mainstand

Feature

แรนดอล วู้ดฟิลด์ : นักอเมริกันฟุตบอลพฤติกรรมดีที่กลายเป็น "ฆาตกรต่อเนื่อง"



การจับกุม สมคิด พุ่มพวง สร้างความตื่นตัวกับสังคมไทยเป็นอย่างมาก ด้วยวิสัยการฆ่าที่เลือดเย็นและซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อให้เกิดเรื่องราวสะเทือนขวัญกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วประเทศ... ว่าอะไรที่ทำให้เขาตัดสินใจฆ่าคนอีกครั้ง ถึงแม้จะได้รับชีวิตที่เป็นอิสระแล้วก็ตาม 

ทว่าหลายปีก่อนที่สหรัฐอเมริกาเคยมีเครื่องราวที่คล้ายคลึงกับเรื่องนี้เกิดขึ้น มันคือเรื่องราวของ แรนดอล วู้ดฟิลด์ นักอเมริกันฟุตบอลที่เคยอยู่กับทีมดังอย่าง กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ซึ่งก่อคคีฆาตกรรมถึง 8 ศพ และยังมีคดีอนาจารอีกนับไม่ถ้วน

ทำไมหนุ่มหล่อ ความประพฤติดีและเป็นที่ต้องตาของสาวๆ รวมถึงเป็นที่อิจฉาของเด็กหนุ่มทั่วประเทศจึงตัดสินใจทำเรื่องโหดร้ายจนตำรวจทั้งอเมริกาต้องช่วยกันพลิกประเทศหาขนาดนั้น?

ติดตามได้ที่นี่ 


"I-5 bandit" คดีฆาตกรรมที่ยังจับคนทำไม่ได้ 

18 มกราคม 1981 ทุกชีวิต เริ่มเคลื่อนไหวและสู้กับเช้าวันใหม่ ... 


Photo : Liferjournal 

ทว่า ณ อาคารสำนักงานบริษัท TransAmerica มีหนึ่งอาชีพที่เวลาทำงานไม่ตรงกับคนส่วนใหญ่ นั่นคืออาชีพแม่บ้านที่จะต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำตลอด 24 ชั่วโมง และเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นการเปลี่ยนเวร ชาร์ลี ฮัลส์ และ ลิซ่า การ์เซีย 2 แม่บ้านในสำนักงานก็รับเวรและเดินไปประจำพื้นที่ทำการเหมือนกับทุกวันที่เคยทำ ทว่าวันนี้มีอะไรที่แตกต่าง พวกเธอสวนทางกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน

เขารูปร่างสูงใหญ่ทรงสมาร์ท ผมสีน้ำตาลหยิกหนา สวมแจ็คเก็ตหนังและกางเกงยีนส์เข้ารูป ทุกอย่างดูดี จนกระทั่งเหลือบไปที่มือของเขา ...

เขามีปืนอยู่ในมือข้างหนึ่ง เธอทั้งสองประหลาดใจและเลือกสบตากับเขา ... หลังจากนั้นไม่ถึงนาทีทั้งสองคนก็ถูกยิง


Photo : www.santamariasun.com

ฉากต่อสู้เริ่มจากการที่ 2 แม่บ้านสบตาและไม่ทันได้ตั้งตัว หนุ่มหล่อคนนั้นโถมเข้าใส่และเริ่มทำร้ายร่างกายจนอ่วม จากนั้นเขาพาแม่บ้านทั้ง 2 คนไปยังห้องเก็บอุปกรณ์ วางร่างที่ใกล้หมดสภาพเต็มทีนอนคว่ำหน้าไปกับพื้น และเมื่อถึงตอนนี้ปืนในมือของเขาก็ได้ใช้งาน เขาเลือกที่จะยิงเข้าที่หัวจากด้านหลัง 2 นัด เสร็จกิจ 100% นั่นคือสิ่งที่ผู้กระทำการลงมือคิด และเขาก็หนีไปก่อนที่จะมีคนอื่นเห็น 

ความจริงนั้นแตกต่างจากที่ฆาตกรรายนั้นคิดเพียงจุดเดียวเท่านั้น และเขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตที่ทำพลาด ... จริงอยู่ที่แม่บ้านชื่อว่า ชาร์ลี นั้นเสียชีวิตไปตามจุดประสงค์ แต่สำหรับ การ์เซีย นั้น เธอแค่แกล้งตายเท่านั้น และหลังจากที่เธอได้รับการช่วยเหลือและรักษาตัวแล้ว จุดเริ่มต้นของการไล่ล่าตัวฆาตกรก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้น

เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง? ... คำนี้ๆ มีความหมายว่าก่อนหน้าที่จะเกิดการพยายามฆ่า 2 แม่บ้านนั้น ฆาตกรคนดังกล่าวเคยก่อเหตุมาแล้วแต่ยังลอยนวล และการรอดชีวิตของแม่บ้านที่ชื่อการ์เซีย ทำให้เจ้าหน้าที่จับต้นชนปลายได้ว่าผู้ก่อเหตุครั้งนี้คือผู้ก่อเหตุคนเดียวกันกับคดีสะเทือนขวัญอเมริกาที่ชื่อว่า "I-5 Killer" อย่างแน่นอน


Photo : www.goshenfilm.com

แม่บ้านการ์เซียทำงานกับนักสืบของรัฐเพื่อแยกคดี เธอให้ความร่วมมือเต็มที่และมั่นใจได้เลยว่าสิ่งที่เธอถูกกระทำในค่ำคืนนั้นไม่ต่างจากคดีของนักฆ่าที่สื่อตั้งฉายาให้ว่า "I-5 Killer" หรือ "I-5 Bandit" จากการที่คดีส่วนใหญ่เกิดขึ้นในละแวกทางหลวงสาย 5 ที่ตัดผ่านรัฐวอชิงตัน, โอเรกอน และแคลิฟอร์เนีย ในคดีอื่นๆ เลย เหยื่อของเขาคือคนประเภทเดียวกันทั้งหมด นั่นคือเป็นผู้หญิงผิวขาว อายุอยู่ในช่วงวัยรุ่นหรือ 20 ปีขึ้นไป และการฆ่าแต่ละครั้งนั้นไม่จำเป็นต้องรู้จักกับเหยื่อเป็นการส่วนตัว 

สิ่งที่การ์เซียช่วยเจ้าหน้าที่ได้มากที่สุดคือการบอกรูปพรรณที่เธอได้เห็นมากับตาตัวเอง คือฆาตกรรายนี้ใช้ เทปสำหรับรัดข้อของนักอเมริกันฟุตบอล ติดที่ดั้งจมูก ซึ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้บ่อยในหมู่นักอเมริกันฟุตบอล เพื่อช่วยให้หายใจได้ดีขึ้น ... เทคนิคดังกล่าวนี้หากไม่ใช่คนในวงการไม่มีทางรู้แน่นอน นั่นจึงทำให้กรอบของการหาตัวฆาตกรแคบลงมาอีกหลายเท่า จากนั้นการไล่เจาะไปหานักอเมริกันฟุตบอลที่ต้องสงสัยก็เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรก 

แรนดอล วู้ดฟิลด์ เด็กชายผู้น่าอิจฉาแห่งโอเรกอน 

ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าชีวิตที่ดีย่อมมีพื้นฐานทางด้านครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ คนที่เกิดมาในครอบครัวชนชั้นแรงงานก็ยากหน่อยที่จะได้ลืมตาอ้าปาก ขณะที่คนโชคดีคาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิดในตระกูลมหาเศรษฐีนั้นก็จะมีโอกาสูงที่จะชีวิตจะเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

และ แรนดอล วู้ดฟิลด์ คือเด็กที่เกิดมาในแบบอย่างหลังที่กล่าวมา พ่อและแม่ของเขาเป็นที่นับหน้าถือตาของผู้คนในชุมชนแถบซาเลม พ่อของเขาเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Pacific Northwest Bell บริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ของรัฐโอเรกอน ขณะที่ตัวของเขามีพี่สาวอีก 2 คน ซึ่งก็เป็นพี่สาวที่เขาสามารถเป็นแนวทางในชีวิตที่ดีของเขาได้เพราะทั้งคู่เรียนจบและเป็นหมอในภายหลังทั้งสิ้น 


Photo : SI

อย่างไรก็ตามเขาดูแตกต่างออกไปจากพี่ๆ เล็กน้อยในวัยเด็ก เพราะโดยธรรมชาติที่ผ่านงานวิจัยของ ดร.มาร์ก จัมบอน จากมหาวิทยาลัย โตรอนโต บอกว่า ลูกคนสุดท้องมักจะรู้สึกว่าตัวเองขาดประสบการณ์ชีวิตและอิสระ รวมถึงขาดความรับผิดชอบเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กอายุเท่าๆ กัน และมันมีข้อหนึ่งที่ตรงกับสิ่งที่ แรนดอล เป็นอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งนั้นคือ ลูกคนเล็กมักจะประสบความสำเร็จสูงในสิ่งที่ตัวเองเลือก เป็นนักกีฬาที่เร็วที่สุด หรือนักดนตรีที่เก่งที่สุด ... ซึ่ง แรนดอล เก่งมากเรื่องกีฬา 

แววเรื่องกีฬาโดยเฉพาะในด้านอเมริกันฟุตบอลของเขาโดดเด่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่เรียนมัธยม จนได้ทุนนักกีฬาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย พอร์ทแลนด์ สเตท ในช่วงปี 1970 และกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในตำแหน่งปีกนอกของทีม พอร์ทแลนด์ ไวกิ้งส์ 

การเกิดในครอบครัวที่มีฐานะมั่นคง มีครอบครัวที่ดี และมีพรสวรรค์ทางด้านกีฬา จนประตูเงินล้านอย่าง NFL พร้อมเปิดอ้ารอรับ ... ทั้งหมดนี้คือเส้นทางที่ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่เด็กหนุ่มชาวอเมริกันจะคาดหวังได้ มันคือความสมบูรณ์แบบที่ แรนดอล สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง และสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ทีมอเมริกันฟุตบอลทีมดังอย่าง กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส มองเห็นในตัวของเขาด้วย 


Photo : www.goshenfilm.com
 

ในปี 1974 แรนดอล เลือกเส้นทางเดินชีวิตอย่างชัดเจนว่าเขาจะลาออกจากมหาวิทยาลัยและเข้าไปในรายชื่อ ดราฟต์เดย์ ประจำปีดังกล่าว นี่คือการเดิมพันที่สูงมากเพราะการเข้าดราฟต์ สามารถทำได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น หากปีนี้ไม่มีทีมใดดราฟต์ตัวเขาเข้าทีม เขาจะต้องเปลี่ยนฐานะกลายเป็นผู้เล่นฟรีเอเย่นต์ ซึ่งแน่นอนว่าทำเงินจากการเซ็นสัญญาได้น้อยกว่าการดราฟต์เข้าทีมตามโปรแกรมหลายเท่านัก  

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น แพ็คเกอร์ส เตรียมการไว้แล้วสำหรับการดราฟต์ แรนดอล เพราะพวกเขามั่นใจในแง่ของฝีมือแน่นอน มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ต้องตรวจสอบโดยละเอียด นั่นคือเรื่องของความผิดปกติด้านพฤติกรรมนอกสนามบางอย่าง ที่ทำให้เขาโดนจับกุมมาไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง

ชั่งน้ำหนักและทบทวน

"เมื่อ แรนดอล อยู่กับผม เขาเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยดีที่สุดคนหนึ่ง เขาเป็นสุภาพบุรุษ พร้อมที่จะทำงานหนักและสุภาพกับผู้ร่วมงาน ดังนั้นในฐานะโค้ชแล้วผมรู้ว่าเขามีดี เพราะทุกอย่างที่ผมสอนเขาสามารถนำตักตวงไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด" นี่คือสิ่งที่ แกร์รี่ แฮมเบลต์ โค้ชทีมฟุตบอลของ แรนดอล พูดถึงตัวเขา

อย่างไรก็ตามในแง่ของนิสัยใจคอนั้น แรนดอล เป็นคนเข้าที่เข้าถึงยากมากและมีพฤติกรรมที่ชอบปลีกวิเวก เขาจะพูดต่อเมื่ออยากพูด และไม่พูดในสิ่งที่ไม่จำเป็น ดังนั้นในมุมมองของเพื่อนร่วมทีมของเขา แม้ แรนดอล จะเก่งแค่ไหน แต่ก็เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วทำให้ทีมมีบรรยากาศอึดอัด 


Photo : abc.net
 

เขาเป็นคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการมีเพื่อนนัก จึงมีเพื่อนสนิทน้อยมาก แต่ในทางตรงกันข้ามเขาเป็น 1 ในคนที่เชิดชูความรักมาเป็นอันดับแรก ที่เรียกได้ว่าเป็นคนที่รักแรงเกลียดแรง และเข้ากับคนอื่นๆไม่ค่อยจะได้ 

"แรนดอล เป็นหนุ่มหล่อที่ดูแลตัวเองอย่างดี เขามีโต๊ะเครื่องแป้งที่เต็มไปด้วยเครื่องบำรุงต่างๆ เขาดูแลรูปร่างตลอด ดูแล้วเป็นคนอ่อนโยนแต่มีความซับซ้อนซ่อนอยู่ นอกจากนี้ยังเป็นคนมั่นใจในตัวเองในระดับที่เกือบๆ จะใช้คำว่าอวดดีได้เลย" จอน แครี่ หนึ่งในเพื่อนร่วมทีมที่รู้จักกล่าว

นี่คือปัญหาที่อาจจะลุกลามในอนาคตได้ แต่สุดท้ายสิ่งที่แมวมองของแพ็คเกอร์สได้เห็นจากตัว แรนดอล ในแต่ละเกมคือปัจจัยสำคัญที่เชื่อว่าจับต้องได้มากกว่า ความกังวลด้านพฤติกรรมของเขาที่สามารถแก้ไขได้ด้วยนักจิตวิทยา หรือความช่วยเหลืออื่นๆ ที่สโมสรเตรียมการไว้ ดังนั้น แพ็คเกอร์ส จึงเลือกดราฟต์เขาเข้าสู่ทีมในรอบ 17 ลำดับที่ 428 ใน NFL ดราฟต์ ปี 1974

"แรนดี้ เป็นคนที่วิ่งไปในทิศทางที่ดีมาก เขามีความเร็วและเอาตัวรอดได้ดี เขาไม่ชอบโดนปะทะ ไม่ว่าจะจากผู้เล่นในตำแหน่งเซฟตี้หรือไลน์แบ็คเกอร์ ไม่ว่าใครก็ยากจะหยุดเขาโดยตรงทั้งนั้น" จอห์น สแตรททัน หนึ่งในโค้ชของ พอร์ทแลนด์ สเตท กล่าวถึงสไตล์ที่ทำให้เขาได้รับเลือกสู่ NFL 


เด็กดีหรือปีศาจ? 

สิ่งที่โค้ชสแตรททันยืนยันเป็นเรื่องจริง แต่นั่นก็เป็นเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น ดังนั้นคำแนะนำของเขาที่ส่งไปยังทีมต่างๆ ใน NFL จึงกลายเป็นความจริงแต่ไม่ทั้งหมด มันยังขาดด้านมืดของ แรนดอล ไปอีกหลายข้อที่ไม่ได้เผยออกไปในที่สาธารณะ ซึ่งเรื่องนี้เองแม้แต่โค้ช สแตรททัน ก็ไม่เคยรู้มาก่อนเหมือนกัน 

เรื่องดังกล่าวยืนยันโดยคดีต่างๆ ในช่วงที่เขาเรียนในระดับมหาวิทยาลัย แม้จะเป็นคดีเล็กๆ อย่างการทำลายทรัพย์สินในอพาร์ทเมนต์ของแฟนสาว และพฤติกรรมเชิงลามกอนาจารในที่สาธารณะที่ทำให้เขาโดนจับถึงสองครั้งในช่วงปี 1972 และ 1973 

"ผมไม่เคยรู้เรื่องการโดนจับกุมของเขาในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยมาก่อนเลย ถ้าผมรู้ผมคงต้องบอกกับทีม NFL ที่สนใจเขาแน่นอน" สแตรททัน ยอมรับว่าข้อมูลของเขาตกหล่นไป แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะ แรนดอล ได้คว้าฝันของเด็กหนุ่มอเมริกันไปเรียบร้อย เขากำลังจะได้เป็นนักอเมริกันฟุตบอล NFL ในปีนี้ ด้วยสัญญาราคา 16,000 เหรียญต่อปี พร้อมได้รับโบสนัสเพิ่มอีก 2,000 เหรียญหากเขาสามารถรับลูกได้เกิน 25 ครั้ง และ 3,000 เหรียญสำหรับการรับลูก 30 ครั้ง ภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของซีซั่นนั้น


Photo : abc.net

นี่คือข้อเสนอที่ทางแพ็คเกอร์วางไว้ นอกจากจะเพื่อให้เขามีผลงานดีแล้ว พวกเขายังต้องการให้ แรนดอล กระตือรือร้นและโฟกัสกับเรื่องฟุตบอลจนไม่มีเวลาไปสร้างปัญหานอกสนาม โดยสัญญาข้อสุดท้ายระบุไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรว่า แรนดอล จะต้องรักษาตัวเองให้อยู่ในสภาพฟิตตลอดฤดูกาล ห้ามยุ่งเกี่ยวกับการพนันเด็ดขาด และสวมเสื้อคลุมกับเน็คไทเสมอเมื่อปรากฎตัวในที่สาธารณะ  ซึ่ง แรนดอล เองรับทุกข้อเสนอที่ทีมยื่นมาและปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วย 

"เขารักษาสภาพร่างกายของตัวเองดีมาก นอกจากนี้ยังซ้อมรับบอลอยู่ตลอด" นี่คือสิ่งที่ทีมประเมินเขาในวันเข้าแคมป์เก็บตัวก่อนฤดูกาลเริ่ม ทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มต้นได้ดีแต่สุดท้ายเมื่อฤดูกาลจริงเริ่มขึ้น แรนดอล กลับกลายเป็นคนที่มีความอดทนต่ำและเอาแต่ใจมากขึ้น เขาแสดงความแข็งกร้าวกับ โค้ชและผู้จัดการทั่วไปของทีมอย่าง แดน ดีไวน์ จนสุดท้ายก็กลายเป็นปัญหาลุกลามขึ้นมา และ แรนดอล ก็โดนตัดชื่อออกจากแคมป์ฝึกซ้อม และไม่ส่งชื่อในทีมชุดที่จะใช้งานใน NFL ฤดูกาล 1974 แบบที่เขาตั้งใจ 

แรนดอล ถูกส่งไปเล่นให้กับทีม Manitowoc Chiefs ซึ่งเป็นทีมกึ่งอาชีพและเป็นทีมในสาขา เพื่อสำรวจพฤติกรรมในระยะยาวว่าสามารถจะแก้ไขกันได้หรือไม่ แต่สุดท้าย แรนดอล คุมสติตัวเองไม่อยู่ เขาเริ่มออกห่างจากการทุ่มเทให้กับฟุตบอล และไม่พอใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนเกิดพฤติกรรมแปลกๆ ขึ้นกับเขาอีกครั้ง หลังจากมันหายไปตั้งแต่ระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะด้วยความผิดหวังหรืออะไรก็ตาม การกลับมาทำพฤติกรรมอนาจารในตอนนี้หนักกว่าที่เคยเป็นมาก จากแต่ก่อนแค่เป็นการ "โชว์ของลับในที่แจ้ง" ที่ดูเหมือนเป็นการทำไปด้วยความคึกคะนองของวัยรุ่น แต่ตอนนี้การทำอนาจารของเขาลุกลามไปถึงคนอื่นแล้ว 

เขาถูกจับคดีอนาจารไม่น้อยกว่า 10 ครั้งตามที่มีการเปิดเผย และปัญหาดังกล่าวใหญ่เกินกว่าที่แพ็คเกอร์สจะเก็บเขาเอาไว้ต่อไป ทีมรู้ดีว่าการชั่งน้ำหนักและเลือกผลงานในสนามของ แรนดอล มาก่อนพฤติกรรมแปลกๆ ที่ได้ข่าวมาในช่วงดราฟต์เดย์คือเรื่องที่ทีมคิดผิด และสุดท้ายก็ยกเลิกสัญญากับ แรนดอล วู้ดฟิลด์ ในทันที 

1975 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลง

แรนดอล แบกความฝันที่พังทลายกลับโอเรกอนบ้านเกิด แม้จะมีหน่วยกิตค้างไว้ที่มหาวิทยาลัย แต่เขาไม่สนใจที่จะกลับไปเรียนต่ออีกแล้ว เขาเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นคนที่ปลีกวิเวกเต็มตัว เขาต่อเติมห้องและเก็บตัวใช้ชีวิตอยู่ในสวนหลังบ้าน แต่ก็ไม่อาจเก็บความแปลกประหลาดได้อีกต่อไป

ช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเขาไม่มีเงิน สูญเสียชื่อเสียงและหมดความภาคภูมิใจในชีวิต หลายสิ่งรวมกันทำให้เขาเริ่มจะขาดสติในบางช่วงเวลา โดยเฉพาะเรื่องปัญหาเกี่ยวกับการทำอนาจารที่ทำให้เขาถูกดำเนินคดีกว่า 10 ครั้ง ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวมีคดีดังเกิดขึ้นอีก 1 คดีคือการดักปล้นผู้หญิงในยามวิกาล โดยผู้ลงมือจะใช้มีดปอกผลไม้ข่มขู่เพื่อชิงทรัพย์ และจากนั้นจะบังคับให้ทำออรัลเซ็กซ์ 

เจ้าหน้าที่ตำรวจแห่งพอร์ทแลนด์ ตามรอยเรื่องนี้ด้วยการให้ตำรวจหญิงปลอมตัวเดินคนเดียวที่สวนสาธารณะ หลังจากนั้นก็มีชายคนหนึ่งออกมาจากพุ่มไม้ และคนนั้นคือ แรนดอล วู้ดฟิลด์ เห็นได้ชัดว่าตอนนี้สุขภาพจิตของเขาแย่มาก จากที่เคยแค่แก้ผ้าโชว์ กลายเป็นขู่เอาชีวิตและคุกคามคนอื่นๆ แบบเต็มรูปแบบ 


Photo : Si 

เขาโดนจับในครั้งนั้น ก่อนให้การอ้างว่าตนเองไม่สามารถควบคุมความต้องการทางเพศได้ เนื่องจากใช้สารสเตียรอยด์ในการสร้างกล้ามเนื้อมากเกินไปจนเกิดอาการข้างเคียง แน่นอนเขาถูกจับติดคุกจากคดีดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้นานมากนัก และการออกมาใช้ชีวิตอีกครั้ง แรนดอล ก็ยังมีพฤติกรรมที่คล้ายๆ เดิม เขามักจะส่งรูปเปลือยของตัวเองให้กับผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ดูอีกด้วย เขาหลงใหลในการแก้ผ้าถ่ายรูปมากถึงขนาดที่ว่าได้ส่งรูปของตัวเองไปประกวดในนิตยสาร Playgirl และเข้าตากรรมการถึงกับเคยได้รับเลือกเตรียมลงคอลัมน์ "หนุ่มข้างบ้าน" หรือ "Guy Next Door" มาแล้ว 

จะด้วยอะไรก็ตาม แรนดอล ไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้อีกแล้ว เขาเสพติดความตื่นเต้นและมีความสุขกับการได้โชว์ของลับ รวมถึงการคุกคามทางเพศกับผู้หญิงที่อ่อนแอกว่า จนปลายทางที่ทุกคนไม่ต้องการก็บังเกิดขึ้นจนได้ เพราะเขาเลือกที่จะเดินสายนี้เต็มรูปแบบ และไม่ใช่แค่ปล้น หรือบังคับทำอนาจาร แต่เป็นการลงมือข่มขืนเลยทีเดียว

ในปี 1980 ศพแรกของ แรนดอล คือการฆ่านักรังสีวิทยาที่ชื่อว่า เชรี่ อายร์ส  เจ้าหน้าที่พบศพของเธอในอพาร์ทเมนต์ ด้วยสภาพถูกทุบด้วยของแข็งและเอามีดแทงที่คอหอย ...

แม้ทุกคนจะตั้งเป้าว่า แรนดอล เป็นคนทำ แต่ ณ ตอนนั้นมีสิ่งที่แปลกประหลาดอยู่หนึ่งอย่างที่ทำให้ไม่สามารถตั้งข้อกล่าวหาได้คือ คราบอสุจิที่พบในตัวของ อายร์ส ไม่ตรงกับของ แรนดอล ... หนนี้เขารอดราวปาฎิหาริย์ 

หลังจากนั้น 1 เดือนในวันขอบคุณพระเจ้า มีหญิงสาวพอร์ทแลนด์เสียชีวิตอีก 1 คนคือ ดาร์ซี่ย์ เรนี ฟิกซ์ วัย 22 ปี ที่ถูกมัดและโดนยิงด้วยปืน .32 ซึ่งเป็นอีกครั้งที่ แรนดอล ถูกสอบสวน แต่ก็ยังไม่พบหลักฐานที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนพอจะแจ้งจับเขาได้ 

2 ศพใน 1 เดือนเปลี่ยนให้ พอร์ทแลนด์ ร้อนเป็นไฟ ทุกคนอยากจะล่าตัวคนผิดมาจัดการให้ได้และตั้งชื่อผู้ก่อคดีว่า "I-5 bandit" ที่เดินหน้าก่อคดีแบบไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทั้งฆ่าและข่มขืนต่อเนื่องภายในระยะเวลาไม่กี่เดือน ด้วยพฤติกรรมที่แสนเลือดเย็นทั้งการบังคับให้หญิงสาวช่วยตัวเองให้เขาดูก่อนลงมือ และลุกลามใหญ่โตแบบไม่หยุดไปจนถึงการจับเด็กอายุ 8 และ 10 ขวบข่มขืนอีกด้วย 

สนุกกับการฆ่าและพฤติกรรมที่ไม่ใช่คน 

ข่าวของ "ฆาตกร I-5" ส่งไปยังหญิงสาวทั่วทั้งอเมริกาให้ระวังตัว เพราะ ณ ตอนนี้ไม่มีการเลือกช่วงอายุของเหยื่ออีกแล้ว จนกระทั่งการฆ่ามาถึงจุดสิ้นสุดเมื่อได้มาเจอกับ 2 แม่บ้านในสำนักงาน TransAmerica จุดเปลี่ยนทั้งหมดก็อย่างที่ได้กล่าวไป การแกล้งตายของแม่บ้านที่ชื่อ การ์เซีย คือจุดที่ทำให้เกมเปลี่ยนอย่างแท้จริง 


Photo : Si 

ลิซ่า การ์เซีย เห็นและจดจำทุกอย่างเกี่ยวกับฆาตกรได้ และเมื่อตำรวจเอารูปของผู้ต้องสงสัยทุกคนมากองรวมกันเพื่อให้เธอดู เธอก็หยิบรูปของ แรนดอล ขึ้นมาอย่างไม่ลังเล เมื่อได้ความเช่นนั้นจึงมีการเปิดประวัติผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ศพย้อนหลังดู ปรากฎว่าทุกคนมีส่วนหนึ่งของชีวิตที่เกี่ยวพันกับ แรนดอล ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะในฐานะเพื่อนเก่า, คนรู้จัก หรืออะไรก็ตาม 

ตอนนี้มันชัดมากที่คดีนี้ได้ตัวคนผิดที่แท้จริงแล้ว ยิ่งขยายความก็ยิ่งชี้ชัดเข้าไปเรื่อยๆ นอกจากความคุ้นเคยกับเหยื่อแล้ว ยังมีการพบว่า วู้ดฟิลด์ ใช้บัตรโทรศัพท์หลายใบในการโทรตู้สาธารณะ และทำเลของแต่ละตู้ที่เขาโทรก็ห่างจากบ้านผู้เสียชีวิตไม่ไกลทั้งสิ้น 

ในช่วงยุค '80s ตอนต้นที่ค่าโทรศัพท์ไม่ใช่ถูกๆ จะมีใครที่ตกงานและพกบัตรโทรศัพท์ได้มากมายหลายใบบ้าง? แน่นอน แรนดอล ที่เป็นลูกชายของผู้บริหาร Pacific Northwest Bell คือหนึ่งในคนที่เข้าเค้าไม่น้อย

หลักฐานทั้งหมดเพียงพอต่อการขอหมายค้นเพื่อหาหลักฐานที่ใช้มัดตัวเขา เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในบ้านของครอครัว วู้ดฟิลด์ ที่ไม่มีใครสงสัยและพบหลักฐานชิ้นสำคัญในห้องของเขา ทั้งเทปที่ใช้ผูกผู้ตาย กระสุนปืน .32  เมื่อถูกจับขึ้นศาล เขาถูก ลิซ่า การ์เซีย คนที่คิดว่ายิงทิ้งไปแล้ว ขึ้นเป็นพยานและชี้ตัวว่าเขาคือผู้กระทำความผิดครั้งนี้อย่างจริงแท้แน่นอน


Photo : Si 

คดีถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบ แรนดอล โดนโทษจำคุก 90 ปี ... และเมื่อทุกอย่างชัดเจน ก็มีญาติของเหยื่อที่เสียชีวิตจากคดีข่มขืนหรือฆ่าชิงทรัพย์อีกหลายคน ชี้เป้าว่า แรนดอล วู้ดฟิลด์ คือผู้ก่อคดี ซึ่งบางอันก็เป็นความจริง และข้อกล่าวหาบางข้อเขาก็ไม่ได้เป็นคนทำ แต่สิ่งหนึ่งที่บอกได้จากเหตุการณ์นี้คือชื่อเสียงของฆาตกร I-5 ดังและสะเทือนขวัญไปทั่วประเทศ ดังนั้นในวันที่เขาล้มทุกคนก็จ้องจะเอาเขาให้ตายด้วยความเคียดแค้นแบบเต็มหัวใจ 

คนเข้าคุก แต่การตีความยังไม่จบ

แม้ แรนดอล จะเข้าคุกไปแล้ว แต่สังคมยังเดินหน้าตั้งคำถาม วิเคราะห์ และ วิจารณ์ในสิ่งที่เขาทำไปต่างๆ นานา ในปี 1989 แอน รูล ซึ่งเป็นนักเขียนเชิงอาชญากรรมพยายามบอกสังคมว่าทุกสิ่งที่ แรนดอล น่าจะเกิดจากปมในวัยเด็กที่โดนการปกครองแบบเข้มงวดจากแม่และพี่สาวทั้งสองคน  ซึ่งเรื่องนี้ทำให้ แรนดอล ที่อยู่ในคุกโกรธมากจนยื่นฟ้อง แอน รูล ถึง 3 ล้านเหรียญในเวลานั้น ทว่าโดนยกฟ้องไปในตอนท้าย


Photo : Si 

ไม่รู้ว่าสิ่งที่ แอน รูล วิเคราะห์ตรงมากเกินไปหรือไม่จึงทำให้เกิดความโกรธแค้นเช่นนั้น เพราะเธออธิบายต่อไปว่าอะไรที่ทำให้ แรนดอล เล่นกีฬาเก่ง?  โดยเธอบอกว่ากีฬาเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการปลดปล่อยสิ่งที่อยู่ในใจของเขา โดยเฉพาะอเมริกันฟุตบอลที่ใช้การเข้าปะทะกันแบบหนักหน่วงได้ 

นอกจากนี้ยังมีการพาดพิงไปถึงสังคมอเมริกันในยุค '70s ด้วยว่าเป็นยุคที่เกิดคดีฆาตกรรมมากมาย เพราะช่องว่างของชนชั้นรวมถึงกฎหมายการพกอาวุธปืนที่หละหลวม การแจ้งเกิดของวงการยาเสพติดขนาดใหญ่ นอกจากนี้เรื่องเทคโนโลยีก็ยังไม่ก้าวหน้า ทำให้ยากที่เจ้าหน้าที่รัฐจะสามารถตามจับฆาตกรได้ทันกาล ซึ่งเมื่อการจับคุมทำได้ช้าแล้วสัญชาตญาณการฆ่าจะดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะถูกกระตุ้นจากความกลัวและการหลบหนีแบบไม่มีที่สิ้นสุดดังเช่นที่ แรนดอล วู้ดฟิลด์ เป็นด้วย 

ซึ่งเมื่อนำทั้งหมดมาผูกกันก็ดูจะเป็นไปได้ไม่น้อย เพราะจุดล่มสลายของ แรนดอล คือวันที่เขาถูก กรีนเบย์ แพ็คเกอร์ส ยกเลิกสัญญาและตัดออกจากทีม ซึ่งทำให้เขาเลิกเล่นฟุตบอลที่ว่ากันว่าเป็นกีฬาที่ทำให้เขาระบายเอาความเดือดออกมา จนกระทั่งนำเขาไปสู่ความยากจน จึงเริ่มปล้น เริ่มข่มขู่ นำไปสู่การข่มขืน และเลวร้ายถึงขั้นต้องลงมือฆาตกรรมไปในท้ายที่สุด


Photo : independent 

อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นแค่เรื่องของการสันนิษฐานเท่านั้นเอง ความจริงนั้นจิตใจมนุษย์นั้นยากแท้หยั่งถึง ใบหน้าที่แสนหล่อเหลาดึงดูดสาวๆ ของ แรนดอล กลับกลายเป็นเหมือนกับต้นกาบหอยแครงที่ดึงดูดแมลงมาดอมดม หลังจากนั้นจึงจัดการ "กิน" อย่างเลือดเย็น 

ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม ก่อนจะหวังให้ใครมาดูแลชีวิตนั้น เราควรที่จะสร้างภูมิคุมกันที่ดีให้ตัวเองเสียก่อน ใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้จักสังเกตและมองโลกให้หลายด้านเข้าไว้ และหากทำได้โอกาสรอดจากเหล่าคนพาลก็จะสูงขึ้นไปด้วย ... 

รู้หน้าไม่รู้ใจ ... คำๆ นี้ยังใช้ได้เสมอในทุกสังคม และเรื่องราวของ แรนดอล วู้ดฟิลด์ หรือ "ฆาตกร I-5" นี้ก็เช่นกัน แม้มันจะเลวร้าย แต่ทุกเรื่องสามารถให้ข้อคิดที่มีประโยชน์และทางป้องกันที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ 

https://www.si.com/longform/true-crime/i-5-killer-green-bay-packers-randall-woodfield/index.html
https://en.wikipedia.org/wiki/Randall_Woodfield
https://www.cbsnews.com/pictures/americas-deadliest-serial-killers/9/
https://the-line-up.com/randall-woodfield-football-player-serial-killer

 



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง