FEATURE

ท็อป-จิรายุส : "Bitkub เข้าไปสนับสนุนแมนฯ ยูไนเต็ดเหรอ ? มันก็เป็นความฝันของผมอีกอย่างนึงนะ" | Main Stand



"ตอนนี้ มัน (คริปโทเคอร์เรนซี) อาจยังไม่อิมแพ็กต์ขนาดนั้น (กับวงการกีฬา) แต่ในอนาคตอันใกล้มันจะช่วยให้แฟนคลับสามารถเข้าถึงสโมสร-นักกีฬาได้ลึกซึ้งกว่าในปัจจุบัน เพราะมันจะสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า"


 

ถ้าตอนนี้คุณเสิร์ชถาม Google กับคำถามพื้นฐานง่าย ๆ ว่าคริปโทเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล จะเข้ามามีบทบาทกับอุตสาหกรรมกีฬาอย่างไรบ้าง … บทความที่เกี่ยวข้องก็จะปรากฏขึ้นมาเป็นจำนวนมาก … คำตอบง่าย ๆ เลยคือ เพราะวันนี้คริปโทเคอร์เรนซีได้แทรกซึมเข้ามาในอุตสาหกรรมกีฬามากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว โดยปัจจุบันมี 17 สโมสรในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกฟุตบอลชั้นนำของโลกที่มีการดีลกับคริปโทฯ และอนาคตก็จะถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากขึ้นไปอีก 

ขณะเดียวกันที่ประเทศไทย … ก่อนหน้านี้ Bitkub แพลตฟอร์มตลาดซื้อ-ขายคริปโทเคอร์เรนซีสัญชาติไทย เพิ่งประกาศเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนฟุตบอลทีมชาติไทย … หากมองแบบผิวเผินมันคงเป็นแค่การทำการตลาดเพื่อให้คนได้รู้จักแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น แต่ คุณท็อป-จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้ง Bitkub วัย 31 ปีมองเห็นความสัมพันธ์ของโลกคริปโทเคอร์เรนซีที่แยกไม่ขาดจากฟุตบอล

Main Stand ได้โอกาสไปพูดคุยสัมผัสกับเรื่องราวชีวิตของเขา และฟังวิสัยทัศน์ที่จะทำให้วงการฟุตบอลไทยและกีฬาไทยไปได้ไกลกว่าเดิม 

 

วัยเด็ก 

ปัจจุบัน บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด ที่ ท็อป-จิรายุส เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริษัท มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท เป็นอีกหนึ่งธุรกิจระดับยูนิคอร์นของไทย (ธุรกิจ Start-Up ที่เติบโตจนมีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ) แต่ความจริงสิ่งที่เขารักในวัยเด็กของเขาแตกต่างจากธุรกิจที่ทำทุกวันนี้โดยสิ้นเชิง… 

"ช่วงชีวิตวัยเด็กของผมมีแต่ฟุตบอล" 

"ความฝันเดียวของผมเลย คืออยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ อยากเป็นคนไทยคนแรกที่ได้เล่นในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมโปรดของผม เราดูมาตั้งแต่ยุค Class of '92 ที่มีเบ็คแฮม, กิ๊กส์, สโคลส์, สองพี่น้องเนวิลล์"  

"สมัยประถม เวลาหยุดพักเที่ยง พอมีเสียงกริ่งปุ๊บผมจะเตะบอลกับเพื่อนในห้องเรียนเลย ขอแค่ 10 นาที ก็ยังดี พอตอนเลิกเรียน คุณแม่มารับก็ไม่ยอมกลับบ้าน เตะจนถึงมืด บางทีแม่ก็รอไม่ไหวขอกลับก่อน เราก็ต้องนั่งรถเมล์กลับเอง เวลากลับบ้านก็จะมีลูกฟุตบอล (พลาสติก) กลับบ้านไปด้วยทุกวัน มันเป็นของสะสมที่เราชอบ ผมมีตู้เก็บลูกฟุตบอลพลาสติก"

"ตอน ม.ปลาย คุณพ่อ-แม่ ส่งไปเรียนที่นิวซีแลนด์ เป็นโรงเรียนประจำ ก็เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้เน้นเรื่องเรียนอีก เน้นกีฬามากกว่า ตอนเช้าตื่นมาวิ่ง 10 กิโลฯ ทุกวัน มีรุ่นพี่มาคุม พอบ่ายสามโมงครึ่งเลิกเรียนก็มาเล่นกีฬาอีก ที่นั่นแบ่งกีฬาเป็น 2 ฤดูหลัก คือ Winter Sports (กีฬาฤดูหนาว) กับ Summer Sports (กีฬาฤดูร้อน) เราก็จะเลือกกีฬาที่เราชอบนั่นก็คือฟุตบอล ตอนนั้นก็ยังฝันว่าอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพอยู่" 

"สมัยมัธยมฯ เราชอบ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาก เขาเป็นคนที่วินัยดี มีความมุ่งมั่นสูง และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ยืนระยะได้ เราชอบคนที่มีบุคลิกแบบนี้"  

แต่ก็นั่นแหละ … มนุษย์เราบางครั้งมักจะเจอกับจุดเปลี่ยนในชีวิตแบบไม่คาดฝัน การได้เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ อาจไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน เพราะมันไม่ได้การันตีว่าคุณจะประสบความสำเร็จในชีวิต อย่างไรก็ตาม สำหรับตัว ท็อป-จิรายุส มันกลายเป็นปมในใจ เขาหันหลังให้กับฟุตบอลโดยสิ้นเชิงแล้วไปตั้งใจเรียน เพื่อหวังจะได้เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังให้ได้… 

 

วัยรุ่น  

"ผมกลายเป็นเด็กเนิร์ด" ท็อป เริ่มกล่าวถึงตัวเองในวัยรุ่น  

พอหลังจบ ม.ปลาย ที่นิวซีแลนด์ แล้วเข้ามหา'ลัยดี ๆ ไม่ได้ ท็อป ก็หาโอกาสให้ตัวเองได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ก่อนได้เข้าเรียนที่ The University of Manchester ในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ สถาบันที่อยู่ในเมืองเดียวกับทีมฟุตบอลทีมโปรดของเขา

"พอเข้ามหาวิทยาลัยวันแรกก็ตั้งใจเรียนเลย สัญญากับตัวเองว่าจะตั้งใจเรียน เลิกเล่นกีฬาเลย ยอมสละทุกอย่างที่เราเคยชอบในวัยเด็ก ไม่มีแฟนในช่วงมหา'ลัย ไม่ได้ไปปาร์ตี้ วัน ๆ เข้าแต่ห้องสมุดวันละ 10-12 ชั่วโมงทุกวัน เมื่อก่อนไม่เคยใส่แว่นตา พอเข้ามหา'ลัยสายตาสั้นเลย (หัวเราะ)"  

"ช่วงคริสมาสต์ จะเป็นช่วงที่อบอุ่นที่สุดของครอบครัวคนทั่วไป กลับบ้านไปปาร์ตี้ กินไก่งวง (Turkey) แต่เราเลือกที่จะไม่กลับบ้าน เดินลุยหิมะไปอ่านหนังสืออยู่คนเดียว ทั้ง ๆ ที่เมืองเป็นเมืองร้าง เพื่อที่จะทำข้อสอบให้ได้" 

"ผมหยุดเล่นกีฬาแล้วหันหลังให้กับฟุตบอล ไม่ดู ไม่ไปเตะบอลเลย อ่านหนังสืออย่างเดียว เป้าหมายชีวิตคือ ตื่นมาแล้วคิดทุกวันว่าจะทำยังไงให้ได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยระดับโลก ไม่ได้แคร์ด้วยว่าจะเข้าเรียนสาขาไหน แล้วก็ไม่ได้มีโฟกัสอื่นเลยว่าจบแล้วจะออกมาทำอะไร ตอนนั้นโฟกัสแค่ว่า ขอให้เข้าเรียนที่ดี ๆ อย่างเดียว แค่นั้น" 

"เชื่อไหม ? ตลอด 5 ปีที่อยู่ที่แมนเชสเตอร์ ผมไป โอลด์ แทรฟฟอร์ด แค่ครั้งเดียว ประมาณปี 2009 มันเป็นเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบกับแมนฯ ซิตี้ เพราะเพื่อน ๆ ที่พักบ้านเดียวกันเขาไปกันหมด"

 

วัยเปลี่ยนโลก 

"ผมจบปริญญาโทมาจากอ็อกซ์ฟอร์ด เมื่อปี 2013 ตอนแรกหลังจบมาก็ไม่รู้จะทำอะไร" 

ในวัย 23 ปี ท็อป-จิรายุส สำเร็จเป้าหมายของตัวเองแล้ว นั่นคือการเรียนจบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก สิ่งที่เขาจะทำต่อจากนี้ คือค้นหาความสำเร็จในชีวิตในฐานะคนทำงาน เขาเริ่มทำงานที่เซี่ยงไฮ้ เริ่มรู้จัก บิทคอยน์ (Bitcoin) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลเจ้าแรกของโลก และมีมูลค่าสูงสุดในปัจจุบัน และนั่นทำให้เขากลับมาเปิดธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซี 

"ตอนผมไปจีน ผมเห็นมูลค่าของบิทคอยน์ขึ้นจาก 11 ดอลลาร์มาเป็น 1,500 ดอลลาร์ ตอนนั้นมีหลาย ๆ ประสบการณ์ที่เชื่อมต่อกัน ที่ทำให้เรามั่นใจว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะมาเปลี่ยนแปลงวงการเงินโลก เราเรียนเศรษฐศาสตร์มา และวิชาที่เราชอบที่สุดคือ ประวัติศาสตร์การเงิน และเราก็ได้รู้ว่าสกุลเงินมันเปลี่ยนได้ทุก 50 ปี มันไม่จำเป็นต้องเป็นกระดาษอีกต่อไป ช่วงที่เราจบมาโลกเพิ่งพ้นวิกฤตทางเศรษฐกิจพอดี ทำให้เรามีความเชื่อว่ารูปแบบของเงินเดี๋ยวมันต้องเปลี่ยนไป"  

"ผมกลับมาเปิดธุรกิจเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเจ้าแรก (ใช้ชื่อว่า coins.co.th) ไม่ใช่เพราะเราเชื่อว่าคริปโทฯ กับประเทศไทยมันจะมาบรรจบกันในอนาคต นี่ไม่ใช่เรื่องระหว่างคริปโทฯกับประเทศไทย แต่มัน คือ ระบบการเงินทั่วโลก มันจะต้องเปลี่ยน ตอนผมไปซานฟรานซิสโก (สหรัฐอเมริกา) ผู้คนก็พูดกันว่าบิทคอยน์จะมาเปลี่ยนโลก" 

สิ่งที่ท็อปคิดและพูดไว้ตั้งแต่ปี 2013 กลายเป็นเรื่องจริง บิทคอยน์ เติบโตขึ้นจนกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันคริปโทเคอร์เรนซีก็เพิ่มขึ้นมาอีกมากมาย กระทั่ง Bitkub ก็มีเหรียญเป็นของตัวเอง และมันก็ได้เข้าไปอยู่ในทุกอณูของโลกแล้ว เช่นกันกับวงการกีฬา ที่หลาย ๆ สโมสรเริ่มให้มีการใช้จ่ายซื้อตั๋วหรือของที่ระลึกด้วยคริปโทเคอร์เรนซีแล้ว 

"แน่นอนว่าในวงการกีฬามันก็เข้ามา ปีที่แล้ว คริปโทดอทคอม (อีกหนึ่งแพลตฟอร์มซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัล) ได้เข้ามาเทคโอเวอร์ชื่อสนามบาสเกตบอลของแอลเอ เลเกอร์ส ทีมฟุตบอลหลาย ๆ ทีมก็มี Fan Token เป็นของตัวเอง อย่าง ลาซิโอ, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และอีกหลาย ๆ ทีม"    

"ถ้าพูดถึงภาพรวม ตอนนี้ มัน (คริปโทเคอร์เรนซี) อาจยังไม่อิมแพ็กต์ขนาดนั้น (กับวงการกีฬา) แต่ในอนาคตอันใกล้มันจะช่วยให้แฟนคลับสามารถเข้าถึงสโมสร-นักกีฬาได้ลึกซึ้งกว่าในปัจจุบัน เพราะมันจะสามารถทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายกว่า เก็บสะสมได้ง่ายกว่า" 

"ทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนจากของที่เป็น Physical (รูปแบบที่จับต้องได้ทางกายภาพ) ไปเป็น Digital วงการเพลงเมื่อก่อนที่เราเริ่มจากเทปที่จับต้องได้ จากเทปมาเป็นซีดี แล้วก็มาเป็น MP3 จนต่อมาก็เป็น Cloud Base App. ที่ตอนนี้การฟังเพลงมันไม่จำเป็นอยู่ในรูปแบบเหล่านั้นเลย" 

"ตอนเกมที่ ลิเวอร์พูล ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 5 - 0 ก็ยังมีแฟนบอลประมูลซื้อตั๋วที่ใช้ไม่ได้แล้ว เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกเยอะแยะมากมาย ทั้งที่อยู่ในรูปแบบกระดาษ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเก็บเป็นไฟล์ดิจิทัลที่ขายต่อกันได้อีกในอนาคต เราสามารถเก็บสะสมของเหล่านี้ในรูปแบบของ NFT เพื่อโชว์ออฟได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นต้องสะสมเป็นตั๋วที่เป็นรูปแบบกระดาษอีกแล้ว" 

"ยิ่งเมื่อเข้าสู่โลก Metaverse คนดูก็จะสามารถใช้ VR (Virtual Reality) ดูกีฬา สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นได้แบบไม่ต้องไปที่สนามจริง ๆ และยังสามารถจ่ายเงินเพื่อทำอะไรต่าง ๆ ได้มากมายในการสร้างสรรค์กิจกรรม และคริปโทเคอร์เรนซีจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านี้ปลดล็อกได้" 

 

วัยที่ฟุตบอลกลับมาบรรจบ 

บิทคับ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นธุรกิจระดับยูนิคอร์น โดยเฉพาะเมื่อ SCBX ได้เข้ามาถือหุ้น 51% เมื่อมีเม็ดเงินก้อนโต พวกเขาก็ยิ่งขยายธุรกิจและเสริมสร้างแบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมได้มากขึ้นและรวดเร็วกว่าเดิม 

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ Bitkub ต้องการเข้ามาตีตลาด … อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ว่า คริปโทเคอร์เรนซี กำลังบุกตลาดกีฬาทั่วโลก และ "ฟุตบอล" ก็เป็นสิ่งที่ ท็อป-จิรายุส หลงรักมาตั้งแต่วัยเด็ก และเขาก็มองเห็นภาพว่าคริปโทเคอร์เรนซีจะช่วยให้วงการฟุตบอลไทยเติบโตก้าวไปข้างหน้าได้เช่นกัน

"พูดแบบตรงไปตรงมาเลยนะ … ผมไม่ได้ดูฟุตบอลไทยเลย" ท็อป กล่าวเมื่อถูกถามว่าได้เกาะติดทีมชาติไทยในเวลาที่ผ่านมาบ้างหรือไม่" 

"จริง ๆ ไม่ใช่แค่ฟุตบอลไทยหรอก กระทั่งฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผมก็ไม่ได้ดู เพราะตั้งแต่เราเริ่มทำงานเราก็โฟกัสแต่เรื่องงาน ผมเป็นคนที่ทำอะไรก็จะโฟกัสไปกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง" 

"แต่ส่วนตัวผมชอบฟุตบอลอยู่แล้ว และการเข้ามาสนับสนุนวงการฟุตบอลมันจะทำให้ทุกคนรู้จักคริปโทฯ มากขึ้น รู้จักการใช้งาน มันก็เป็นวิน-วิน ที่ได้เข้ามาสนับสนุนในวงการที่ตัวเองชื่นชอบในวัยเด็ก บวกกับการที่จะได้เข้าถึงกลุ่มคนใหม่ ๆ โดยเฉพาะในวงการฟุตบอล" 

"ผมมองว่าวงการฟุตบอลไทย รวมถึงกีฬาไทยอื่น ๆ ยังไม่ได้มีเทคโนโลยีใด ๆ ที่ช่วยยกระดับวงการที่จะเพิ่มมูลค่าจากกิจกรรมต่าง ๆ ได้มากพอที่จะทำให้คนนอกวงการสนใจมากขึ้น" 

"นักกีฬาไทย ส่วนใหญ่เวลาเกษียณ อาจจะไม่ได้มีเงินเก็บออมเยอะเหมือนกับนักกีฬาต่างประเทศ คนดูกีฬาก็ไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับนักกีฬามากเท่ากับต่างประเทศ ธุรกิจบล็อกเชนและคริปโทเคอร์เรนซีจะมาช่วยยกระดับและเพิ่มมูลค่าให้กับนักกีฬา พวกเขาสามารถสร้างรายได้ได้ด้วยตัวเองมากขึ้น ยิ่งถ้าวันหนึ่งมันผนวกกับเทคโนโลยี VR สโมสรกีฬาหรือนักกีฬาก็จะสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้ตัวเองได้มากขึ้นไปอีก" 

"อีกหน่อยการซื้อขายตั๋ว ของที่ระลึก ไปจนถึงการซื้อ-ขายตัวนักกีฬา อาจซื้อผ่านคริปโทเคอร์เรนซี Fan Token ก็จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แฟน ๆ จะเข้ามาโหวตว่าจะให้ขายอะไรในสโตร์บ้าง สนามจะต้องเปิดเพลงอะไรบ้าง ทุกอย่างมันจะเข้ามามีบทบาทในกีฬากันหมด" 

ท็อป-จิรายุส กับฟุตบอล กลับมาบรรจบกันในอีกรูปแบบหนึ่ง เขาไม่ได้เตะฟุตบอลหรือดูฟุตบอลเหมือนในวัยเด็ก แต่เขามองว่าธุรกิจที่เขาทำจะยกระดับให้กับวงการฟุตบอลได้ โดยเฉพาะกับฟุตบอลไทย นั่นอาจเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่เขาทำได้กับสิ่งที่เขาเคยรักมากที่สุดในชีวิตวัยเด็ก ซึ่งนอกเหนือจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ยังมีสโมสรฟุตบอลอาชีพอีกหลายสโมสรที่เขาเตรียมเจรจาอยู่…   

แล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมที่เขารักและใฝ่ฝันว่าอยากจะร่วมทีมสักครั้งล่ะ ? จะมีโอกาสได้ร่วมมือทางธุรกิจกันไหม ? 

"Bitkub เข้าไปสนับสนุนแมนฯ ยูไนเต็ดเหรอ ? มันก็เป็นความฝันของผมอีกอย่างหนึ่งนะ แต่ 4 ปี 16,000 ล้านบาท กับการเป็นสปอนเซอร์บนหน้าอก มันยังเป็นเรื่องไกลตัวไปสำหรับเรา" ท็อป กล่าวทิ้งท้าย พร้อมกับรอยยิ้ม  



AUTHOR

กฤติกร ธนมหามงคล

     


PHOTO

อำพล ทองเมืองหลวง

feelphoto
     


x