FEATURE

ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด : เจ็บหนักที่สุดในชีวิต ก่อนปูทางสู่เหรียญประวัติศาสตร์โอลิมปิก 2024 | Main Stand



ชื่อของ ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด เป็นชื่อที่แฟนมวยชาวไทยเริ่มคุ้นหู  กับการก้าวขึ้นมาเป็นดาวดวงใหม่แห่งทัพขุนพลเสื้อกล้ามทีมชาติไทย


 

จากผลงานที่เคยปราบเอาชนะนักชกดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก มาแล้วในรอบคัดเลือกชิงตั๋วไปโตเกียว เกมส์ จนทำให้ ธิติสรรณ์ ได้รับเลือกให้ คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ สาขา นักมวยสากลสมัครเล่นชายยอดเยี่ยม 

แม้ต้องอกหักไม่ได้ถอนตัวออกจากการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2020 เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า แต่ตอนนี้เขาพร้อมที่เดินหน้าสู้ต่อไป และแบกรับความคาดหวังใหม่ในฐานะ ขุนพลนักชกที่มีลุ้นเหรียญในโอลิมปิก เกมส์ 2024 

 

ทำไมต้องรู้จักเขา ? 

ธิติสรรณ์  ปั้นโหมด ถือเป็นความหวังใหม่ของนักมวยสากลไทย  หลังจากที่ทีมมวยสากลทีมชาติไทยพลาดเหรียญรางวัลเป็นครั้งแรกในรอบ 32 ปี   ซึ่งหนึ่งในนักกีฬาความหวังที่จะก้าวมาเป็นดาวรุ่งดวงใหม่ก็คือ “เหลิม” คนนี้ 

“ธิติสรรณ์” เติบโตมากับคุณพ่อที่เป็นเจ้าของมวย ส.สายันต์ ซึ่งเป็นค่ายมวยเล็กๆในจังหวัดพิจิตร   แต่เขาเองไม่เคยมีแนวคิดที่จะเป็นนักมวย  เพราะเป็นคนรักสงบและไม่ชอบความรุนแรง  และมักจะโดนแกล้วอยู่เสมอ   

กระทั่งเขาทนไม่ไหว ไปขอให้พ่อช่วยสอนมวยไทยเพื่อป้องกันตัวเอง  ทำให้เขาใช้เวลาอยู่กับการชกมวย  จนฝีมือพัฒนาอย่างรวดเร็ว  ได้ไปชกมวยไทยในไฟต์ต่างๆ จนกระทั่งไปเป็รแชมป์ประจำภาคเหนือ   หลังจากที่กลับมาจากการได้แชมป์ ก็ไม่มีใครคิดที่จะรังแกเขาอีกเลย 

ธิติสรรณ์ ตั้งใจเดินเส้นทางนี้เต็มตัว จึงเลือกเรียนต่อที่โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ภายใต้การคุมทัพของผดุงชัย พันนุมา  ซึ่งปลุกปั้นเขาสู่เวทีเยาวชนชิงแชมป์เอเชียในปี 2015   

ในช่วงแรกชื่อของ ธิติสรรณ์ ไม่มีใครคุ้นหูนัก จนกระทั่งเขาประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์เยาวชนชิงแชมป์เอเชีย 2017  พร้อมคว้าแชมป์เยาวชนโลก 2018 และรองแชมป์เอเชีย 2018 อีกด้วย 

กระทั่งในศึกมวยสากลคัดเลือกโอลิมปิก 2020  ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด  ผ่านการคัดตัวของสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนคัดเลือกโอลิมปิก โซนเอเชีย ในรุ่น 52 กิโลกรัมชาย  ที่จะคัดเลือกตัวแทน 6 คนในรุ่นนี้เข้าแข่งขันในโอลิมปิก 2020  เทียบฟอร์มแล้ว ความหวังสูงสุดย่อมอยู่ที่ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ในรุ่น 57 กิโลกรัม และวุฒิชัย มาสุข ในรุ่น 69 กิโลกรัมที่มีประสบการณ์มากกว่า 

ปรากฏว่า ธิติสรรณ์ กลับสร้างผลงานเกินคาด เขาการันตีตั๋วในรอบรองชนะเลิศ พร้อมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ  แต่ไปไม่ถึงฝันเมื่อพ่ายนักชกจีนในรอบชิงชนะเลิศ  แต่ก็้ยังดีพอกับการคว้าตั๋วโอลิมปิกครั้งแรกในชีวิตของเจ้าตัว 

หลังสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้น โอลิมปิกมีกำหนดจัดการแข่งขัน 23 กรกฎาคม - 8 สิงหาคม 2021  ธิติสรรณ์ ฝึกซ้อมอย่างหนักด้วยความหวังคว้าเหรียญโอลิมปิกครั้งนี้   แต่ปรากฏว่า เขามีอาการบาดเจ็บจากการฝึกซ้อม เอ็นไขว้เข่าขาด  ต้องพัก 6 เดือน  ส่งผลให้ต้องถอนตัวจากการแข่งขันโอลิมปิก 2020  

“การไม่ได้ไปโอลิมปิกมันน่าเสียดายแน่นอน แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ มันเกิดขึ้นแล้ว ขอรักษาชีวิตตัวเองก่อน มองในแง่ดีถ้าไปครั้งนี้เราอาจจะติดโควิดแทนก็ได้ เราไม่รู้อนาคตหรอก แต่ผมไม่ถอดใจแน่นอน ใจผมยังสู้อยู่ ไม่ได้ไปครั้งนี้ก็ยังมีครั้งหน้าอีก”

“ ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ฝากทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยคนอื่นที่เดินทางไปแข่งขันด้วย ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะตั้งใจสู้เพื่อนำเหรียญกลับมาฝากชาวไทยแน่นอน” ธิติสรรณ์ กล่าวอย่างติดตลกในตอนนั้น   


อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของธิติสรรณ์ ตอนนี้เบนเป้าไปที่ความฝันที่ใหญ่ที่สุดนั่นก็คือ การคว้าเหรียญทองในโอลิมปืก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสมาครองให้ได้  โดยเฉพาะในรุ่น 52 กิโลกรัม ซึ่งเป็นรุ่นที่ถนัดของเขา 

 

จุดแข็ง

แม้รูปร่างจะเล็กและประสบการณ์ในรุ่นประชาชนที่ยังมีไม่มากเท่านักชกรุ่นพี่  แต่จุดเด่นของธิติสรรณ์ คือความไว้, ปราดเปรียว และเชิงมวยที่ไม่เหมือนใคร  เขาสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีและโดดเด่นกว่านักชกในวัยเดียวกัน  

เขาคือนักมวยรุ่นเล็กที่จะก้าวมาเป็นตัวแทนของแก้ว พงษ์ประยูร ที่จะสร้างความสำเร็จในอนาคต  และเป็นนักมวยที่เคยผ่านช่วงเวลาความยากลำบากมาแล้ว  ประสบการณ์จะสอนให้เขาเเข็งแกร่งขึ้นได้อีกในอนาคต  และด้วยวัยเพียง 21 ปี ทำให้เขายังประสบความสำเร็จได้อีกหลายรายการ 

 

ผู้คนพูดถึงเขาอย่างไรบ้าง ?  

“รู้สึกเสียดายที่ธิติสรรณ์ ไม่ได้ไปโอลิมปิก 2020 เพราะอาการบาดเจ็บ เเต่เขายังพร้อมสำหรับโอลิมปิก 2024 เพราะเขายังเป็นนักชกความหวังของเรา” สมชาย พูลสวัสดิ์ อดีตประธานเทคนิคสมาคมมวยสากลแห่งประเทศไทย  กล่าว

 

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด มีโอกาสจะเป็นนักชกไทยที่คว้าเหรียญทองคนแรก ในรุ่นเล็กที่สุดในกีฬามวยสากล (52 กิโลกรัม)  แม้ว่าก่อนหน้านี้ สมจิตร จงจอหอ จะเคยคว้าเหรียญทองในรุ่น 51 กิโลกรัม ซึ่งเป็นรุ่นที่เล็กกว่าธิติสรรค์  เเต่ยังไม่ใช่รุ่นที่เล็กที่สุดของโอลิมปิก 2020  เพราะในปีนั้น มีการแข่งขันในรุ่น 48 กิโลกรัม 

แต่สำหรับโอลิมปิก 2020  รุ่น 52 กิโลกรัม ถือเป็นรุ่นที่เล็กที่สุด  ดังนั้นเขาจะกลายเป็นนักชกไทยที่คว้าเหรียญทองในรุ่นที่เล็กที่สุด หากทำได้สำเร็จ 

 

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล และมุมมองที่มีต่อวงการมวย

“รู้สึกภูมิใจและภาคภูมิใจกับรางวัลมากครับ  ผมคิดว่าเป็นเพราะเรื่องของความมีวินัยและลีลาบนเวทีครับ ที่น่าจะทำให้ผมได้รับรางวัลนี้  ผมรู้สึกว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะยกระดับมวยสากลไทยให้ไปไกลกว่านี้”

“ตอนนี้ดีนะครับ แต่ผมคิดว่าในภายภาคหน้าน่าจะดีกว่านี้  และเชื่อว่าในอนาคตน่าจะไปได้ไกลกว่านี้  ผมคิดว่าโดยรวมแล้วทีมไทยตอนนี้ทำได้ดีแล้ว  แต่หากจะพัฒนาคงจะเป็นเรื่องโภชนาการ เพื่อที่จะยกระดับทีมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ คือการกลับไปประสบความสำเร็จบนเวทีโลกและโอลิมปิกอีกครั้ง”



AUTHOR

วิรวิชญ์ เจริญเชื้อ

หนุ่มผู้หลงรักในเสน่ห์ของตัวเลขและตรรกศาสตร์ เล่นกีฬาไม่เก่ง แต่ชะตานำทาง สู่แวดวงกีฬาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
     


PHOTO

วราวุฒิ บุ่งหวาย

Main Stand's Photographer
     


x