FEATURE

โผน พรัญชัย : อดีตแชมป์ลุมพินีผู้มองว่าการไหว้ครูไม่ใช่เรื่องน่าอาย | Main Stand



“ผมคิดว่าการไหว้ไม่ใช่สิ่งน่าอายสำหรับคนรุ่นใหม่ ส่วนตัวผมมีความตั้งใจในการไหว้ครูให้สวยงามทุกไฟต์ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทย”


 

ชีวิตบนสังเวียนของ โผน พรัญชัย เรียกได้ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เคยผ่านช่วงเวลาที่ฟอร์มตกไม่ชนะใคร ถึงขั้นทำใจรับกับผลงานของตัวเองไม่ได้  รวมถึงเคยไปถึงจุดสูงสุดของวงการมวยนั่นคือการเป็นแชมป์เวทีมาตรฐาน

แม้ว่า โผน พรัญชัย จะสามารถไปถึงฝั่งฝันได้สำเร็จด้วยการเป็นแชมป์สนามมวยลุมพินี แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะตอบแทนในสิ่งที่มวยไทยให้กับเขาทั้งชื่อเสียงและเงินทอง 

ด้วยการร่วมอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย โดยเฉพาะการ “ไหว้ครู” ที่เจ้าตัวให้ความสำคัญทุกครั้งยามขึ้นสังเวียน ด้วยการร่ายรำท่วงท่าศิลปะแม่ไม้มวยไทยที่สวยสดงดงาม ทำให้ โผน พรัญชัย คว้ารางวัลเชิดชูเกียรติ สาขาไหว้ครูสวยงามดีเด่นชาย 2 ปีซ้อน เนื่องในวันมวยไทย 

แต่กว่าจะมาเป็น โผน พรัญชัย ในทุกวันนี้เขาต้องผ่านกับอะไรมาบ้าง และส่วนตัวเขามีมุมมองอย่างไรต่อวงการมวยไทย ?

 

ทำไมต้องรู้จักเขา ? 

โผน พรัญชัย หรือ นาย ศาสตรา ทองยศ ภูมิลำเนาเป็นชาวอำเภอเมือง จ.กระบี่ ชีวิตในวัยเด็กของเขาก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เรียนหนังสือเป็นหลัก กระทั่งอายุได้ 12 ปี นิรัตน์ ป.พงษ์สว่าง คุณอาของเขาซึ่งเคยเป็นอดีตนักมวยไทยได้ชักชวนหลานรักเข้าสู่วงการผืนผ้าใบ

ในช่วงแรก โผน ยอมรับว่าไม่ได้คิดจริงจัง แต่ด้วยความที่ยังเป็นเด็กมาก บวกกับยังไม่ได้มีเป้าหมายว่าโตขึ้นอยากไปเป็นอะไร “โผน” จึงไม่ขัดความตั้งใจของคุณอาที่พาเขาตระเวนชกมวยภูธรในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้ชื่อว่า “แก้วมณี กรีนเปปเปอร์”

ซึ่งเจ้าโผนก็เริ่มฉายแววความเป็นมวยหัวใจสู้มาตั้งแต่เด็ก แถมยังมีการออกอาวุธที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ได้ร่ำเรียนและฝึกวิชามาจากคุณอาอดีตนักมวยไทย จากนั้นพออายุได้ 15 ปีก็เข้ามาอยู่กับค่ายมวยพรัญชัย ซึ่งเป็นค่ายมวยดังแดนใต้ ทำให้หลายคนคาดการณ์กันว่า โผน มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นมวยดังในอนาคตได้ไม่ยาก 

อย่างไรก็ตามชีวิตคนเราย่อมต้องเจอทั้งช่วงเวลาที่สวยงามและอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในวันที่แย่ ครั้งหนึ่ง “โผน” ที่กำลังไปได้ดีในเส้นทางสายกำปั้น เคยเกือบต้องเลิกมวย เพราะเจ้าตัวได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่นิ้วมือ เคราะห์ดีที่เขายังสามารถหายดีได้

แต่หลังจากนั้น “โผน” ก็มากลับมาชกด้วยฟอร์มที่ไม่เหมือนเดิมจนต้องประสบกับความพ่ายแพ้บ่อยครั้งและเกือบถอดใจแขวนนวมอีกรอบ ทว่าด้วยกำลังใจของคนรอบข้างรวมถึงโอกาสจาก นายหัว “โกเด๊ะ” ที่เปรียบเสมือนมือศักดิ์สิทธ์ที่ฉุดเขาขึ้นมาจากอารมณ์ดำดิ่งอีกครั้ง

และเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ปี 2562 ชีวิตการชกมวยของ โผน ก็มาอยู่บนจุดสูงสุด ในศึกลุมพินีแชมป์เปี้ยนเกริกไกร นัดฉลองวันสถาปนาครบรอบปีที่ 63 หนึ่งในคู่ไฮไลท์ที่ทุกคนรอคอย นั้นก็คือการชิงแชมป์มินิฟลายเวต พิกัด 105 ปอนด์ ของเวทีมวยลุมพินี 

ระหว่างสุดยอดมวยรุ่นกระเป๋า โผน พรัญชัย ปะทะ เพชรมาลัย เพชรเจริญวิทย์ เกมการชกพลิกไปพลิกมาอย่างดุเดือด ก่อนจะเป็น โผน พรัญชัย ที่เป็นฝ่ายชนะคะแนน คว้าแชมป์เส้นแรกในชีวิตมาฝากครอบครัวได้สำเร็จอย่างภาคภูมิใจ

พร้อมทั้งสร้างชื่อให้แฟนมวยได้จดจำ ด้วยลีลาการไหว้ครูที่อ่อนช้อยงดงาม ซึ่งเป็นกระบวนท่าที่ โผน พรัญชัย ฝึกฝนและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทย จนเป็นที่มาของรางวัลไหว้ครูสวยงามดีเด่นชาย 2 ปีซ้อน ที่เป็นเครื่องการันตีว่า ในวงการมวยไทยยุคนี้ไม่มีใครไหว้ครูสวยงามเท่ากับ โผน พรัญชัย อีกแล้ว

 

จุดแข็ง

โผน เป็นมวยฝีมือดีหาตัวจับยาก สเตปเท้าของเขารวดเร็วและสามารถใช้พื้นที่บนสังเวียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะเป็นมวยที่ตัวเล็ก แต่จังหวะออกแข้งแต่ละทีมีความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ ชกทุกครั้งก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนมวยได้ตลอด 

 

ผู้คนพูดถึงเขาอย่างไร ?

“สำหรับ โผน เขาเป็นนักมวยที่เก่ง มีแข้งที่เร็ว และเป็นมวยฝีมือที่หาตัวจับยาก ผมก็อยากจะสนับสนุนเขาให้มีรายการชกไปอีกสักระยะเพื่อดูร่างกาย” 

“และหลังจากเลิกมวยแล้วผมก็พร้อมสนับสนุนให้เขามีอาชีพที่มั่นคง อยากให้เขาได้รับราชการเป็นทหารอย่างที่เขาฝันไว้ ผมรักนักมวยทุกคนเหมือนลูก ผมอยากให้ลูก ๆ ของผมทุกคนได้ดีมีอนาคต” นายหัว “โกเด๊ะ” พรัญชัย อดิเทพวรพันธ์ หัวหน้าค่ายกล่าวถึง โผน พรัญชัย 

 

เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้ ? 

เอกลักษณ์ของการตั้งชื่อนักมวยไทยถือว่าเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ชื่อนักมวยส่วนใหญ่ก็สามารถบ่งบอกได้ว่านักมวยรายนั้นเป็นมวยที่ชกสไตล์ไหนหรือว่ามีภูมิลำเนามาจากที่แห่งใด 

สำหรับชื่อของ โผน พรัญชัย นายหัว “โกเด๊ะ” ได้ตั้งชื่อตาม โผน กิ่งเพชร อดีตแชมป์เปี้ยนโลกคนแรกของเมืองไทย ที่มีสไตล์การชกที่สวยงามเหมือนกับสไตล์ของ โผน พรัญชัย

และการตั้งชื่อด้วยคำที่มีพยางค์เดียวก็เปรียบเสมือนลายเซ็นของ ค่ายมวยพรัญชัย ที่นิยมตั้งให้จบในพยางค์เดียว เช่น สิงห์ พรัญชัย, เขี้ยว พรัญชัย, จอร์จ พรัญชัย, หยก พรัญชัย มีแค่ ฉลาม พรัญชัย และ กอลั่ม พรัญชัย ที่ใช้สองพยางค์ 

 

ความรู้สึกที่ได้รางวัล และ มุมมองต่อวงการมวย

“ผมต้องขอขอบคุณสำหรับรางวัลที่ผมได้รับ ผมรู้สึกภูมิใจมาก เพราะการไหว้ครู สิ่งแรกก็เพื่อเป็นการบูชาครูที่ช่วยประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยให้ และการไหว้ครูยังเป็นการอนุรักษ์ศิลปะที่คนรุ่นก่อนสืบทอดมายังปัจจุบัน” 

“ผมคิดว่าการไหว้ไม่ใช่สิ่งน่าอายสำหรับคนรุ่นใหม่ ส่วนตัวผมมีความตั้งใจในการไหว้ครูให้สวยงามทุกไฟต์ เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของมวยไทย”

“และที่สำคัญผมต้องขอขอบคุณไปยังนายหัว โกเด๊ะ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญตรงนี้ หลังจากที่นายหัวรู้ว่าผมชอบไหว้ครู ท่านก็ได้จ้างครูที่มีอาชีพไหว้ครูสวยงามโดยเฉพาะมาสอนเพิ่มเติมให้ผม”

“สำหรับมุมมองในวงการมวย ผมคิดว่าปัจจุบันวงการมวยไทยของเราพบเจอกับข่าวไม่ดีเยอะมาก โดยเฉพาะข่าวการล้มมวย แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะไม่เป็นใจ แต่ผมก็ไม่คิดที่จะทรยศต่ออาชีพตัวเอง ขอฝากนักมวยทุกคนที่กำลังคิดไม่ดีกับวงการมวย ขอให้คิดใหม่ มันอยู่ที่ใจเลย ถ้าเราไม่รับก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้“

“หลายคนอาจจะมองกีฬามวยไทยเป็นกีฬาที่รุนแรง แต่ผมกลับมองมวยไทยเป็นเรื่องของศิลปะมากกว่า การออกอาวุธแต่ละท่วงท่าหรือการไหว้ครูต่างมีเรื่องราวที่ผ่านการคิดค้นมาโดยคนรุ่นก่อน ผมขอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่อนุรักษ์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยของเราสืบไปครับ”



AUTHOR

Mainstand

     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x