FEATURE

กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล : พลังแกร่งเหนือนิยามของนายประตูผู้ไม่ยอมถอดใจ ก่อนคืนสู่ทัพช้างศึก | Main Stand



กัมพล (ไอซ์) ปฐมอรรฆย์กุล คือผู้รักษาประตูที่มีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงมากที่สุดคนหนึ่งในเวลานี้ ด้วยผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาจากจังหวะเซฟลูกยิงมากเป็นอับดับที่ 2 ของการแข่งขันถึง 36 ครั้งให้กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021

 


“ผมเชื่อเสมอว่าถ้าผมทำงานหนักมากพอ สักวันหนึ่งมันก็จะต้องได้สิ่งตอบแทนกลับมา แต่ก็ไม่รู้ว่าโอกาสมันจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ผมก็จะทำงานหนักต่อไป”

แต่กว่าที่ กัมพล จะมีพลังแกร่งเหนือนิยามเหมือนทุกวันนี้ ตัวเขาเองต้องทุ่มเทพลังกายพลังใจเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคมามากมาย เช่น การมองหาโอกาสในการลงสนาม การต้องแบกรับกับความกดดัน จนเขาต้องเข้ารับการพูดคุยกับนักจิตวิทยาประจำสโมสรเพื่อปรับสภาพจิตใจ 

เส้นทางของเขาเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ รวมถึงต้องพบเจอกับจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตของการเล่นฟุตบอลอาชีพ กัมพลสามารถรับมือกับสิ่งเหล่านี้จนกลับมามีพลังแกร่งเหนือนิยาม และมีรายชื่อติดทีมชาติไทยอีกครั้งได้อย่างไร ติดตามได้ที่นี่ Main Stand 

 

ออกสตาร์ทสู่ความฝัน

เด็กชาย กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล รู้ตัวว่าตัวเองชื่นชอบฟุตบอลมาตั้งแต่ยังเด็ก จากวันที่เขาได้มีโอกาสสัมผัสลูกฟุตบอลเป็นครั้งแรก และหลงเสน่ห์ของมันตอนที่เขาอายุ 10 ปี 

เมื่อเริ่มเข้าสู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนสตรีภูเก็ต เขารู้สึกว่าการเรียนในด้านวิชาการไม่ใช่แนวทางที่เขาถนัดจึงใช้เวลาในโรงเรียนไปกับการเล่นฟุตบอลกับเพื่อนจนสอบได้ที่สุดท้ายของห้อง แต่กัมพลก็ไม่สนใจและยังเลือกทุ่มเทเวลาว่างทั้งหมด ไปกับการเล่นฟุตบอล จนกระทั่งเขามีชื่อติดเป็นนักกีฬาของโรงเรียน

“มันมีรายการแข่งขันฟุตซอลเยาวชนแห่งชาติ ผมได้ลงเล่นในนามของจังหวัดภูเก็ตทีมบี ปรากฏว่าเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ไปเจอโรงเรียนระดับท็อปของประเทศ แล้วก็มีอาจารย์เขาก็มาบอกว่า คุณสนใจจะมาเรียนที่ราชวินิตบางแก้วไหม มาเล่นฟุตซอล ผมก็สนใจเลยมาบอกกับแม่ว่าจะไปกรุงเทพฯ แม่ก็ให้ไป เพราะว่าไปกับเพื่อนอีกหนึ่งคน”

แต่การเดินทางเพื่อทำตามความฝันของ กัมพล กลับต้องอยู่บนเส้นทางเพียงคนเดียว เนื่องจากเพื่อนที่ได้ให้คำมั่นว่าจะเดินทางไปด้วยนั้นกลับปฏิเสธกะทันหัน แต่ด้วยความมุ่งมั่นและพลังแกร่งที่ขับเคลื่อนอยู่ในตัวเขาทำให้เขาตัดสินใจเดินทางต่อ 

การเดินทางมาถึงกรุงเทพมหานคร ในมือของเขามีเพียงแค่กระดาษพร้อมเบอร์โทรและที่อยู่ของโรงเรียนราชวินิตบางแก้วเพียงเท่านั้น เขายังเป็นเด็กจึงไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป 

“มีอาจารย์คนหนึ่งเคยเป็นโค้ชฟุตบอลที่ภูเก็ตเขาเคยเห็นผมเล่นที่ภูเก็ต เขาจำผมได้ก็เลยทักผมว่ามาที่นี่ได้ยังไง ตอนนั้นคือเดินสวนกัน มันบังเอิญจริง ๆ มันคงเป็นโชคชะตา เขาเลยโทรไปบอกให้ แล้วผมก็นั่งแท็กซี่มาที่โรงเรียน”

“แต่มาจริง ๆ ก็ไม่ได้เล่นเพราะเขามีผู้รักษาประตูมือหนึ่งอยู่แล้ว เราเลยต้องเป็นผู้รักษาประตูมือ 2 มาตั้งแต่ตอนนั้น” 

เส้นทางของ กัมพล เริ่มต้นขึ้นในฐานะผู้รักษาประตูมือสองของทีมฟุตซอลโรงเรียน แม้จะไม่ได้มีโอกาสลงสนามเท่าที่ควรแต่ กัมพล ก็พยายามตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

จนถึงการแข่งขัน ยู-15 ชิงแชมป์ประเทศไทย ตัวผู้เล่นในทีมฟุตบอลกลับมีไม่พอ กัมพลจึงอาสาไปเล่นเป็นผู้รักษาประตูของทีมฟุตบอลให้ จนสามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเขามีดีพอเกินกว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมือสอง เป็นเวลาที่ “ไอซ์” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูแถวหน้าของวงการฟุตบอลนักเรียนขณะนั้น 

หลังจบการศึกษาในระดับชั้นมัธยม นักกีฬาบางคนจะเลือกเส้นทางด้วยการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นนักกีฬาควบคู่ไปกับการเรียน แต่บางคนกลับเลือกเดินตามความฝันด้วยการทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับฟุตบอลอย่างจริงจัง ซึ่ง กัมพล เป็นหนึ่งในนั้น 

“ตอนนั้นผมได้โควตาของ ม.เกษตร บางเขน แต่ก็มีทีมติดต่อผมมา ผมก็ชั่งใจอยู่ว่าจะเลือกเรียนหรือเล่นบอลดี ผมก็คิดนะ ว่าถ้าเลิกเรียน 5 โมงคงซ้อมบอลไม่ได้แน่ ผมเลยตัดสินใจเลือกเล่นฟุตบอลดีกว่า”

กัมพล ได้รับข้อเสนอจากหลาย ๆ ทีมในศึกไทยลีก ก่อนจะเลือกเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการเข้าสู่อคาเดมีของสโมสรที่โด่งดังที่สุดในประเทศอย่าง เมืองทอง ยูไนเต็ด ตามคำแนะนำของ โค้ชก๊อก พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ (อาร์มี่ ยูไนเต็ด) 

 

เส้นทางแห่งโอกาส

การเป็นนักฟุตบอลอาชีพไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นตำแหน่งไหนล้วนต้องการโอกาสในการลงสนามเพื่อพัฒนาฝีมือของตน ในเวลานั้น เมืองทอง ยูไนเต็ด คือยักษ์ใหญ่ของไทยลีกที่อัดแน่นไปด้วยขุมกำลังนักเตะระดับที่มากความสามารถทุกต่ำแหน่ง 

ทำให้ กัมพล ต้องโยกย้ายไปเล่นในหลาย ๆ สโมสร เพื่อเพิ่มพลังแกร่งของตนเองและเก็บเกี่ยวประสบการณ์

กัมพล เริ่มต้นเส้นทางการเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกบนศึกไทยลีกกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็น “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธุ์ วงษ์สุวรรณ ผู้แนะนำให้เขาไปเซ็นสัญญากับเมืองทอง ยูไนเต็ด และเป็นคนที่ดึงตัวเขากลับมา

“ผมได้ประสบการณ์ ได้เรียนรู้ ได้รู้จักฟุตบอลอาชีพจริง ๆ ก็ตอนนั้น เลกแรกผมได้ลงเล่นนัดเสมอราชนาวี จู่ ๆ โค้ชก็ให้โอกาสผมลงสนาม ผมตื่นเต้นมาก และอีกนัดที่เจอกับขอนแก่น”

แม้จะมีโอกาสได้ลงสนามและพัฒนาตัวเองเพื่อความพร้อมในการกลับมาแย่งชิงตำแหน่งผู้รักษาประตูของทีมเมืองทองฯ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทางทีมเองก็มีผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติไทยที่มากประสบการณ์อย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อยู่แล้ว ทำให้ตัวเขาเองต้องตกไปอยู่ในตำแหน่งผู้รักษาประตูมือสาม

ผู้รักษาประตูจากภูเก็ตคนนี้ยังไม่ยอมแพ้ให้กับการต้องนั่งเฉย ๆ บนเก้าอี้ตัวสำรอง เขาจึงเลือกออกมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพิ่มในอีกหลาย ๆ สโมสรทั้ง ภูเก็ต เอฟซี, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี, โปลิศ เทโร และได้เซ็นสัญญากลับมาเป็นนักเตะของเมืองทองฯ อีกครั้ง 

การออกมาตามล่าหาโอกาสให้กับตัวเองทำให้ กัมพล ได้แสดงศักยภาพของผู้รักษาประตูคนหนึ่งที่มีความมุ่งมั่นและมีความพร้อมในการลงสนามได้อย่างเต็มที่ จนได้รับโอกาสจากโค้ช เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง (ซิโก้) เรียกติดทีมชาติชุด ยู-23 รวมถึงทีมชาติไทยชุดใหญ่ของโค้ช มิโลวาน ราเยวัช ในฐานะผู้รักษาประตูมือสาม ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ในปี 2017

“จบฤดูกาล 2017  เมืองทองฯ ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงด้วยการขายนักเตะหลักในทีมออกรวมถึงพี่ตอง (กวินทร์) จริง ๆ ผมต้องย้ายไปประจวบ เอฟซี ปีนั้น แต่ผมก็ได้รับโอกาสให้อยู่ช่วยทีมต่อ แล้วไปลุ้นแย่งมือหนึ่งกับ พี่เก่ง ประสิทธิ์ ผดุงโชค เพราะพี่เก่งเขาก็ติดทีมชาติเหมือนกัน ช่วงนั้นเรามีชื่ออยู่ในทีมชาติเหมือนกัน” 

“ผมเริ่มรู้สึกว่าผมมีตัวตนในเมืองทองฯ เพราะก่อนหน้านั้นที่เรานั่งสำรองเราได้เงินเดือนก็จริงแต่เราไม่ได้พัฒนา ปีนั้นเลยเป็นปีที่ผมรู้สึกว่าได้เล่นให้เมืองทองฯ จริง ๆ ผมได้เล่นทั้งในฟุตบอลเอเชียแล้วก็กลับมาเล่นในลีก” 

ปีนี้ กัมพล สร้างพลังแกร่งเหนือนิยามขึ้นอีกครั้งจากการได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริงให้กับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมที่มีแฟนบอลอยู่ทั่วประเทศ และนี่คือการทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จไปอีกขั้น

 

บรรทุกความกดดัน

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด กัมพล คือผู้เล่นคนหนึ่งที่ต้องแบกรับความกดดันจากแฟนบอลของทีม กับภารกิจทวงแชมป์คืนจากบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ทีมต้องเสียแชมป์ไปตั้งแต่ปี 2017 

เกมที่เมืองทอง ยูไนเต็ด บุกไปแพ้ ประจวบ เอฟซี 1-6 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2018 คือเกมที่ กัมพล จะจดจำไปตลอดชีวิต

นี่คือความพ่ายแพ้ที่ขาดลอยที่สุดของทีม หลังจบเกม “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน ประกาศลาออกจากการคุมทีมเพื่อรับผิดชอบต่อความพ่ายแพ้ และคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น กัมพล คนเฝ้าเสาในวันนั้นที่ถูกแฟนเมืองทองวิจารณ์อย่างหนัก 

“ตอนแพ้ประจวบพี่แบนลาออก ผมก็โดนแฟนบอลด่าไปด้วย แบบว่าโกลเมืองทองฯ ไม่มีใครเคยโดน 6 ลูก ช่วงนั้นผมโดนหนักแต่ก็เข้าใจว่าความคาดหวังจากแฟนบอลเยอะมาก ผมก็ตามอ่านความเห็นในโซเชียลนะ มีแต่คอมเมนต์ด้านลบ ผมก็เซ็ง เพราะเราก็ทำเต็มที่แล้ว”

“หลายปีที่เราเล่นมาเราไม่เคยเจอแรงกดดันขนาดนี้ แม้กระทั่งที่โคราช แฟนบอล 4-5 หมื่นคนผมก็เคยเล่นต่อหน้ามาแล้ว แต่ผมก็ไม่กดดันเท่ากับตอนเล่นให้กับเมืองทองฯ อาจจะ 1-2 หมื่นคนแต่โลกโซเชียลช่วงนั้นมันค่อนข้างแรง เราก็อ่านจนกดดันตัวเองว่าเราต้องทำให้ดีที่สุด เราทำเพื่อคนอื่นมากเกินไปแต่เราไม่เคยทำให้ดีที่สุดเพื่อตัวเองเลย”

ช่วงเวลานั้น กัมพล เครียดมากจนต้องปรึกษานักจิตวิทยาประจำทีม เพื่อให้เขาสามารถจัดการกับความผิดหวังในวันนั้น

“การเข้าไปคุยกับนักจิตวิทยามันช่วยได้เยอะนะ มันช่วยแก้ปมในใจเราที่เรากังวลมากเกินไป จากที่คุณเตะบอลหลังเท้าปกติเนี่ยคุณเคยเตะแม่นมากเลย แต่พอคุณคิดเยอะ คุณกลัวพลาด คุณรู้สึกกลัวว่าจะทำออกมาได้ไม่ดี พอแข่งจริงคุณเจอความกดดันในใจมันจะทำให้เหมือนกับมีอะไรมายื้อมาดึงไว้” 

“ผมก็ทำตัวเองให้เต็มที่ ผมไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง ผมไม่รู้ว่ากองหน้าที่จะต้องเจอเนี่ยเป็นระดับท็อปไหม แต่ถ้าเขายิงไม่ผ่านผม ผมก็ต้องรู้สึกภูมิใจ บางทีเราก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง ผมว่ามันช่วยได้เยอะนะช่วงนั้น”

“นักจิตวิทยาเขาบอกผมนะว่าให้คุณทำเต็มที่ ผลลัพธ์ออกมายังไงก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่าคุณทำเต็มที่ ถ้าคุณทำเต็มที่แล้วทุกอย่างมันก็จบตั้งแต่ที่เราทำเต็มที่แล้ว แฟนผมก็ซื้อหนังสือมาให้ผมอ่าน บางทีมันก็ HEAL จิตใจเราได้ ทำให้เรานิ่งขึ้น เราก็ต้องพัฒนาต่อไป ปีนั้นเป็นปีที่หนักมากในชีวิตผม”

ความมั่นใจของ กัมพล ลดน้อยลงจากความพ่ายแพ้ในวันนั้น พร้อมกับโอกาสลงสนามที่ลดลง จากการย้ายเข้ามาของ ดัง วาน เลิม ผู้รักษาประตูชาวเวียดนามในฤดูกาล 2019 กัมพล จึงย้ายไปอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี, สมุทรปราการ ซิตี้ และ ระยอง เอฟซี ด้วยสัญญายืมตัวในช่วงตลาดซื้อขายรอบถัดมาตามลำดับ  

นี่คือการออกเดินทางเพื่อเติมเต็มพลังแกร่งให้กับตัวเองอีกเช่นเคย หลังจากพบกับจุดตกต่ำที่สุดในชีวิตการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่การไปเล่นกับทีมเหล่านี้ กัมพล ก็ยังไม่สามารถยืนระยะของการเป็นนายทวารมือ 1 ของทีมได้แบบยาว ๆ 

 

พุ่งทะยานสู่ความสำเร็จ 

ชีวิตของ กัมพล ต้องพบเจอกับอุปสรรคที่เปรียบเสมือนลำธารที่มาขวางกั้นเส้นทางการเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่ง แต่ด้วยจิตใจที่มีความมุ่งมั่นเต็มร้อยทำให้เขาขับเคลื่อนลุยผ่านมันมาได้ เช่นเดียวกับ ไฮลักซ์ รีโว่ ที่สามารถขับเคลื่อนและฝ่าฟันทุกอุปสรรค 

หลังจากที่แยกทางกับสโมสรระยอง เอฟซี ในฤดูกาล 2020/21 จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นอีกครั้ง เขาได้รับข้อเสนอจากสโมสรราชบุรี มิตรผล เอฟซี ในช่วงเลกที่สอง

“ผมย้ายมาเลกสองพอดี แต่ก็ยังเป็นมือสอง ตอนนั้นก็มี อุกฤษณ์ วงศ์มีมา เล่นอยู่แล้วด้วย แต่มันก็มีจังหวะที่เขาโดนใบแดง ผมก็เลยได้ลงไปเล่นแล้วไม่มีข้อผิดพลาดอะไร ผมสามารถลงไปช่วยทีมได้ เลยได้มีโอกาสลงเล่นยาว ๆ จนจบฤดูกาล” 

ทัวร์นาเมนต์สร้างชื่อให้กับ กัมพล คือศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2021 ที่กัมพลได้รับโอกาสในการลงสนามและกลายเป็นผู้รักษาประตูที่โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมจนทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะไม่สามารถเซฟประตูช่วยให้ ราชบุรีฯ ผ่านเข้ารอบไปได้ก็ตาม 

เขาสามารถเซฟลูกยิงได้ถึง 36 ครั้ง มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของการแข่งขัน

“ผมเชื่อเสมอว่าถ้าผมทำงานหนักมากพอ สักวันหนึ่งมันก็จะต้องได้สิ่งตอบแทนกลับมา แต่ก็ไม่รู้ว่าโอกาสมันจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่ผมก็จะทำงานหนักต่อไป”

ผลงานที่ดีและต่อเนื่องต่อยอดสู่ฟอร์มการเล่นของเขาในฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก กับ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี ท่ามกลางช่วงเวลาที่เขาไม่สามารถยึดตำแหน่งนายทวารมือ 1 แบบมั่นคง ไม่ว่าจะไปเล่นกับสโมสรใดก็ตามก่อนหน้านี้ 

จนกระทั่ง กัมพล ได้พิสูจน์ตัวเองจนกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยในยุคของ “มาโน่ โพลกิ้ง” อีกครั้ง 

“กลับมาติดทีมชาติครั้งนี้ก็เหมือนกับได้มาเล่นกับเพื่อน ๆ มันก็ไม่มีความกดดันเพราะเราเคยเล่นเคยซ้อมกับทุกคนมาแล้ว แต่คราวนี้เราไม่ได้เล่นด้วยกันในนามสโมสรแล้ว เราเล่นในนามทีมชาติ ฉะนั้นความหวังมันไม่ได้มีแค่กับแฟนบอลเป็นแสนคนทั้งประเทศแต่มันคือแฟนบอลนับล้าน”

“ผมคิดเรื่องการติดทีมชาติมาตลอด ยิ่งเราหลุดทีมชาติไปตอนซีเกมส์ เราก็รู้สึกว่าเราผิดพลาดอะไรในบางเรื่อง โอเค โอกาสมันไม่ได้มาหาเรา เราก็ต้องสร้างโอกาส ทำไมผมถึงอยากเล่น ทำไมผมถึงอยากถูกยืมตัว ทำไมถึงไปเล่นที่นั่นที่นี่ต่างจังหวัด เพราะผมรู้สึกว่าถ้าผมไม่สร้างโอกาสให้ตัวเองคุณค่าของผมก็ไม่มี มูลค่าของผมก็ไม่มี แล้วใครจะเห็นผลงานของผม”

ถ้าหากว่าในเวลานั้น กัมพล ตัดสินใจอยู่ในเซฟโซนของตัวเองเราอาจจะไม่ได้เห็นชื่อของ กัมพล กับการเป็นมือหนึ่งในการแข่งขันฟุตบอลรีโว่ ไทยลีก กับทีมราชบุรี มิตรผล เอฟซี และวันนี้เขาคงไม่ได้กลับมาในจุดที่เขาเคยยืนอีกครั้ง 

แม้ว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูในไทยลีกมีตัวเลือกสำหรับทีมชาติอยู่มากมาย แต่เชื่อว่าผู้รักษาประตูที่มีความมุ่งมั่นและพลังแกร่งเหนือนิยามอย่าง กัมพล (ไอซ์) ปฐมอรรฆย์กุล จะเป็นหนึ่งในชื่อที่แฟนบอลชาวไทยอยากเห็นเขาแสดงผลงานในนามทีมชาติอย่างเต็มตัว



AUTHOR

ทรงวุฒิ อุ่นบริบูรณ์

ผู้ชื่นชอบการออกกำลังกายและหลงใหลในมนต์เสน่ห์ของรถยนต์จากโมเดล
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x