FEATURE

กาลครั้งหนึ่งเมื่อ “จา พนม” ถูกเชิญไปโชว์ “มวยไทยยุทธศิลป์” ช่วงพักครึ่ง NBA | Main Stand



เพราะมวยไทยไม่ได้เป็นแค่การต่อสู้ที่ดุเดือดบนสังเวียนผืนผ้าใบสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียว แต่มวยไทยยังเป็นพื้นฐานและรากฐานในการต่อยอดไปสู่โอกาสที่อาจคาดไม่ถึง


 

เฉกเช่นเรื่องราวดั่งนิยายของ “จา พนม” ทัชชกร ยีรัมย์ หรือ โทนี่ จา พระเอกนักบู๊สายเลือดไทย ที่แจ้งเกิดจากนำเอา “มวยไทยยุทธศิลป์” ไปประยุกต์ใช้ในการแสดงภาพยนตร์แอ็กชั่นเรื่อง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง จนสามารถพาตัวเองไปโด่งดังโกอินเตอร์บนแผ่นดินอเมริกา

ถึงขนาดที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับเชิญไปให้แสดง Half Time Show ของลีกบาสเกตบอลยอดนิยมเบอร์ 1 ของโลกอย่าง NBA 

และต่อมาหลังจากนั้น โทนี่ จา ก็ได้กลายมาเป็นนักแสดงฮอลลีวูดอย่างเต็มตัว ซึ่งคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารากฐากสำคัญของ จา พนม มาจาก มวยไทยยุทธศิลป์ นั่นเอง 

 

มวยไทยยุทธศิลป์ 

มวยไทยยุทธศิลป์ อาจไม่ใช่กีฬาที่คนทั่วไปคุ้นเคยมากนัก แต่หากจะอธิบายให้เข้าใจอย่างรวดเร็ว “มวยไทยยุทธศิลป์” ก็คือการแข่งขันมวยไทยรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้สาดอาวุธหมัดเท้าเข้าศอกใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตายเหมือนดั่งมวยไทยสมัครเล่น และมวยไทยอาชีพ

แต่เป็นการแข่งขันกันที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยใช้ท่วงท่าแม่ไม้มวยไทยและลูกไม้มวยไทยมาร้อยเรียงออกมาเป็นการแสดงโชว์ “มวยไทยยุทธศิลป์” เพื่อให้ผู้ชมทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ ดูสนุก สวยงาม อีกทั้งยังเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะวัฒนธรรมการต่อสู้ประจำชาติให้อยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไป รวมไปถึงการเผยแพร่ออกไปสู่สายตานานาชาติ 

โดย “มวยไทยยุทธศิลป์” เป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัย ข้อดีคือนักกีฬาไม่ต้องเสี่ยงเจ็บตัวเหมือนการขึ้นชกจริง 

นอกจากนี้นักกีฬายังนำเอาวิชามวยไทยที่ได้ฝึกฝนติดตัวไปใช้ในชีวิตจริงได้ เพื่อป้องกันตัวเองในยามจำเป็น รวมถึงสามารถนำไปต่อยอดสู่อาชีพอื่น ๆ เช่น นักแสดงคิวบู๊ หรือ ครูสอนมวยไทย ได้อีกด้วย

เพราะกว่าจะออกมาเป็นการแสดงหรือโชว์ที่ประกวดแข่งขันกัน นักกีฬามวยไทยยุทธศิลป์ ล้วนต้องผ่านการฝึกฝนท่วงท่ามวยไทยต่าง ๆ มาจนชำนาญถึงจะสามารถเข้าใจศาสตร์และศิลป์ของมวยไทยเป็นอย่างดี 

ส่วนมากจะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท คือ 1.Talent หรือประเภทเดี่ยว 2.Duo หรือประเภทคู่ และ 3.Team ประกอบด้วยประเภททีมหญิงล้วน, ประเภททีมชายล้วน และทีมผสมชาย/หญิง  

 

สู่การโกอินเตอร์ 

โทนี่ จา คือตัวอย่างหนึ่งของคนที่นำเอา มวยไทยยุทธศิลป์ ไปปรับใช้ในการแสดงจนประสบความสำเร็จ แม้จะไม่เคยชกมวยอาชีพมาก่อนแต่ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าฝึกฝนมวยไทยยุทธศิลป์จนชำนาญแล้วก็จะสามารถนำไปต่อยอดในด้านอื่น ๆ ได้  

พื้นฐานของ จา พนม เป็นคนที่ชื่นชอบในศิลปะการต่อสู้เป็นทุนเดิม แต่ด้วยความที่ฐานะทางบ้านยากจนเขาจึงฝึกฝนกระบวนท่าต่าง ๆ ของมวยไทยโบราณอยู่กลางทุ่งนา บวกกับเมื่อตนเองเป็นคนที่ชื่นชอบการดูภาพยนตร์แอ็กชั่นจึงเริ่มฝึกหัดดัดแปลงท่ามวยไทยมาผสมผสานกับทักษะที่เขามีติดตัวนั่นคือการกระโดดสูง

ต่อมาเมื่ออายุได้ 15 ปี จา พนม ได้ขอให้คุณพ่อพาไปพบกับ พันนา ฤทธิไกร เพราะมีความฝันอยากเป็นนักแสดงแอ็กชั่น

เขาจึงได้เริ่มเข้าสู่แวดวงบันเทิงผ่านการฝึกหัดเป็น สตันท์แมน นำไปสู่การมีโอกาสได้แสดงเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ องค์บาก ของผู้กำกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว 

จา พนม ได้ใช้ความสามารถด้านมวยไทยยุทธศิลป์ที่ฝึกมากับการแสดงมาประยุกต์ออกมาเป็นท่าทางในการแสดงคิวบู๊ที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร 

พร้อมกับสร้างปรากฏการณ์องค์บากที่ดังไปทั่วประเทศ ในปี 2003 จากคำโปรโมตที่ว่า “ไม่ใช้สลิงก์ ไม่ใช้ตัวแสดงแทน ไม่ใช้เทคนิคพิเศษ”

ผลงานการแสดงแอ็กชั่นเต็มตัวเรื่องแรกของ จา พนม ทำให้หนังเรื่อง องค์บาก ไม่ได้แค่สร้างกระแสดังในไทยเพียงอย่างเดียว เพราะยังได้ไกลไปถึงต่างแดน 

เพราะทาง แมกโนเลีย พิคเจอร์ส ได้ติดต่อขอนำเอาภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก และ ต้มยำกุ้ง ไปฉายในสหรัฐอเมริกา จนได้รับความนิยมขึ้นบ็อกซ์ ออฟฟิศ อเมริกา และกวาดรายได้มาได้เป็นกอบเป็นกำ

“เราจำได้ว่าครั้งแรกที่ได้ดูหนังเรื่อง องค์บาก ผมกับท่านประธานบริษัทแมกโนเลีย พิคเจอร์ ยืนขึ้นกลางโรงภาพยนตร์แล้วแท็กมือกัน หนังเรื่องนี้มันดึงเอาความเป็นเด็กวัย 14 ของพวกเราออกมาอีกครั้ง ผมยื่นข้อเสนอให้พวกเขาทันที” 

“ผมไม่ได้เปรียบเทียบกับเขากับ บรูซ ลี แต่ถ้าคุณมีโอกาสซื้อภาพยนตร์เรื่องแรกของ บรู๊ซ ลี ใครบ้างล่ะที่จะอยากปล่อยให้หลุดมือ” ทอม ควินน์ หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อของ แมกโนเลีย พิคเจอร์ส กล่าว

 

ตำนานกระโดดเตะสูง NBA 

อิทธิพลความดังของหนังเรื่อง องค์บาก ทำให้ โทนี่ จา ได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะนักแสดงแอ็กชั่นที่น่าจับตามองจากฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะการเน้นย้ำจุดขายคือความสามารถด้านมวยไทยจากนักมวยชาวไทยตัวจริงเสียงจริง 

แม้ก่อนหน้านี้ มวยไทย จะเคยถูกนำเสนอให้ชาวอเมริกาและทั่วโลกได้รู้จักผ่านภาพยนตร์เรื่อง Kick Boxing ที่นำแสดงโดย ฌอง-คลอด แวน แดม (ออกฉายในปี 1989) แต่เป็นการแสดงของ จา พนม ที่ทำให้ผู้ชมได้สัมผัสและเข้าถึงความเป็นมวยไทยได้อย่างเต็มรูปแบบจากต้นตำรับมากกว่าภาพยนตร์ Kick Boxing 

อีกทั้งการแสดงของ จา พนม ที่ไม่ใช้ตัวแสดงแทนและสลิง ยิ่งทำให้ผู้ชมรู้สึกทึ่งมากขึ้นไปอีกขั้น นั่นจึงทำให้ช่วงต้นปี 2005 “โทนี่” ได้รับเชิญให้ไปแสดง Half Time Show ในการแข่งขัน NBA ที่สนามเหย้าของทีมดัลลัส แมฟเวอริกส์ 

ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ทางสหมงคลฟิล์ม มีแผนว่าจะปล่อยภาพยนตร์เรื่อง “ต้มยำกุ้ง” ในช่วงเดือนสิงหาคม หลังจากประสบความสำเร็จอย่างสูงจากหนังเรื่องแรกอย่าง “องค์บาก” ที่ออกฉายไปก่อนหน้านั้น 

จา พนม หรือ โทนี่ จา ปรากฏต่อหน้าผู้ชมด้วยชุดนักมวยไทยโบราณ ใช้เชือกพันมือ และถูกแนะนำตัวจากโฆษกในสนามว่าเป็นพระเอกจากหนังเรื่ององค์บาก 

เขามีเวลาแสดงอยู่ประมาณ 3 นาที แต่ทว่า “นักแสดงชาวไทย” กลับสะกดทุกสายตาของผู้ชมในสนาม อเมริกัน แอร์ไลน์ เซ็นเตอร์ ได้อย่างอยู่หมัด

เขาเปิดตัวด้วยการแสดงที่หยิบเอาบางฉากและบางซีนที่ต่อสู้ในเรื่อง องค์บาก มาโชว์ให้แฟน ๆ ได้ดู อาทิ การกระโดดขึ้นไปเดินบนไหล่ หรือการกระโดดตีลังกาหมุนตัวเตะ 

จนกระทั่งมาถึงช่วงไฮไลท์โชว์ปิดท้าย โทนี่ จา ท้าทายตัวเองด้วยการให้ทีมสตันท์แมนที่ร่วมแสดงกับเขาตัวต่อขึ้นไป 2 ชั้น แล้วคนที่ยืนอยู่ด้านบนสุดใช้มือจับลูกบาสไว้

ความสูงจากระดับพื้นนั้นน่าจะใกล้เคียง 3 เมตรได้ จา พนม รวมรวบสมาธิ และทันใดนั้นเขาก็กระโดดสูงเทคตัวขึ้นไปเตะลูกบาสนั้นได้สำเร็จ 

ซึ่งหากใครเคยดูหนังเรื่อง ต้มยำกุ้ง ก็จะร้องอ๋อทันที เพราะในภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีฉากที่ จา พนม กระโดดเตะโคมไฟบนยอดเสา และกระโดดเตะตัวร้ายที่กำลังอยู่บนเฮลิคอปเตอร์ 

จา พนม ผสมผสานทั้งทักษะด้านมวยไทย การกระโดดเตะสูงแบบเซปักตะกร้อ ไปจนถึงความอ่อนตัวและการทรงตัวจาก ยิมนาสติก ออกมาเป็น มวยไทยยุทธศิลป์ ที่น่าทึ่งและน่าประทับใจ แม้เขาจะสูงเพียงแค่ 168 เซนติเมตร แต่กลับสามารถกระโดดเตะสูงได้ในระดับที่น่าจะแตะหลัก 3 เมตรได้ 


โทนี่ จา จึงได้จารึกชื่อว่าเป็นคนไทยคนแรกที่มาแสดงโชว์ระหว่างการแข่งขัน NBA ก่อนที่ในอีก 17 ปีต่อมา แบมแบม GOT7 จะได้รับโอกาสมาโชว์ต่อจากเขา 

ซึ่งระยะเวลาที่ห่างและยาวนานขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ว่าใครก็สามารถมาโชว์ช่วงพักครึ่งในสนามแข่งบาสลีก NBA ได้

มวยไทยยุทธศิลป์ จึงถือเป็นกีฬาที่ไม่ได้มีแค่การโชว์กระบวนท่ามวยไทย แต่ยังสามารถฝึกฝนและนำเอาไปต่อยอดในเส้นทางการแสดงแอ็กชั่นได้อีกด้วย 

ซึ่ง มวยไทยยุทธศิลป์ นี้ก็ได้รับการสนับสนุนจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย และถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในกิจกรรม “Thailand Online Sports Day ครั้งที่ 2” ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬารูปแบบออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยผู้รักกีฬาและเป็นนักกีฬาทุกเพศทุกวัยร่วมส่งคลิปวิดีโอใน 5 ชนิดกีฬา 

ได้แก่ การแข่งขันมวยไทยยุทธศิลป์ ประเภท Talent, การแข่งขันกีฬาสแต็ค, การแข่งขันเต้นบี-บอย, การแข่งขันเซิร์ฟสเก็ต และการแข่งขันเทควันโดฟรีสไตล์พุมเซ่ ชิงรางวัลรวมมูลค่า 200,000 บาท

มวยไทยยุทธศิลป์ จึงได้ประโยชน์จากทั้งการฝึกฝนเพื่อสุขภาพ การฝึกฝนเพื่อล่ารางวัล ไปจนถึงการพัฒนาตัวเองไปสู่การต่อยอดในการอื่น ๆ ไม่แน่ว่าในอนาคตสตาร์คนต่อไปของโลกการต่อสู้อาจเกิดขึ้นจากการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ก็เป็นไปได้ 

 

แหล่งอ้างอิง 

https://www.reuters.com/article/film-thailand-dc-idUKN0225589820070403
https://www.youtube.com/watch?v=UZSPo-74iBc&ab_channel=Yij



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x