FEATURE

ร็อบบี้ แมดดิสัน : ชีวิตสุดเหวี่ยงที่บ่งบอกตัวตน และการคิดค้นกีฬา “มอเตอร์โต้คลื่น”



เมื่อครั้งยังเด็กเราต่างถูกห้ามไม่ให้เล่นอะไรแผลงๆ เสมอ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลของความปลอดภัยหรือการเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์เช่น "ตั้งใจเรียน" เพื่ออนาคตข้างหน้าที่ไม่มีใครรู้


 

อย่างไรก็ตามมนุษย์คือสิ่งประดิษฐ์ของพระเจ้าที่แสนพิสดาร เพราะไม่มีใครเลยที่เหมือนกันไปเสียทั้งหมด บางคนฟังคำเตือนเหล่านั้นและเชื่อทันที บางคนได้ยินแล้วเอามาคิดก่อนจึงค่อยได้สินใจ และมักจะมีคนบางกลุ่มที่เป็นพวกบ้าระห่ำเมื่อยิ่งถูกห้าม ต่อมความอยากของพวกเขาก็จะทำงาน 

นี่คือเรื่องราวของ ร็อบบี้ แมดดิสัน จากออสเตรเลียที่ต่อติดทุกโมเมนต์ ด้วยการเริ่มเรื่องราวที่ซ่าสุดๆ และไปหยุดที่การขี่มอเตอร์ไซค์ลอยน้ำ 

ติดตามทั้งหมดได้ที่นี่ 

 

ซ่าตั้งแต่สายเลือด! 

มอเตอร์ไซค์กับเด็กวัย 10 ขวบ ถือเป็นของที่ต้องห้ามอย่างคอขาดบาดตาย ด้วยการตัดสินใจ วุฒิภาวะทางอารมณ์และอะไรหลายๆอย่าง ทำให้มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติที่เหตุได้ง่ายที่สุดต่อให้จะใช้คำว่า "ขี่เป็น" ก็ตาม

แต่ชีวิตของ ร็อบบี้ แมดดิสัน เด็กหนุ่มจากประเทศออสเตรเลีย นั้นแตกต่างออกไป  เขาไม่ได้เกิดในเมืองใหญ่ แต่เกิดในชนบทและมีพ่อที่มีสายเลือดแห่งความบ้าระห่ำที่พร้อมส่งต่อให้ลูกชายทันทีที่เขาจำความได้ 

"ผมเริ่มขี่มอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆเลย คนที่มีอิทธิพลที่สุดก็คือพ่อผมนี่แหละ พ่อผมเป็นนักขี่มอเตอร์ไซค์เดิร์ทไบค์ (Dirt Bike : หรือมอเตอร์ไซค์ที่เน้นการท่องเที่ยวที่ไปได้ทุกที่ ทั้งถนนดำ และ ถนนดิน) ตอนเด็กๆผมจำได้พ่อต้องทำงาน 2 กะ 2 ที่ ดังนั้นพ่อจึงไม่ค่อยอยู่บ้านหรอก แต่พ่อไม่ลืมที่จะโทรบอกว่าจะกลับบ้านตอนไหน และเมื่อพ่อถึงบ้านเราจะไปขี่รถขึ้นเขากัน" แมดดิสัน กล่าว

"ผมจำความรู้สึกที่นั่งบนตัวถังรถและมีพ่อพาขับไปเที่ยวได้ดี ความรู้สึกนั้นส่งอิทธิพลมาถึงผมจนทุกวันนี้"  

ว่ากันว่าสำหรับเหล่านักบิด ถ้าได้ลองขี่รถมอเตอร์ไซค์ให้ลมปะทะหน้าแล้วล่ะก็ พวกเขาจะได้พบกับโลกใหม่ที่เป็นอิสระ แม้ไม่สะดวกสบายเหมือนรถยนต์ แต่มีคือความรู้สึกที่ดีกว่ากันเป็นไหนๆ  และ แมดดิสัน มีความรู้สึกเช่นนั้นตั้งแต่ 5 ขวบเเล้ว 

"แม้พ่อจะเป็นคนสอนขี่ แต่พ่อก็สอนผมอย่างถูกต้องนะ ท่านไม่เคยปล่อยผมขี่ลงถนนเลยสักครั้งเดียว ทุกครั้งที่ผมขี่มอเตอร์ไซค์ ผมจะต้องไปกับพ่อ และเราจะหาเส้นทางลัดเลาะกันไปเองในทุกสัปดาห์ และพอถึงวันหยุดเราจะเปลี่ยนบรรยากาศไปวิ่งบนแทร็กดูบ้าง" แมดดิสัน ที่ได้ของขวัญคริสต์มาสเป็นรถมอเตอร์ไซค์กล่าว

แมดดิสัน พยายามจะบอกเสมอว่าเขาได้เจอชีวิตที่ตัวเองต้องการตั้งแต่เด็กเเล้ว เขาไม่เคยต้องไปลองอะไรใหม่ๆอีกเลยนับตั้งแต่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็น และเขาไม่ได้แค่รักการขับขี่ และรักความสนุกอย่างเดียวเท่านั้น เมื่อโตเป็นวัยรุ่น แมดดิสัน หวังที่จะเป็นนักเเข่ง และเริ่มเอาจริงเอาจังนับตั้งแต่นั้นมา 

 

เด็กเทพระเบิดฟอร์ม 

การฝึกมอเตอร์ไซค์ก่อนใครและการมีพรสวรรค์เป็นทุนเดิมทำให้ แมดดิสัน สามารถขับขี่ได้ทุกแบบไม่ว่าจะเป็นการวิ่งไปตามทางหรือการขี่แบบผาดโผน เขาทั้งลงเเข่งขันในรายการกระโดดสูงและถือเป็นเด็กที่เก่งที่สุดในรุ่น 

มีหลายคนบอกว่าเขาได้เปรียบเพราะทักษะที่ฝึกมาก่อนใคร ซึ่ง แมดดิสัน ไม่ได้คิดว่าเป็นแบบนั้น พรสวรรค์เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่สภาพจิตใจต่างหาก อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าเขาเป็นคนที่ไม่รู้จักความกลัว... เขาบอกเสมอว่าความกลัวเกิดขึ้นทุกครั้งที่เขาคิดจะทำอะไรแผลงๆ แต่เมื่อเขาคิดจะทำอะไรแล้ว เขาใส่ใจมันในทุกรายละเอียดและเปลี่ยนให้ความกลัวนั้นเป็นความตื่นเต้นแทน

"ผมรู้สึกกลัวในทุกๆสถานการณ์นั่นแหละแต่แลกมันมากับการเตรียมตัวที่ดี ผมเน้นย้ำทุกเรื่องเพื่อแน่ใจว่ามันรับประกันความปลอดภัยในการท้าทายแต่ละครั้ง ผมทำเพื่อตอบสนองตัวเอง และผมจำเป็นต้องทำมันอย่างถูกต้องด้วย"  

"ผมว่าผมโชคดีที่มีพรสวรรค์ ผมมักจะกระโดดได้สูงที่สุดจนทุกคนต้องอ้าปากค้าง ผมขึ้นไปด้วยความตื่นเต้น และนั่นทำให้คนดูตื่นเต้นด้วย" แมดดิสัน กล่าว

ถ้วยแชมป์และชื่อเสียงเริ่มเข้ามาสู่เขามากขึ้นเรื่อยๆในฐานะนักขี่จักรยานยนผาดโผน ในปี 2004 แมดดิสัน ในวัย 23 ปี สร้างสถิติโลกด้วยการคว้าแชมป์ขี่มอเตอร์ไซค์แบบฟรีสไตล์ในรายการ "เดอะ เอ็กซ์ เกมส์" ซึ่งในวันนั้นเขาโชว์การตีลังกากลับหลังจนกลายเป็นที่จดจำและทำให้เขาถูกเรียกว่า "คิง ออฟ แบล็ค ฟลิป"

และหลังจากได้แชมป์รายการดังกล่าวก็ไม่มีอะไรหยุด แมดดิสัน ได้อีก เขาทำลายสถิติกระโดดไกลที่สุดในโลกด้วยการขี่มอเตอร์ไซค์ เครื่อง 125cc ลอยตัวได้ยาวถึง 221 ฟุต ขณะที่รุ่น 250cc เขาทำมันได้อีก 246 ฟุต (ราวๆ 75 เมตร) 

ไม่ว่ารายการไหนๆที่เสี่ยงตาย แมดดิสัน ไปหมด และคว้าแชมป์ในรายการต่างๆทั่วโลกและถูกยกย่องให้เป็นนักขี่รถแบบฟรีสไตล์ที่ดีที่สุดตลอดกาลเท่าที่โลกเคยมี สถิติโลกทุกสถิติในวงการนี้ส่วนใหญ่เป็นของเขาทั้งนั้น ในช่วงที่แมดดิสันยังพีกๆ ก็เป็นเขาที่แหละที่ไล่ทุบสถิติของตัวเองเสมอ

เหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้นก็เพราะว่าความเชื่อของ แมดดิสัน คือ ถ้ามัวแต่ยอมแพ้ให้กับความกลัวก็คงเสียชาติเกิดที่เป็นคน ... "เผชิญหน้ากับความกลัว และจงใช้ชีวิตให้เหมือนอยู่ในความฝัน" นี่คือเขาที่เขาเคยพูดไว้หลังจากขี่ มอเตอร์ไซค์ กระโดดข้ามคลอง  Corinth Canal ในประเทศ กรีซ และนั่นทำให้เป็นนักขับคนแรกของโลกที่ทำสำเร็จ 

"มันคือความท้าทายที่ผมไม่อาจจะต้านทานได้ การกระโดดครั้งนี้มีผลต่อชีวิตผมเป็นอย่างมาก ตั้งแต่เกิดมาผมคิดเสมอว่าคนเราต้องรับความเสี่ยงในชีวิต ความท้าทายพวกนี้นี่แหละทำให้ผมมีเป้าหมายตลอดเวลา...เพราะคุณรู้ว่าโอกาสมันมีแค่ครั้งเดียว จงใช้มันให้ถูกต้องซะ" แมดดิสัน กล่าว

 

หาความท้าทายครั้งใหม่ 

การขี่บนทาง และกระโดดเหินบนฟ้ากลายเป็นสิ่งที่ แมดดิสัน ต้องทำซ้ำๆเกือบทุกวัน เขาไม่ได้เป็นแค่นักเเข่งอย่างเดียวแล้วหลังจากมีชื่อเสียง เพราะมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนมากมาย และตัวก็ต้องออกงาน "เสี่ยงตายโชว์" ในที่ต่างๆบ่อยขึ้นและเขาทำมันจนรู้สึกว่าความท้าทายที่มีเริ่มหายไปแบบไม่รู้ตัว 

สำหรับมนุษย์ที่กินความกลัวเป็นอาหารเช้า และเสพความท้าทายเป็นอาหารค่ำ แมดดิสัน ไม่อาจจะอยู่จำเจเช่นนี้ได้ และโชคดีที่แบรนด์ร้องเท้าสตรีทอย่าง DC เข้ามาเซ็นสัญญากับเขา และให้โจทย์กับเขาว่าเขาต้องแสดงสิ่งที่เขาไม่เคยทำมาก่อน 

บนถนน, สะพาน, กระโดดข้ามคลอง หรือทางลูกรัง เขาผ่านมาหมดแล้ว สิ่งที่เป็นไปได้ในตอนนี้ "น้ำ" อย่างเดียวเท่านั้นที่เขาจะสามารถสร้างความแปลกใหม่ได้ แม้จะดูเพ้อพกไปไม่น้อย แต่ แมดดิสัน ตอบรับสัญญาดังกล่าวกับ DC และตั้งใจจะทำการเอาเดิร์ทไบค์ของเขามารวมกับการเล่นเซิร์ฟ ด้วยการขี่รถลงไปในทะเลโดยไม่จม ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนย่อมสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไร?

"มันเป็นไปได้แน่นอน ผมเชื่อแบบนั้น ผมเชื่อในจินตนาการของตัวเองและมันจะต้องสำเร็จแน่" แมดดิสัน กล่าวกับช่อง Red Bulls

หนนี้ไม่ใช่แค่ทักษะการขับขี่เท่านั้นที่เขาต้องจัดการ ร็อบบี้ แมดดิสัน ร่วมออกแบบรถที่จะใช้ขี่ลุยน้ำร่วมกับทีมช่าง เขาเริ่มนำวัสดุแบบแบนวางใส่ที่ใต้ล้อ และจากนั้นก็เป็นเทคนิคเฉพาะของทีมงานของเขาที่ไม่ได้มีการเปิดเผยว่า "ทำอย่างไรมอเตอร์ไซค์ทั้งคันจึงวิ่งอยู่บนน้ำได้" 

"มันเป็นสิ่งที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่ผมเคยทำกับรถมอเตอร์ไซค์ มันเป็นอะไรที่น่ากลัวจริงๆ มันจะมีบางช่วงที่ท้อและรู้สึกว่าคุณกำลังทำอะไรที่ผิดที่ผิดเวลา และช่วงเวลานั้น (ทำรถมอเตอร์ไซค์ให้ขี่ในน้ำได้) คือช่วงเวลาที่ใกล้เคียงความรู้สึกนั้นที่สุด" 

แมดดิสัน และทีมงานใช้เวลาเป็นปีและสุดท้ายก็ได้รถมอเตอร์ไซค์ลุยน้ำที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา DC ผู้ออกทุนคิดชื่อรายการนี้ว่า "Pipe Dream" และเมื่อทุกอย่างพร้อม แมดดิสัน ก็ทำในสิ่งที่บ้าที่สุดทันที ไม่ใช่แค่ขี่ลงน้ำ แต่เขายังขี่มอเตอร์ไซค์โต้คลื่นได้อีกด้วย 

แม้จะล้มลงอยู่ 2-3 ครั้งจากการโดนคลื่นซัดและทำให้เขาเกือบตาย แต่สุดท้าย แมดดิสัน คร่อมรถและขี่รถลงไปในทะเลและทำระยะได้ถึง 27.3 กิโลเมตร ... ไกลเกินกว่าที่ใครจะคิดได้ เท่านั้นยังไม่พอเขายังกลับไปพัฒนารถคันเดิมอีกครั้งหลังทำภารกิจสำเร็จ...จุดมุ่งหมายเพื่อทำสถิติใหม่ที่ 31.8 กิโลมตร ซึ่งเขาใช้เวลาอยู่ 2 ปีและสุดท้าย Pipe Dream 2 ก็สามารถทำลายสถิติที่เคยทำไว้อีกครั้ง 

วีดีโอคลิปใน Youtube ของ Pipe Dream เป็นที่นิยมอย่างมากตอนนี้มียอดวิวกว่า 31 ล้านวิวแล้ว และดูเหมือนว่า แมดดิสัน จะรู้สึกได้ว่าเขาได้ใช้ชีวิตมาได้คุ้มถึงขีดสุด ขี่รถมอเตอร์ไซค์ตั้งแต่ 5 ขวบและพิชิตทุกๆที่ที่เขาไป...สุดท้ายยอดฮีโร่ก็ต้องกลับสู่อ้อมกอดของคนที่รอเขาเสมอ 

แมดดิสัน ประกาศวางมือจากอะไรเสี่ยงๆตั้งแต่ช่วงปี 2017 เหตุผลเพราะเขาได้พบความท้าทายครั้งใหม่...นั่นคือการเป็นผู้นำครอบครัวที่ดีนั่นเอง

"ผมเคยบอกคนอื่นๆว่าคติของผมคือ เผชิญหน้ากับความกลัวและใช้ชีวิตให้เหมือนกับอยู่ในฝัน คำๆนั้นติดบนโปสเตอร์และส่งไปถึงเด็กๆทั่วโลก แต่ตอนนี้ความกลัวของผมเปลี่ยนไปแล้ว ความฝันของผมก็ด้วย ผมแค่ฝันอยากจจะมีสมดุลชีวิตที่ดี...เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครที่เดินบนถนนเสี่ยงตายไปได้ตลอดชีวิตหรอก" 

"ผมรู้สึกว่าความสุขที่แท้จริงของผมคือการมีสุขภาพที่ดี ผมอยากจะเติบโตขึ้นในแง่ของการใช้ชีวิตบ้าง อยากจะเป็นพ่อที่ดีที่สุดของลูกๆเท่าที่ผมทำได้ ส่วนบทเรียนด้านการเสี่ยงตายนั้นผมว่าผมได้เรียนรู้มาทั้งหมดแล้ว ตอนนี้ผมก็แค่อยากเเก่แบบมีความสุข ใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกๆที่น่าทึ่งของผม" 

ความฝันของเขาคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงได้ในทุกช่วงอายุ แต่ละโมเมนต์ของชีวิตมีขึ้น-ลงแตกต่างกันไป...ชีวิตของร็อบบี้ แมดดิสัน นั้นบอกถึงเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีจากเด็กที่อยากแค่ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นสู่หนุ่มน้อยที่ไม่กลัวความตาย เป็นลูกผู้ชายที่ไล่ทำลายสถิติของตัวเองและสร้างปรากฎการณ์ให้วงการสองล้อ ... และเมื่อเขาอายุ 38 ปี เขาคิดว่าความท้าทายของเขาคือการเป็นพ่อที่ดี 

ไม่ว่าจะฝันแบบไหนจงทำมันให้เต็มที่ ใส่ไปให้เต็ม 100 ไม่มีครึ่งๆ กลางๆ และคุณจะใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความท้าทายแบบที่ตัวคุณเป็น…แบบที่ร็อบบี้ แมดดิสัน ทำ แล้วคุณจะต่อติดทุกโมเมนต์ของชีวิตได้แบบที่ไม่ต้องมาคิดเสียใจภายใน  

 

แหล่งอ้างอิง  

https://drivetribe.com/p/the-robbie-maddison-story-CgoSP4SoS2Owl7FeaFaI2Q?iid=esSQ2LW9S_yadSD6cP6G3Q
https://en.wikipedia.org/wiki/Robbie_Maddison
https://www.redbull.com/us-en/garth-milan-interview-maddison-pipe-dream
https://www.booksurfcamps.com/news/robbie-maddison-interview
https://neoskosmos.com/en/144156/adelaide-dr-mario-athinodorou-could-lose-medical-license-after-physically-and-sexually-exploiting-10-female-patients/
https://imotorbike.my/news/en/2018/10/robbie-maddison-is-back-on-the-water/
https://www.redbull.com/ie-en/robbie-maddison-motorcycle-water



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x