mainstand

Feature

น้ำใจนักกีฬา น้ำตาความผิดหวัง: ความหมายของอีสปอร์ต หลัง DOTA 2 ไทยพ่ายแพ้ที่ซีเกมส์



หนึ่งในกีฬาที่ได้รับสนใจมากที่สุดในการแข่งขัน ซีเกมส์ 2019 คงหนีไม่พ้น “อีสปอร์ต” เพราะนี่ถือเป็น การแข่งขันวิดีโอเกม ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ที่ชิงเหรียญทองเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์กีฬาโลก


 

ทีมชาติไทย ได้เป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าว จากการส่งนักกีฬาลงชิงชัยใน 6 ชนิดเกม หนึ่งในนั้นคือถึเกม Dota 2 เกมแนววางแผนที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก และมีการแข่งขันเพื่อชิงเงินรางวัลไม่ต่ำกว่า 30 ล้านเหรียญสหรัฐ

การชิงชัยเพื่อเป็นเจ้า Dota 2 ในซีเกมส์ ไม่มีเงินรางวัลใดเป็นของตอบแทน แต่นี่คือครั้งแรกที่โปรเกมเมอร์ จะได้สวมบทบาทนักกีฬาทีมชาติ และลงต่อสู้โดยมีศักดิศรีของบ้านเกิดเมืองนอนเป็นเดิมพัน

Main Stand จะพาย้อนไปดูสิ่งที่เกิดขึ้น และความรู้สึกจริงของนักกีฬาทีมชาติไทย ในการแข่งขันอีสปอร์ต ซีเกมส์ 2019 ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ จากปากของนักกีฬาทีมชาติด้วยตัวเอง

 

เข้าสู่มหกรรมกีฬา

อีสปอร์ตเริ่มต้นเข้าสู่การแข่งขันมหกรรมกีฬาเป็นครั้งแรก ในเอเชียนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ในฐานะกีฬาสาธิต และแม้จะมีการแข่งขันเพื่อชิงเหรียญทอง แต่เหรียญที่ได้มาจากกีฬาอีสปอร์ต จะยังไม่ถูกนับรวมกับเหรียญรางวัลจากกีฬาอื่นของชาติแข่งขัน

ภาพที่สะท้อนออกมาจาก เอเชียนเกมส์ 2018 มุมหนึ่งคือสัญญาณที่ดีของกีฬาอีสปอร์ตในการก้าวสู่มหกรรมกีฬา แต่อีกมุมคือภาพที่ชัดเจนว่าอีสปอร์ต ยังไม่ถูกยอมรับในวงกว้างว่าในฐานะกีฬาที่แท้จริง 

สวนทางกับความนิยมของอีสปอร์ต ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีผู้ชมมากถึง 31.9 ล้านรายในปี 2019

คณะกรรมการจัดงานซีเกมส์ฟิลิปปินส์ (Philippine SEA Games Organizing Committe) จึงเกิดสุดยอดไอเดียขึ้นมา จากช่องว่างของซีเกมส์ที่อนุญาตให้เจ้าภาพจัดการแข่งขัน สามารถใส่กีฬาพื้นบ้านหรือกีฬาชนิดต่างๆที่ไม่ได้รับการยอมรับจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ลงแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ครั้งนั้นๆได้

กีฬาดังกล่าวจะถูกเรียกว่ากีฬาในกลุ่ม Category 3 โดยกีฬาที่อยู่ในกลุ่มนี้ของซีเกมส์ 2019 ส่วนใหญ่เป็นกีฬาต่อสู้ที่ได้รับความนิยมในฟิลิปปินส์ เช่น อาร์นิส, คิกบ็อกซิง, ยิวยิตสู หรือกีฬาที่ดูเป็นสากลแต่แทบไม่ได้รับความนิยมอย่าง ฟลอร์บอล อย่างไรก็ดี กีฬาที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมไปทั่วโลกอย่าง อีสปอร์ต ถือเป็นกีฬาที่อยู่ในกลุ่มนี้

ถึงจะอยู่ในกลุ่มกีฬาชั้นรอง แต่การจัดแข่งขันอีสปอร์ตในซีเกมส์ 2019 มีการดำเนินงานอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดให้ชาติสมาชิกลงชิงชัยกันใน 6 ชนิดเกม ได้แก่ Dota 2, Starcraft II, Hearthstone, Tekken 7, Arena of Valor และ Mobile Legends: Bang Bang โดยครอบคลุมชนิดเกมทั้งการเล่นผ่าน PC, คอนโซล, และโทรศัพท์มือถือ

 

ปินอยแลนด์ แดน DOTA 2

ในบรรดาทั้งหกเกมที่เปิดให้แข่งขันในซีเกมส์ 2019 คงไม่มีเกมไหนที่จะได้รับความสนใจไปมากกว่า Dota 2 เกมแนว MOBA ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ จนถูกจับตาว่าเป็นเกมที่น่าตื่นเต้นและคาดว่าจะมีผู้ชมสูงที่สุดในการแข่งขันอีสปอร์ตครั้งนี้

“ตอนแรกไม่คิดว่าจะมีการแข่งขัน Dota 2 ในกีฬาซีเกมส์ ส่วนหนึ่งก็รู้สึกแปลกใจ อีกส่วนก็รู้สึกเป็นเกียรติ รู้สึกภูมิใจ ที่ได้มาทำสิ่งที่เรารัก ทำอาชีพของเรา และได้เป็นตัวแทนเพื่อทำประเทศชาติในระหว่างเดียวกัน” นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์ หรือ Seri นักกีฬาอีสปอร์ตเกม Dota 2 ทีมชาติไทย เปิดใจถึงความรู้สึกที่ได้โอกาสลงแข่งขันในนามทีมชาติเป็นครั้งแรก

เกม Dota 2 ในซีเกมส์ 2019 เริ่มการแข่งขันกันตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยมี 8 ชาติส่งทีมลงเข้าแข่งขัน สำหรับทีมชาติไทย ส่งทีมเข้าแข่งขันในนาม Team Thailand โดยมีการนำผู้เล่นสัญชาติไทยมาผ่านการคัดเลือก และนำผู้เล่นที่ฝีมือดีที่สุดเข้ามารวมเป็นทีมเดียวกัน

23savage - หนึ่งนรา ธีรมหานนท์, Jabz - อนุชา จิระวงค์, Seri - นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์, Boombell - อนุรัตน์ ไพรอนันต์, Fearless - ภูมิพัฒน์ ไตรศิริพานิช และ tnt - ธนธรณ์ ศรีเอี่ยมกูล ทั้ง 6 นักกีฬา Dota 2 ทีมชาติไทย ที่ผ่านประสบการณ์แข่งขันในระดับนานาประเทศมาแล้วมากมาย


Photo : TESF

แต่ไม่ว่าจะมีประสบการณ์มาแล้วมากน้อยแค่ไหน ไม่มีเวทีไหนที่จะเหมือนกับการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เพราะนี่คือครั้งแรกที่พวกเขาทั้ง 6 จะลงแข่งขันในนามทีมชาติไทย เป็นครั้งแรกที่พวกเขาแบกความหวังของคนทั้งชาติไว้บนบ่าของตัวเอง

“(เป่าปาก) ก็รู้สึกว่า (เว้นวรรค) มันก็พูดลำบากนะ ส่วนตัวผมรู้สึกว่า มีคนอยู่ข้างหลังมากขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้มีแค่แฟนคลับทีมเรา คราวนี้มีคนไทยทั้งประเทศที่รักที่ชอบเกม Dota 2 คอยเชียร์พวกเราอยู่ มันคนละสเกลกันเลยครับ” นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์ กล่าว

“ตอนแรกที่แข่งขันในนามทีมชาติ ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก แต่พอเข้าวันที่สองวันที่สาม ผมรู้สึกโฟกัสกับเกม ผมสามารถเล่นได้เต็มที่ ไม่มีความกดดันหรือกังวลอะไร คิดอย่างเดียวคือว่า เราเล่นด้วยกันให้ดีที่สุดก็พอ”

“เรามีเป้าหมายเป้าเดียวกัน คือเล่นออกมาให้ดีที่สุด เพื่อคนที่คอยตามเชียร์พวกเรา” ธนธรณ์ ศรีเอี่ยมกูล นักกีฬาอีสปอร์ตเกม Dota 2 กล่าวเสริมถึงเป้าหมายของทีมชาติไทย

ขุนพล Dota 2 ทีมชาติไทย ไม่ทำให้แฟนทางบ้านผิดหวัง พวกเขาการันตีคว้าเหรียญเงิน หลังผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยจะต้องไปเจอกับ Team Adroit ตัวแทนจากประเทศฟิลิปปินส์ ที่มีการรวมทีมแตกต่างออกไปจากตัวแทนประเทศไทย

กล่าวคือ Team Adroit เป็นทีมที่ลงแข่งขันในระดับอาชีพอยู่แล้ว และทางทีมชาติฟิลิปปินส์ได้คัดเลือกทีมดังกล่าว ให้ลงแข่งขันเป็นแทนทีมชาติ ไม่ได้มีการคัดเลือกผู้เล่นใหม่ เพื่อหาโปรเกมเมอร์ที่ฝีมือดีที่สุดมาเป็นตัวแทนเหมือนกับประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ Team Adroit จึงได้เปรียบในเรื่องของทีมเวิร์คที่โดดเด่นเป็นทุนเดิม ประกอบกับผู้เล่นที่มีฝีมือดีอยู่แล้ว ตัวแทนทีมชาติฟิลิปปินส์จึงผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศตามความคาดหมาย เพื่อตัดสินหาผู้ครองเหรียญทองกับทีมชาติไทยในรอบชิงชนะเลิศ ที่แข่งขันกันเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

 

วันชิงชนะเลิศ

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของเกม Dota 2 จัดขึ้นที่สนาม Filoil Flying V Centre กรุงมะนิลา โดยการแข่งขันจะเริ่มขึ้นในเวลา 5 โมงเย็นตามเวลาท้องถิ่น เป็นการแข่งขันหาผู้ชนะแบบ 3 ใน 5 เกม เพื่อตัดสินหาทีมที่จะคว้าเหรียญทองไปครอง

ในวันดังกล่าว ไม่ได้มีเพียงแค่ Dota 2 เกมเดียวที่มีโปรแกรมแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ แต่ยังมีเกม Arena of Valor หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนาม ROV เกมออนไลน์บนโทรศัพท์มือถือที่ได้รับความนิยมไปทั่วประเทศไทย

น่าเสียดายที่ Arena of Valor ไม่ได้รับความนิยมในประเทศฟิลิปปินส์มากนัก บรรยากาศการแข่งขันเป็นไปอย่างเงียบเหงา ผู้ชมเดินทางมาชมการแข่งขันเป็นจำนวนน้อย แม้บัตรเข้าชมจะแจกให้กับแฟนกีฬาชาวฟิลิปปินส์แบบฟรีๆก็ตาม

อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมเกม Arena of Valor นัดชิงชนะเลิศมีจำนวนน้อย คงเป็นเพราะทีมเจ้าภาพไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ โดยเป็นการพบกันระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติอินโดนีเซีย ที่ผลสุดท้าย ทีมชาติไทยสามารถเอาชนะการแข่งขัน คว้าเหรียญทองกีฬาอีสปอร์ตเหรียญแรกในประวัติศาสตร์ทีมชาติไทยได้สำเร็จ

ทันทีที่การแข่งขัน Arena of Valor จบ แทนที่ผู้ชมจะลดลง แต่ความจริงนั้น ผู้ชมกลับหลั่งไหลเข้าสู่สนามมากขึ้นเรื่อยๆ วัยรุ่นชายจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่สนาม เพื่อรอเชียร์ทีมชาติฟิลิปปินส์ที่จะลงแข่งขันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า 

พวกเขาเข้ามากันไม่ขาดสาย สนามที่เคยโล่งเต็มไปด้วยแฟนชาวฟิลิปปินส์ที่กำลังตีกระบองลม เพิ่มความคึกคักให้กับช่วงพักการแข่งขัน

หากใครเคยชมการแข่งขันอีสปอร์ตด้วยตัวเองจะรู้ว่า นอกจากการแข่งขันบนหน้าจอที่ตื่นเต้นเร้าใจ อีสปอร์ตยังมีเสน่ห์จากกิจกกรมระหว่างพักการแข่งขันที่สร้างความบันเทิงให้กับคนดู เช่น การเล่นมินิเกม หรือ การตอบคำถามเพื่อแจกของรางวัล เพื่อช่วยเพิ่มความบันเทิงให้แก่ผู้ชมในช่วงพักการแข่งขัน

ความตื่นเต้นเหล่านั้นเกิดขึ้นในซีเกมส์ 2019 ด้วยเช่นกัน แทนที่จะเป็นการแข่งขันที่ดูเป็นทางการเหมือนดั่งที่เราคุ้นตาในกีฬาชนิดอื่น อีสปอร์ตในซีเกมส์ 2019 

มีการแข่งขันตอบคำถามชิงรางวัลระหว่างคนดู มีพิธีกรที่คอยขอเสียงเชียร์จากแฟนๆตั้งแต่ก่อนเริ่มการแข่งขัน รวมถึงเปิดโอกาสให้แฟน Dota 2 ชาวฟิลิปปินส์ ได้ส่งข้อความถึงผู้เล่นของเขาก่อนเริ่มการแข่งขันอีกด้วย

ความคึกคักและความสนุกสนานที่กำลังก่อตัว บวกเขากลับศักดิ์ศรีของชาติร่วมภูมิภาคที่ยอมกันไม่ได้ ทันทีที่นักกีฬา Dota 2 นั่งลงสู่เก้าอี้ เสียงเชียร์จากแฟนฟิลิปปินส์ดังสนั่น พวกเขากำลังกดดันทีมชาติไทยให้ตกสถานะเป็นผู้เล่นทีมเยือน ซึ่งนักกีฬา Dota 2 ทีมชาติไทยยอมรับว่า ไม่เคยเจอประสบการณ์แบบนี้มาก่อน


Photo : TESF

“เสียงเชียร์สำคัญมากเลยครับ มันเหมือนเป็นการเพิ่มพลังให้เขา มันอาจทำให้เราหลุดโฟกัสได้ด้วย เพราะว่าเสียงเชียร์เขาดังมาก กองเชียร์ถือว่ามีผลมากครับ” ธนธรณ์ ศรีเอี่ยมกูล กล่าวถึงเสียงเชียร์ของชาวฟิลิปปินส์

“ผมว่ามันเป็นเสน่ห์ของซีเกมส์ จริงๆผมชอบกองเชียร์ฟิลิปปินส์นะ บางจังหวะเขาก็เชียร์เราด้วย แต่มันเป็นเรื่องปกติที่เขาต้องเชียร์ชาติของเขา ผมรู้สึกสนุก สนุกไปกับการเชียร์ของพวกเขา ผมสามารถรับรู้ได้ว่าพวกเขารักเกม Dota 2 มาก” นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์ กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้รับจากกองเชียร์ชาวฟิลิปปินส์

“พวกเขาต้องการที่จะดูการแข่งขันที่สูสีกัน มีจังหวะที่ต้องลุ้นตลอด ผมว่ามันเป็นเกมที่ดีสำหรับทุกฝ่าย ทั้งกองเชียร์ฟิลิปปินส์ และกองเชียร์ทีมชาติไทย ทำให้พวกเขาได้ดูแมตช์ Dota 2 ที่พวกเขาอยากดู”


Photo : TESF

หลายครั้งที่เสียงปรบมือดังขึ้น เมื่อทีมชาติไทยสามารถเล่นได้ดี และทุกครั้งที่ทีมชาติไทยเดินทางกลับเข้าสู่ห้องพัก แฟน Dota 2 ชาวฟิลิปปินส์จะส่งเสียงให้กำลังใจทีมชาติไทย เพื่อขอให้พวกเขาเล่นอย่างเต็มที่อีกครั้งในเกมหน้า โดยไม่สนใจว่าทีมชาติฟิลิปปินส์จะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หรือไม่

ทุกคนที่เดินทางมาชมการแข่งขันในวันดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียง “กองเชียร์ทีมชาติฟิลิปปินส์” แต่พวกเขาทั้งหมดคือ “คนเล่นเกม Dota 2” พวกเขาเดินทางมาที่นี่ เพื่อชมการแข่งขันที่สมศักดิ์ศรีนัดชิงชนะเลิศ Dota 2 ซีเกมส์ 2019

การแข่งขันสูสีดั่งที่แฟนๆต้องการ ทีมชาติไทยเสมอกับทีมชาติฟิลิปปินส์อยู่ที่ 2-2 ต้องตัดสินผู้ชนะในเกมสุดท้าย เวลาล่วงเลยเข้า 4 ทุ่ม แต่ไม่มีแฟนคนไหนที่จะถอดใจกลับบ้าน การต่อสู้ครั้งสุดท้ายเพื่อตัดสินผู้ชนะ รอทุกคนอยู่ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้

 

น้ำใจนักกีฬา

การแข่งขันในเกมสุดท้ายเป็นไปอย่างสูสี ทีมชาติไทยได้เปรียบในช่วงแรก แต่ไม่สามารถไล่ต้อนทีมชาติฟิลิปปินส์ให้จนมุมได้ ก่อนที่สุดท้ายทีมชาติฟิลิปปินส์จะพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบในช่วงท้ายเกม และเอาชนะไปได้ในที่สุด

5 ชั่วโมงของการแข่งขันที่แสนยาวนานสิ้นสุดลง เสียงเชียร์จากกองเชียร์ทั่วสนามดังลั่น ทีมชาติฟิลิปปินส์สามารถคว้าเหรียญทอง Dota 2 มาครองได้สำเร็จ

 สวนทางกับทีมชาติไทยที่บรรยากาศค่อนข้างเศร้า จากน้ำตาของ หนึ่งนรา ธีรมหานนท์ หรือ 23savage นักกีฬาวัย 17 ปี ที่กำลังร่ำไห้จากความพ่ายแพ้ในครั้งนี้

“ตอนแรกผมตกใจมาก ไม่ได้คิดว่าน้องจะร้องไห้ พอผมเห็นเขาร้องไห้ ผมก็รู้สึกว่า… ไม่อยากให้น้องร้องไห้ ได้แต่เก็บไปคิดว่า ถ้ามีคราวหน้าผมก็อยากทำให้ดีกว่านี้ จะได้ไม่ต้องมีใครร้องไห้อีก” นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์ กล่าวถึงความผิดหวังของทีมชาติไทยหลังจบการแข่งขัน

“ผมว่าทุกคนที่เห็นก็เข้าใจว่าน้อง (หนึ่งนรา)เข้ารู้สึกอย่างไร เพราะว่าทุกคนน่าจะอารมณ์เดียวกัน แต่ไม่ได้ปลดปล่อยออกมาแบบนั้น อาจจะเก็บไว้ข้างใน” ธนธรณ์ ศรีเอี่ยมกูล กล่าวเสริมจากมุมมองของผู้เล่นตัวสำรอง


Photo : TESF

“ผมนั่งดูตลอดทั้งเกม ตอนแรกใจไปทางชนะแล้ว ไม่คิดว่าจะแพ้ จนกระทั่งจังหวะที่รู้ว่าเราแพ้แล้ว ผมเสียใจมาก ผมไม่รู้ว่าคนเล่นคิดอย่างไร แต่สำหรับผมมันเหมือนกับใจสลาย ก็ต้องเขาไปปลอบคนอื่น ให้กำลังใจ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่ยาก”

ภาพที่งดงามที่สุดในการแข่งขันเกิดขึ้นในวินาทีนั้น กองเชียร์ฟิลิปปินส์ที่กำลังมีความสุขกับชัยชนะพากันตะโกนคำว่า “ไทยแลนด์” เพื่อให้กำลังใจนักกีฬาที่อยู่เบื้องหน้า เพื่อบอกพวกเขาว่าคุณทำดีที่สุดแล้ว

“ผมประทับใจกองเชียร์มาก ผมไม่คิดว่าเขาจะให้กำลังใจพวกเราขนาดนั้น ตอนเดินออกจากสนามพวกเขาบอกเราว่า เล่นแล้ว ทำดีแล้ว พากันปรบมือให้พวกเรา ก็รู้สึกดีมากครับ” นพฤทธิ์ พฤกษะริตานนท์ กล่าวถึงกำลังใจหลังความพ่ายแพ้

“รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” วัตถุประสงค์ของการแข่งกีฬาที่มักได้ยินบ่อยครั้ง ภาพของคำพูดดังกล่าวกลับเด่นชัดในการแข่งขันอีสปอร์ต กีฬาที่บางคนยังไม่ยอมรับว่าเป็นกีฬา กีฬาที่บางคนยังมองว่าผู้เล่นไม่ใช่นักกีฬา แต่เป็นเพียงเด็กติดเกม

พวกเขาเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงความหมายของคำว่ากีฬา นักกีฬาเคารพผลการแข่งขัน นักกีฬาเคารพกันและกัน กองเชียร์เคารพผลการแข่งขัน และที่สำคัญคือกองเชียร์เคารพนักกีฬา แม้จะเป็นฝ่ายตรงข้ามก็ตาม

ซีเกมส์ 2019 อาจเป็นเพียงก้าวแรกอันห่างไกลที่จะพาอีสปอร์ตเข้าสู่เวทีใหญ่อย่างโอลิมปิก แต่สิ่งที่การแข่งขันอีสปอร์ตในซีเกมส์ 2019 ถือว่าประสบความสำเร็จที่จะแสดงให้โลกเห็นแล้วว่า อีสปอร์ตแสดงความเป็นกีฬาออกมาผ่านการเล่นเกมได้อย่างไร



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ณัฐนันท์ จันทร์ขวาง ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง