สาม มันจะเริ่มล้าแล้วแขนไม่มีแรงเลย”

“ผมพัฒนาตัวเองด้วยการฝึกซ้อม ออกกำลังกายทุกวัน เสาะหาเทคนิคใหม่ตลอด เพราะการปรับแต่งเครื่องบิน เปลี่ยนรายละเอียดแค่นิดเดียว มันทำให้ลักษณะเครื่องบินแตกต่างไปในทันที ผมก็ปรับแต่งเครื่องบินของผมด้วยตัวเองมาตลอด”

หม่อง ทองดี เปิดเผยให้เราฟังว่า การพับเครื่องบินกระดาษบนโลกใบนี้ มีรูปแบบหลากหลายไม่ต่ำกว่า 100 แบบ แต่รูปแบบที่ใช้แข่งขันจริงตามมาตรฐาน มีเพียงแค่ 2 แบบ เท่านั้น โดยหม่องใช้รูปแบบ “สกายคิง” อันถือเป็นรูปแบบการพับคู่ใจ ที่ช่วยให้หม่องประสบความสำเร็จในระดับโลกมาแล้ว

เราขอให้หม่องลองพับเครื่องบินกระดาษให้เราดู มันมีรูปร่างคล้ายกับเครื่องบินกระดาษรุ่นสกายคิงตามอินเทอร์เน็ต แต่หม่องบอกเราว่า เครื่องบินกระดาษทุกลำไม่เหมือนกัน และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้การแข่งขันเครื่องบินกระดาษ กลายเป็นกีฬาที่แตกต่าง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากชนิดอื่น

“การเล่นเครื่องบินกระดาษ เราต้องเข้าใจเครื่องบินของตัวเอง แต่ละคนก็ต่างมีเทคนิคเป็นของตัวเอง คนเล่นก็จะเข้าใจเครื่องบินของตัวเอง ชินกับเครื่องบินของตัวเอง เป็นสาเหตุให้เครื่องบินแต่ละคนแตกต่างกัน”

“ยกตัวอย่าง น้องคนหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของผม ผมพับเครื่องบินให้น้องเขาร่อน น้องเขาก็ร่อนได้ออกมาไม่ดี ทั้งที่ผมพับให้เขาอย่างดีทุกอย่าง ผมเองใช้เครื่องบินลำนี้ก็ร่อนได้ดี แต่พอให้น้องอีกคนร่อน เขาร่อนไม่ได้เลย”

“มันอยู่เทคนิคของแต่ละคน มันสำคัญตรงที่ว่าเราเข้าใจเครื่องบินของตัวเองมากน้อยแค่ไหน ต่อให้พับเครื่องบินแบบเดียวกัน แต่ถ้าเทคนิคต่างกัน มันก็ร่อนออกมาได้ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน”

 

เส้นทางที่ต้องไปต่อ

เวลาผ่านไป 12 ปี นับตั้งแต่วันแรกที่ หม่อง ทองดี รู้จักเครื่องบินกระดาษพับ เขาเต็บโตจากเด็กน้อยหน้าตาน่ารัก กลายเป็นผู้ใหญ่วัย 22 ปี ที่กำลังใช้ชีวิตในฐานะพลเมืองสัญชาติไทย หลายสิ่งเปลี่ยนไปจากวันที่หม่อง โด่งดังเป็นข่าวหน้าหนึ่งตามหนังสือพิมพ์ทั่วประเทศ

ทุกวันนี้ หม่อง ศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย สายนิเทศศาสตร์ ควบคู่กับการรับจ้างงานบินโดรนถ่ายภาพ อันเป็นความฝันอีกขั้นที่ต่อร่อนมาจากการความสำเร็จในวัยเด็กของเขา แต่ถึงจะก้าวไปบังคับเครื่องเหาะจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ 

หม่องยืนยันว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไป คือเขายังคงหลงรักการพับเครื่องบินกระดาษ และลงแข่งขันเพื่อประเทศชาติเหมือนในวันวาน

“ผมไม่เคยคิดเลิกเล่นเครื่องบินกระดาษ มันเป็นตัวจุดประกายในชีวิตของผม ทำให้ผมได้รักได้ชอบการเล่นเครื่องบิน” หม่อง กล่าวถึงความหมายที่เครื่องบินกระดาษ มีต่อชีวิตของเขา

“พูดง่ายๆเลย เครื่องบินกระดาษทำให้ทุกคนในประเทศไทยรู้จักผม มันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตผมแล้ว ผมไม่อยากจะทิ้งมันไป ทุกวันนี้ผมก็ยังเล่นเครื่องบินกระดาษอยู่”

เพื่อแบ่งปันความสุขที่อยู่ในใจ หม่อง ทองดี เปิดโครงการ “โรงเรียนสีขาวครูพี่หม่อง” เพื่อเดินทางไปสอนการพับเครื่องบินกระดาษ ให้แก่เด็กในโรงเรียนที่ห่างไกล

ช่วยให้เด็กรุ่นใหม่ที่ยังขาดโอกาส ได้เดินตามความฝันของตัวเอง เหมือนกับที่หม่องเคยได้รับโอกาสมาแล้ว ในตอนช่วงเวลาที่เขายังคงเป็นเด็กไร้สัญชาติ และไม่รู้ว่าอนาคตของตัวเองเมื่อเติบใหญ่ จะเดินในทิศทางไหนต่อไป

“รู้สึกดีใจที่ได้นำความรู้ของตัวเองไปถ่ายทอดให้กับน้องๆ มันอาจจะเป็นความรู้เล็กน้อย แต่มันก็ช่วยให้รุ่นน้องที่รักเครื่องบินกระดาษได้มีรอยยิ้ม เวลาเห็นพวกเขาเล่นเครื่องบิน พวกเขามีความสุข ตัวผมเองก็มีความสุขไปด้วย”

“เวลาผมไปสอนน้องที่ชายแดน มันเหมือนเป็นการไปจุดประกายบางอย่างในชีวิตน้องเขา ทุกครั้งที่ผมไปสอน ผมไม่ได้สอนแค่วิธีการพับเครื่องบินกระดาษ ผมไปบอกเขาว่า ถึงแม้เราจะไร้สัญชาติ ไม่ได้หมายความว่าเราไร้ความสามารถ”

“ผมบอกทุกคนว่า เราก็เก่งไม่แพ้กับคนอื่น เพราะบางคนเขาคิดว่า การที่ไม่มีสัญชาติ ต่อให้เรียนจบปริญญา ก็ไม่มีทางจะหางานที่ดีได้ เด็กหลายคนคิดแบบนี้ แล้วเขาก็จะไม่เรียนต่อ ผมก็เข้าไปสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา”

การพับเครื่องบินกระดาษอาจเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับบางคน แต่สำหรับ หม่อง ทองดี เครื่องบินกระดาษพับ คือสิ่งที่จุดประกาย สร้างตัวตนให้กับเด็กชายคนหนึ่ง ได้มีเป้าหมายในชีวิต ต่อติดทุกโมเมนต์ในชีวิตของเขาได้ และเขาได้ส่งความรักที่มีต่อเด็กรุ่นใหม่ เพื่อจุดประกายความฝันแห่งอนาคตต่อไป

หม่อง ทองดี ยังคงย่อตัว แหงนหน้ามองท้องฟ้า ร่อนเครื่องบินกระดาษออกไปอย่างสุดแรง เขายังคง “เดินไปบนเส้นทางที่ใจต้องการ” เหมือนในวันวาน 

ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง