mainstand

Feature

เมาได้ใครจะว่า? : ดื่มเบียร์ครั้งละครึ่งโหลยังไงให้เป็นตำนานแบบ 'ไมเคิล จอร์แดน'



ไมเคิล จอร์แดน คือหนึ่งในนักกีฬาที่มีความเป็นมืออาชีพที่สุด เขาซ้อมได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ จริงจังกับการแข่งขัน และพยายามกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมแบบไม่กลัวจะผิดใจกันเพื่อให้ทีมได้ชัยชนะ 


 

อย่างไรก็ตามมีกฎ 1 ข้อของเหล่านักกีฬาบาสเกตบอล NBA หรือไม่ว่ากีฬาไหนก็ตาม คือ เรื่องที่เกิดขึ้นในห้องแต่งตัว ต้องจบในห้องแต่งตัวเท่านั้น ห้ามแพร่งพรายไปข้างนอกโดยเด็ดขาด ทว่าสุดท้ายความลับไม่มีในโลก เพราะมีการลือกันว่าทุกครั้งหลังการแข่งแต่ละเกมจบลง จอร์แดน จะเริ่มเปิดเบียร์ดื่มในห้องแต่งตัว และดื่มเป็นจำนวนมากถึง 1 แพ็ค 6 กระป๋อง

การกินเบียร์ระดับเกินความต้องการของร่างกาย กับนิสัยใจคอรวมถึงความเป็นมืออาชีพของ MJ ดูจะเป็นอะไรที่คนละทิศคนละทาง สรุปแล้วเขาดื่มจริงไหม? และถ้าดื่มจริงเขาดื่มหนักขนาดที่ว่าเป็นคอเบียร์ตัวยงได้หรือไม่?  

ติดตามได้ที่นี่ 

 

มันไม่น่าจะจริงเลยนะ...จนกระทั่ง

"คุณรู้ไหมว่า ไมเคิล จอร์แดน ต้องดื่มเบียร์ 6 กระป๋อง หลังจบเกมทุกๆ นัด" แอร่อน โกลด์ฟาร์บ นักเขียนจากเว็บไซต์ firstwefeast.com ได้ฟังประโยคนี้ขณะที่เขานั่งดื่มเบียร์ในบาร์แห่งหนึ่ง ซึ่งแน่นอนตอนแรกเขาไม่เชื่อว่ามันคือความจริง

เหตุผลที่เขาไม่เชื่อนั่นเป็นเพราะว่ามีงานวิจัยออกมามากมายที่เล่าว่า เบียร์ มีส่วนผสมของทั้งน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต ดื่มมากไปไม่มีทางที่จะดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะคนอย่าง ไมเคิล จอร์แดน ที่โชว์ผลงานโดดเด่นได้ตลอดอาชีพและถูกยกให้เป็นเบอร์ 1 ตลอดกาล ยิ่งยากที่เรื่องการเป็นคอเบียร์ ดื่มแบบเป็นบ้าเป็นหลังตามข่าวลือนั้นจะเป็นเรื่องจริงได้ 

แต่เมื่อ แอร่อน นั่งดื่มเบียร์ไปเพลินๆ เขาย้อนกลับมาคิด "เอ๊ะ" ขึ้นมา เขาเปิดภาพ ไมเคิล จอร์แดน ในช่วงปี 1993 มันเป็นภาพที่ถูกถ่ายไว้บนเครื่องบินส่วนตัวของทีม ชิคาโก้ บูลส์ ระหว่างที่ทีมเดินทางไปแข่งเกมนัดชิงที่ ฟีนิกซ์ ในภาพนั้น ไมเคิล จอร์แดน ถือกระป๋องเบียร์ และคาบซิการ์มวนโต และเมื่อประกอบกับที่ จอห์น บาช ได้พูดถึงในสารคดีชีวิตของ MJ มันยิ่งชวนสงสัยว่า จริงๆ แล้วเขาเป็นขาเมาเบียร์ตัวยงหรือเปล่า

"MJ เดินขึ้นเครื่องในไฟลท์บินไป ฟีนิกซ์ เพื่อแข่งเกมที่ 6 ของนัดชิงปี 1993 เขาลุกจากที่นั่งและมองไปรอบๆ ก่อนจะบอกทุกคนในทีมว่า 'เฮ้ย ใครหน้าไหนที่ขึ้นมาบนเครื่องลำนี้และคิดว่าเราจะไม่ชนะและเป็นแชมป์ในเกมนี้ ฉันขอให้ไอ้คนนั้นไสหัวออกจากเครื่องบินของฉันได้เลย ไปเลยชิ่วๆ เราจะจบในเกมนี้เพราะฉันไม่ได้เตรียมของไว้มากพอสำหรับ 2 เกมนะโว้ย" หลังจากนั้นก็ปรากฎภาพที่เขาถือเบียร์ และสูบซิการ์ตามที่กล่าวไว้ในข้างต้น หลังจากนั้น แอร่อน เลยจัดการสืบสาวเรื่องนี้ต่อ

มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกที่นักกีฬาจะดื่มเบียร์ในเวลาส่วนตัวของเขา แต่สิ่งที่ แอร่อน สงสัยไม่ใช่เรื่องของวินัย แต่มันคือเรื่องของความสุดยอดของฝีมือ เพราะหาก จอร์แดน ดื่มเบียร์แบบจริงจังตามที่กล่าวอ้าง ทำไมเขาจึงลงสนามด้วยฟอร์มที่เหนือชั้นกว่าคนอื่นมากมายนัก 

มีหลายเรื่องประกอบกันที่อาจจะบอกไม่ได้ว่าเขาดื่มเยอะเกินโควต้านักกีฬาหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ สามารถบอกได้ว่า เบียร์ คือเครื่องมือในการพักผ่อนหย่อนใจของ จอร์แดน โดยแท้จริง เรื่องระหว่าง เบียร์ และ MJ นั้นมีคนรอบตัวของเขาออกมายืนยันว่า เคยเห็นเขาดื่มเบียร์อยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะดื่มคนเดียวหรือกับเพื่อนร่วมทีมของเขา

อย่างแรกเลยในหนังสือที่ชื่อว่า The Jordan Rules ที่เขียนโดยนักเขียนชื่อ แซม สมิธ โดยหนังสือเล่มนี้เปิดเผยถึงเบื้องหลังที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ จอร์แดน ทั้งการชกกับ วิล เพอร์ดิว เพื่อนร่วมทีมบูลส์, การตั้งใจส่งบอลที่แรงกว่าปกติให้กับ บิลล์ คาร์ไรท์ จนเพื่อนร่วมทีมของเขาเล่นพลาดเพื่อให้รู้ว่าตัวเองยังมีจุดอ่อน โดยมีส่วนหนึ่งที่ สมิธ เขียนถึงนิสัยรักการดื่มของ จอร์แดน ว่า "ไมเคิล จอร์แดน ดื่มแชมเปญจากขวดเหมือนกับเด็กทารกได้ดูดขวดนม" 

นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ของทีมอีกหลายคนที่เปิดเผยว่า จริงๆ แล้วบนรถบัสของทีม การดื่มเบียร์แทบจะเป็นประเพณีของทีม ชิคาโก้ บูลส์ เลยด้วยซ้ำ พวกเขา (ผู้เล่นและทีมสต๊าฟ) มักจะดื่มเบียร์แบบกรุบกริบพอครึกครื้นสัก 2-3 กระป๋อง โดยเฉพาะ จอร์แดน นั้นเรียกได้ว่าเป็นขาประจำที่นั่งหลังรถติดถังแช่เบียร์เลยทีเดียว

"พวกเขาจะมีเบียร์อยู่ที่ท้ายรถ หลังจากนั้นเกมจะเริ่มจากการเขี่ยของเขาเลย" หนึ่งในทีมสต๊าฟเล่าผ่านหนังสือชีวประวัติของ ฟิล แจ็คสัน โค้ชคนเก่งของทีมที่มีชื่อว่า "Mindgames: Phil Jackson's Long Strange Journey" 

หลายข้อมูลดังกล่าวที่อ้างอิงกันพอจะบอกได้ว่า จอร์แดน คือ 1 ในคอเบียร์ตัวจริง ทว่าไม่ใช่แค่ แอร่อน เท่านั้น ยังมีอีกหลายๆ คนที่ยังสงสัยว่า มันจะเป็นไปได้หรือหากเขาดื่มมันเยอะขนาดนั้นและมันจะไม่ส่งผลอะไรกับสภาพร่างกายและการลงเล่นเลย

 

กินเป็นกิน งานเป็นงาน กินเพื่องาน

ไม่ใช่จอร์แดนคนเดียวหรอกที่เป็นคนในวงการบาสเกตและมีชื่อเสียงระดับต้นๆ ที่ชอบดื่มเบียร์เป็นชีวิตจิตใจ ในวงการ NBA มีคอเบียร์ที่ชอบก๊งกันหลังเกมการแข่งขันอีกหลายรายไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือโค้ช ทั้ง ชาร์ลส์ บาร์คลี่ย์, เชน แบ็ททิเยร์ รวมไปถึง อัลเลน ไอเวอร์สัน ที่เคยใช้นักข่าวจากสำนัก Sports Illustrated วิ่งไปซื้อเบียร์ยี่ห้อ Corona ให้ดื่มอยู่เลย เพราะฉะนั้นเบียร์หลังเกมเป็นเรื่องธรรมดามาก ... หากกินในปริมาณที่พอดีๆ ซึ่งแน่นอนว่าคำว่า "พอดี" ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

"ครึ่งชั่วโมงแรกหลังจากเกมจบ จอร์แดน และเพื่อนร่วมทีมจะกินเบียร์รวมกันตกคนละ 5-6 กระป๋อง และบ่อยครั้งพวกเขาจุดซิการ์สูบกันด้วย นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือใหญ่โตอะไร เบียร์กับนักบาสระดับอาชีพเป็นของคู่กันมานานหลายสิบปีแล้ว ไม่ใช่ว่ามันจะแย่อย่างเดียวนะ อย่างน้อยๆ เบียร์ ทำหน้าที่ช่วยทดแทนของเหลวในร่างกายที่พวกเขาสูญเสียไปจากการแข่งขันด้วย" โรแลนด์ ลาเซนบี้ เขียนไว้ในหนังสือที่ชื่อว่า "Blood on the Horns"

นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยของศาสตราจารย์ มานูเอล การ์ซอน จาก ม.กรานาด้า (University of Granada) ที่บอกว่าการดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดและลดฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด ทั้งสองข้อนี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ โดยปริมาณที่แนะนำ คือ ไม่เกิน 2 ขวดต่อ 1 ครั้ง

ในส่วนของการแจกแจงเรื่องประโยชน์ยังพอมีเหตุผลให้ จอร์แดน ได้ดื่มด่ำกำซาบแบบไม่ต้องเคอะเขิน ขณะที่อีกด้านในแง่ของจิตวิทยานั้นยิ่งน่าเชื่อว่าทำไม จอร์แดน และพรรคพวกทัพกระทิงจากชิคาโก้จึงชอบดื่มมันนัก เพราะมันทำให้พวกเขาสนิทใจในการเข้าหาและพูดคุยกันมากขึ้น เรียกได้ว่ามันคือกิจกรรมที่ทำให้ทีมกลายเป็นทีมที่แน่นแฟ้นนั่นเอง

แมทธิว เดมพ์ซี่ย์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านการแพทย์ยืนยันว่า มนุษย์หลายคนนั้นมีความอึดอัดใจเป็นอย่างมากในการพยายามเข้าสังคม ซึ่งหนึ่งในตัวช่วยที่ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นคือการดื่มเครืองดื่มแอลกอฮอล์อย่างเบียร์ ซึ่งสามารถทำให้เกิดการละลายพฤติกรรมได้เป็นอย่างได้ และแน่นอนเหมือนเช่นเคยด้วยการเติมวงเล็บว่า "ในปริมาณที่พอดี"

ความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่มีในทีมของ บูลส์ คือสิ่งที่ จอร์แดน พยายามบอกเสมอว่าคือส่วนสำคัญที่เปลี่ยนให้เขาจากผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมให้กลายเป็นผู้เล่นระดับตำนาน ...

จอร์แดน นั้นเป็นคนที่มีนิสัยเป็นผู้นำ ใส่ใจกับผู้คนรอบตัวและผลการแข่งขันมาก เขาเชื่อว่าหากสองสิ่งผสมผสานกันได้จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จ เขามักจะถ่อมตัวและจะภูมิในการเป็นส่วนหนึ่งของทีม มากกว่าที่จะเล่นแบบวันแมนโชว์ 

กินเป็นกิน งานเป็นงาน กินเพื่องาน ... แม้จะไม่ได้มากมายมหาศาลแต่เบียร์ก็สมควรถูกจัดเป็นหนึ่งในอาวุธลับเล็กๆ ที่ช่วยให้ จอร์แดน ประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน

 

หาตรงกลางให้เจอ

"เรามีกฎเก่าแก่อยู่ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในห้องล็อกเกอร์รูม (ห้องแต่งตัวนักกีฬา) จะไม่มีวันออกจากห้องนั้นเด็ดขาด ดังนั้นอย่าหวังอะไรหวือหวาจากปากผมเลย เอาแบบนี้ผมจะบอกว่า เบียร์ มีคาร์โบไฮเดรต ประมาณ 10-12 กรัมต่อ 1 กระป๋อง แต่น่าเสียดายที่มันมีแอลกอฮอล์ที่ถูกดูดซึมได้อย่างง่ายดาย" ชิป ชาร์ฟเฟอร์ ที่เป็นอดีตสต๊าฟของทีมในเวลานั้นบอกได้แค่นี้ ด้วยกฎที่ห้ามแพร่งพรายความลับจากห้องแต่งตัว

หากลองวิเคราะห์ดู จะเห็นได้ว่าแท้จริงกฎ "ห้ามแพร่งพราย" นี้มีช่องโหว่ บ่อยครั้งมีการเปิดเผยภายหลังว่าใครทำอะไรหากมันเป็นเรื่องดีๆ ยกตัวอย่างเช่น เรย์ อัลเลน ตำนานจอมยิง 3 แต้มจาก บอสตัน เซลติกส์ และ ไมอามี่ ฮีต ที่เคยเล่าว่า

"ในทุกๆ ห้องแต่งตัวทุกคนจะพูดถึงสิ่งดีๆ ทุกคนจะบอกว่าพวกเราต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อให้ได้ชัยชนะมา"  นี่คือสิ่งที่อธิบายถึงบรรยากาศในห้องแต่งตังของทีม ซึ่งเห็นไหมว่ามันไม่ได้ลับไปเสียทุกเรื่อง ถ้าจะเรียกกฎนี้ให้ถูกควรจะต้องเรียกว่า "กฎที่ห้ามแพร่งพรายเรื่องราวที่ไม่ถูกจริตคนภายนอกและเรื่องที่อาจจะเกิดดราม่า" ... แบบนี้น่าจะเหมาะสมกว่า

ดังนั้นเมื่อวกกลับมาที่เรื่องของ จอร์แดน เราก็ไม่เคยได้คำตอบที่ชัดเจนสักครั้งว่าเขาเป็นมืออาชีพที่ไม่แตะสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพอย่างการดื่มเบียร์เลย ...  

แน่นอน เบียร์ (ที่เกินพอดี) ส่งผลเสียต่อนักกีฬาระดับโลกที่ต้องชี้วัดกันด้วยพละกำลัง แต่ทำไม จอร์แดน ตำนานแห่งความมืออาชีพทำไมยังดื่มมันอยู่ เหตุผลนั้นง่ายนิดเดียว คือ การเดินทางสายกลางนี่สิ คือ บันไดที่ทำให้เขาไต่สู่ยอดเขาแห่งตำนานได้

จอร์แดน ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป เขาเอาจริงเอาจังกับการซ้อมการแข่งขัน แต่เมื่อถึงเวลาพักผ่อน เขาเองก็วางตัวเองไว้ในกรอบของการพักผ่อนไว้อย่างลงตัว ซึ่งจริงๆ แล้วการพักผ่อนให้เพียงพอนั้นเป็นส่วนหนึ่งในงานทุกชนิดนั่นแหละ มันส่งผลทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่ดีกว่าเดิมแน่หากปฎิบัติมันอย่างถูกต้อง

"MJ ไม่เคยมีชื่อในเรื่องการเป็นนักดื่มคอทองแดงเลย แตกต่างจากพวก แลร์รี่ เบิร์ด ที่ดื่มแหลกตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตัวของ MJ นั้นแค่เลือกที่จะสนุกไปกับการสูบซิการ์และดื่มเบียร์ในเวลาที่เหมาะสมเท่านั้นเอง นักบาสหลายคนก็ทำกันนะ เมื่อคุณเหงื่อออกท่วมตัวเหนื่อยๆ คุณไม่อยากได้เบียร์เหรอ? เขาไม่ได้นั่งตั้งวงดื่มจนเมาเละเทะหรอก" โรแลนด์ ลาเซนบี้ ตอบในสิ่งที่เขารู้

ชีวิตมันก็ง่ายๆ แบบนี้เอง ถึงเวลาที่ต้องทำในสิ่งที่รับผิดชอบก็ทำมันให้เต็มที่ ทุ่มเทกับมันเพื่อความสำเร็จ แต่เมื่อไรที่ชีวิตต้องการความซาบซ่า ก็หย่อนมันหน่อยและหาความสุขใส่ตัวบ้าง นี่คือ "เวิร์ก-ไลฟ์ บาลานซ์" ที่ถึงแม้ไม่ใช่ จอร์แดน ก็นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้แน่นอน 

หากวันนี้คุณกำลังเหนื่อยกับการทุ่มเททำงานหนัก ไม่ว่าจะเพื่อความก้าวหน้า เพื่อคนที่คุณรัก หรือเพื่อตัวเอง แต่อย่างน้อยๆ ลองหาเวลาที่คุณได้รู้สึกรีแล็กซ์สักช่วงสั้นๆ ในแต่ละวัน ปล่อยใจไปกับสิ่งที่คุณอยากทำไปพลาง พร้อมทบทวนกับสิ่งที่ผ่านมาและสิ่งที่รออยู่  

อย่าโทษตัวเองมากนัก และให้รางวัลกับชีวิตบ้าง ความสุขอยู่ตรงหน้า หาตรงกลางของชีวิตให้เจอ และเดินไปคว้ามันมาซะ

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.complex.com/sports/2018/03/ray-allen-details-pettiness-used-to-run-through-celtics-locker-room
https://www.michaelleestallard.com/michael-jordans-transformation-contributed-to-his-success
https://firstwefeast.com/drink/2015/02/michael-jordan-six-pack-myth
https://hornet.com/stories/th/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B9%8C/
https://thestandard.co/can-you-drink-beer-after-exercise/
https://fadeawayworld.net/2019/09/08/the-story-of-the-time-michael-jordan-boarded-flight-to-game-6-of-the-1993-nba-finals-with-a-can-of-beer/



ชื่นชอบบทความนี้ของ : ชยันธร ใจมูล ?

แชร์เลยหากคุณอยากแบ่งปันกับคนใกล้ตัว



บทความที่เกี่ยวข้อง