FEATURE

ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย - จากม้านอกสายตาที่ไม่มีใครรู้จักสู่ "ยอดมวย กกท." | Main Stand



“มีคนบางคนเคยดูถูกสบประมาทผมว่า ไปต่อยมวยรอบอีซูซุคัพทำไม ? ชกไปก็ตกรอบอายเขาเปล่า ๆ มาเป็นตัวแจกแต้มเขาเปล่า ๆ” 

 


“ผมเก็บเอาคำพูดพวกนั้นมาเป็นแรงบันดาลใจ ตอนแรกไม่ได้หวังไกลถึงแชมป์ แค่อยากทำให้เต็มที่ ถ้าตกรอบก็ขอตกรอบแบบมีแต้ม แต่พอชกไปแล้วเราชนะต่อเนื่องก็เริ่มมั่นใจ สุดท้ายผมก็ได้เป็นแชมป์ และก้าวมาถึงรางวัลยอดมวย กกท.”

รางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งปี 2563 สาขา “นักมวยไทยอาชีพดีเด่นแห่งปี” นับเป็นเกียรติยศอันเป็นยอดปรารถนาของบรรดาพ่อค้ากำปั้นอาชีพทั่วฟ้าเมืองไทย 

เพราะนี่คือรางวัลที่พิสูจน์ว่านักมวยคนไหนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และสามารถรักษามาตรฐานฟอร์มการชกไว้ได้ดีที่สุดตลอดทั้งปี ซึ่งในปี 2563 “ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย” คือคนนั้น ๆ 

ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดดภายในระยะเวลาแค่ปีเดียว จากนักชกโนเนมสู่ยอดมวยการกีฬาแห่งประเทศไทย เรื่องราวของเขาจะเป็นอย่างไร ? ติดตามได้ในบทความชิ้นนี้ 

 

ทำไมต้องรู้จักเขา 

ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย มีชื่อจริงว่า วัชรพงษ์ จูชาวนา ภูมิลำเนาเป็นชาวอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นชกมวยครั้งแรกตอนอายุ 11 ปี โดยไปเปรียบมวยในงานวัดไม่ไกลจากบ้านเขา

เนื่องจากตอนเด็กเขาอยากลองชกมวยสนุก ๆ ดูสักครั้ง ไม่ได้คิดจริงจังอะไร อีกอย่าง ก้องไกล ชอบดูมวยไทยทางทีวีอยู่แล้ว จึงอยากสัมผัสประสบการณ์ของจริงบนสังเวียนมวยภูธร

ทว่าไฟต์แรกผลการชกกลับไม่เป็นดั่งใจ เจ้าตัวเป็นฝ่ายแพ้น็อกไป หากเป็นเด็กคนอื่นเปิดตัวครั้งแรกพ่ายน็อกเอาต์ไปก็อาจจะถอดใจ จนไม่คิดเอาดีด้านนี้ต่อ แต่ไม่ใช่กับ ก้องไกล

เพราะ ก้องไกล ยังรู้สึกสนุกแล้วอยากต่อยมวยต่อไปเรื่อย ๆ กระทั่งอายุได้ 13 ปี จึงเปลี่ยนมาซ้อมที่ค่ายมวยเป็นกิจจะลักษณะที่ค่าย ส.สมพงษ์ยิมส์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้าน ราว ๆ 10 กิโลเมตร

ก้องไกล เดินสายชกมวยภูธรได้อีกประมาณ 20 ไฟต์ ก็ถูกดึงเข้ามาอยู่ในค่ายในเมืองกรุงชื่อว่า “ค่ายมวยเกียรติกำธร”ตอนอายุ 15 ปี 

อย่างไรก็ดีชีวิตบนสังเวียนในเมืองกรุงไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนคิด แม้ว่าก้องไกลจะชกในกรุงเทพฯ มานาน 5-6 ปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้เด่นดังมีชื่อเสียงนัก หลายคนไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อเขามาก่อน บางครั้งก็ต้องหาลำไพ่ด้วยการออกไปชกมวยที่ประเทศกัมพูชาอยู่บ้าง

จนอายุได้ 21 ปี ก้องไกล เริ่มคิดถึงการเลิกมวยแขวนนวมแล้ว เพราะรู้สึกเหนื่อยและท้อ เนื่องจากต่อยมานานแต่ก็ไม่ดังสักที แถมช่วงหลังผลงานก็ไม่ดีแพ้บ่อยครั้ง เคยถึงขั้นที่แพ้ต่อเนื่องนับ 10 ไฟต์ และมันยิ่งบั่นทอนจิตใจเขามากขึ้นกว่าเดิม 

จุดเปลี่ยนมาเกิดขึ้นในปี 2563 ก้องไกล ได้รับเชิญเข้ามาแข่งขันมวยรอบ “อีซูซุคัพ” ครั้งที่ 30 แต่เมื่อแบโผรายชื่อนักชกร่วมรายการ ปรากฏว่า ก้องไกล ถูกมองว่าเป็นแค่ไม้ประดับกลุ่ม เป็นตัวแจกแต้มที่ไม่น่าจะผ่านเข้ารอบต่อไปได้

ทว่า ก้องไกล ก็ลบคำสบประมาท โชว์ฟอร์มหรูรอบแรก 3 นัด ชนะน็อกหมด ก่อนคว้าชัยต่อในรอบตัดเชือกเหนือ คิงสตาร์ ร.ร.กีฬาโคราช ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศแบบเหนือความคาดหมาย และผงาดคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ ด้วยการเอาชนะน็อก  ปราบศึก สีโอปอล ในยก 3 

และในปีเดียวกัน “ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย” ยังสานต่อฟอร์มการชกที่ร้อนแรง ด้วยการสยบ เสกสรร อ.ขวัญเมือง ไปแบบเด็ดขาด สร้างสถิติเป็นนักมวยไทยคนแรกที่สามารถน็อกเอาต์ เสกสรร ได้ 

ไม่แปลกใจเลยที่ ก้องไกล จะได้รับเลือกให้เป็น นักมวยไทยอาชีพดีเด่นของการกีฬาแห่งประเทศไทย ประจำปี 2563 รวมไปถึงได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ วันมวยไทยแห่งชาติ สาขา นักมวยไทยอาชีพดีเด่น เพราะผลงานของ ก้องไกล นั้นโดดเด่นกว่านักชกทุกคนในรอบปีดังกล่าวอย่างชัดเจน 


จุดแข็ง

ก้องไกล เป็นมวยที่รูปร่างสูงยาว สไตล์การชกบู๊ดุดันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ใจถึง ใจกล้า ไม่ค่อยหวั่นเกรงคู่ชกยามอยู่บนสังเวียน

ออกอาวุธได้หนักหน่วงรุนแรง ระยะหลังมักปราบคู่ชกด้วยเอาชนะน็อกได้บ่อยครั้ง ใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยได้อย่างครบเครื่องทั้ง หมัด เท้า เข่า ศอก “ก้องไกล” มีทุกลูก และที่สำคัญเขาใช้มันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนทำเอาคู่ชกพ่ายน็อกมาแล้วหลายราย 

ผู้คนพูดถึงเขาอย่างไรบ้าง ?  

"ก้องไกล ในตอนนั้นอายุเพียง 22 ปี แต่สามารถสร้างได้ผลงานดีเด่นโดยในปี 2563 ชนะมา 4 ไฟต์ คว้าแชมป์มวยรอบอีซูซุคัพครั้งที่ 30 คว้าแชมป์รุ่น 140 ปอนด์ เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รวมถึง นักมวยยอดเยี่ยมการกีฬาแห่งประเทศไทยปี 2563 ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาแฟนมวย”

“ส่วนตัวรู้สึกปลาบปลื้มมาก และภาคภูมิใจที่ก้องไกลก้าวไปสู่ฝั่งฝัน รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติอันสูงส่งต่อหัวหน้าค่ายมวย ขอบคุณโปรโมเตอร์ทีมงานผู้สร้างที่ผลักดันก้องไกลจนก้าวไปสู่ยอดมวยที่ผู้คนให้การยอมรับศรัทธา” พ.ต.ต.ธีระวัฒน์ ชูกรณ์ หัวหน้าค่ายมวยเกียรติกำธร ต้นสังกัดของ ก้องไกล กล่าว 

 

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจ

ด้วยความที่เขาเคยถูกสบประมาทและดูถูกจากแฟนมวยบางส่วน ก่อนการชกมวยรอบอีซูซุ คัพ “ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย” จึงตัดสินใจซ้อมมวยที่ค่ายตลอดโดยไม่กลับบ้านตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ จนถึงวันที่ได้แชมป์

ซึ่งผลจากการทำงานหนักในช่วงระยะเวลาหลายสัปดาห์ ก็ช่วยให้ ก้องไกล เอ็นนี่มวยไทย ยกระดับขึ้นมาผิดหูผิดตา

จากนักชกรองบ่อนที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นแชมป์ได้สู่เจ้าของตำแหน่ง แชมเปี้ยนมวยรอบ อีซูซุ คัพ ครั้งที่ 30 พร้อมกับคว้าสิทธิ์ไปเข้าร่วมการแข่งขัน THAI FIGHT ในปีถัดมา

 

ความรู้สึกที่ได้รับรางวัล และมุมมองต่อวงการมวย

“ดีใจมาก ๆ ครับที่ได้รับรางวัลนี้ เพราะก่อนที่จะประสบความสำเร็จ ผมก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก เคยแพ้ติดต่อกันหลายไฟต์จนอยากเลิกมวย แต่พอมาคิดดูอีกทีก็อยากลองสู้อีกสักตั้ง อย่าเพิ่งยอมแพ้” 

“ดังนั้นหากใครกำลังรู้สึกท้อแท้หรือหมดหวัง อยากให้ทุกคนลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เพราะถ้าเราไม่ถอดใจไปเสียก่อน ยังไงสักวันความสำเร็จต้องมาถึงแน่นอนครับ ส่วนมุมมองต่อวงการมวย อยากให้มีการส่งเสริมและพัฒนากันต่อไปครับ”



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


x