FEATURE

วีระพล สหพรหม : 10 ปีที่หายไปของอดีตนักชกขวัญใจชาวไทย สู่ฝันปั้นแชมป์โลกคนต่อไป | Main Stand 



"ตามจริงแล้วพี่เป็นคนยิ้มเก่งนะ ขี้เล่นด้วย แต่บนเวทีเราจริงจัง มุ่งมั่น ตั้งใจมาก จนไม่เคยยิ้มให้ใคร" เจ้าของฉายา "พระกาฬหน้าขรึม" เปิดเผยถึงสิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับตัวเขา

 


หลายคนรู้จัก "วีระพล สหพรหม" ในฐานะอดีตแชมเปียนโลก 2 สถาบัน ผู้มีสไตล์การชกอันสุขุม เย็นเยือน ละเอียดรอบคอบ แต่ก็มีหมัดที่หนักหน่วงเป็นทีเด็ดทีขาด และสามารถยืนหยัดรักษาเข็มขัดแชมป์โลกไว้ได้จนถึงอายุ 39 ปี 

ทว่าหลังจากแขวนนวมเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน "วีระพล" ก็ห่างหายไปจากแวดวงกำปั้น ก่อนจะตัดสินใจกลับคืนวงการอีกครั้ง ในบทบาท "ผู้จัดการคณะและหัวหน้าโค้ช ค่ายมวยดาบรันสารคาม" ที่มีเป้าหมายอยากสร้างแชมป์โลกคนต่อไป 

 

ผมหายไปไหนมาเหรอ ? 

"หลังจากเลิกชกมวย ผมก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายกับภรรยาอยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ และตัดสินใจเปิดร้านอาหารชื่อว่า ครัวแชมป์โลก ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับการทำมวย" วีระพล เผยถึงสาเหตุที่หายหน้าหายตาไปจากวงการกำปั้นร่วม 10 ปี


Photo : facebook.com/veerapol.nakornluang

ถึงกระนั้นด้วยชื่อเสียงที่ "วีระพล" สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 3 ทศวรรษที่ชกมวยเลี้ยงชีพ และประสบความสำเร็จทั้งในสายมวยไทย ที่ได้แชมป์เวทีราชดำเนิน ถึง 3 รุ่น (108 ปอนด์, 112 ปอนด์ และ 115 ปอนด์) 

รวมถึงแชมป์มวยโลก 3 เส้น (แชมป์สภามวยโลก WBC รุ่น 115 ปอนด์, แชมป์สมาคมมวยโลก WBA รุ่น 115 ปอนด์ กับ รุ่น 118 ปอนด์) ก็ยังส่งผลให้ "วีระพล" ได้รับเชิญจากทางประเทศญี่ปุ่นให้ไปสอนมวยต่างแดน ปีละ 3 ครั้ง 

แต่เขาก็ไม่ได้มีความคิดอยากกลับไปสอนมวยเป็นงานประจำ กระทั่งวันหนึ่ง เขาได้มีโอกาสต้อนรับลูกค้าท่านหนึ่งในร้านอาหาร ครัวแชมป์โลก และวันนั้นก็ได้เปลี่ยนให้ "วีระพล" ตัดสินใจหันกลับมาลุยในวิถีทางมวยอีกครั้ง 


Photo : facebook.com/veerapol.nakornluang

"ประมาณช่วงต้นปี 2563 นะ เจ้าของค่ายมวยดาบรันสารคาม (ร.ต.อ.นิรันดร์ ยศพล) มาหาผมที่ร้านครัวแชมป์โลก แกบอกว่า ไปทำมวยให้พี่หน่อยได้ไหม จะเอาเงินค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็บอกมา"

"ผมตอบไปว่า เรื่องเงินเดือนผมไม่เอาครับ เอาเป็นว่าผมไปช่วยพี่เป็นครั้ง ๆ ก็แล้วแต่พี่จะให้ผมครับ ตอนแรกก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้อยู่นะ คิดว่าจะไปแค่รายครั้งตามที่เขาติดต่อมา"

 

ทุกอย่างพัฒนากันได้! 

หลังจากที่ได้เข้าเทรนให้กับนักชกของค่ายมวยดาบรันสารคาม ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมหาสารคาม ได้สักระยะ วีระพล ก็ได้รู้ว่า เด็ก ๆ ในค่ายมีความตั้งใจสูง มีระเบียบวินัย แต่ยังขาดการฝึกซ้อมที่ถูกหลัก 


Photo : facebook.com/veerapol.nakornluang

นั่นจึงทำให้ "วีระพล" ตัดสินใจมารับงานเป็น "ผู้จัดการค่าย" เต็มตัว แม้ตัวเองจะมีกิจการร้านอาหารเป็นธุรกิจครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่แล้ว แต่อีกใจหนึ่งเขาก็อยากผลักดันให้น้อง ๆ ที่ขยันตั้งใจจริง พัฒนาไปได้ไกลกว่าเดิม 

"พอมาทำสักระยะ ก็รู้เลยว่านักมวยที่ค่ายเก่งและมีของดีกันทุกคน แต่อาจจะขาดการฝึกซ้อมที่ถูกหลัก ถูกวิธีกับการต่อยสมัยนี้" 

"ส่วนเจ้าของค่ายมวยก็มีน้ำใจ และแกเป็นคนรักมวยจริง ๆ จึงตัดสินใจมารับตำแหน่งผู้จัดการค่ายมวยดาบรันสารคาม" 

"ผมมาถึงตอนนี้เป็นระยะเวลาไม่ถึง 1 ปีเต็ม ฟอร์มนักมวยในค่ายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อย่างเช่น ชูเจริญ ดาบรันสารคาม เขาเป็นมวยรูปร่างดี อาวุธหลักมีแข้ง มีเข่า มีความแข็งแกร่ง แต่ยังขาดความหลากหลาย หลังจากฝึกฝนเพิ่มอาวุธมวยไทยให้เขา ตอนนี้มีหมัด มีศอกเสริมเข้ามา ผลงานก็ดีขึ้นต่อเนื่อง"

"หรืออย่าง เพชรนิรันดร์ ดาบรันสารคาม เมื่อก่อนมีแต่เข่าล้วน เรี่ยวแรงไม่ค่อยดีด้วย แต่ช่วงหลังอาวุธเพิ่มเป็นลูกเตะขา ต่อยหมัด เก๋าเกมขึ้น ฟอร์มฮอต ชนะมา 5 ไฟต์ติดต่อกัน"

สิ่งหนึ่งที่ วีระพล สหพรหม เชื่อมั่นก็คือ นักชกทุกคนสามารถพัฒนากันได้ หากได้รับการฝึกสอนที่ถูกต้อง และนักมวยมีทัศนคติที่เปิดรับการเรียนรู้ 

โดยอาศัยจากจุดที่ตัวเขาเองในอดีตเคยเป็นมวยเน้นใช้พละกำลัง แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนมาเป็นมวยประเภทเทคนิคเชิงสูง จังหวะฝีมือจัดจ้าน จนกลายเป็นสไตล์ที่พาเขาประสบความสำเร็จ เขาจึงนำประสบการณ์เหล่านี้มาใช้สอนเด็ก ๆ ในค่าย 


Photo : facebook.com/veerapol.nakornluang

"จริง ๆ แล้ว เมื่อก่อนผมเป็นมวยเดินชน ใช้ความแข็งแกร่งของร่ายการเข้าแลกนะ ต่อยหมัดได้หนักหน่วง แม่นยำ เป็นเพราะผลจากการเปิดร้านปะยางรถสิบล้อสมัยวัยรุ่น ต้องใช้ค้อนตอก ทำให้ได้กำลังแขนและความแม่นยำตอนเล็งค้อนให้ตอกโดนสิ่วเพื่องัดยางรถ"

"แต่หลังจากนั้นเริ่มปรับเป็นมวยฝีมือมากขึ้น ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อมาตลอดว่า คนเราทุกอย่างพัฒนากันได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นมวยเก่ง มวยไม่เก่งอย่างไร ถ้ามาอยู่ที่นี่แล้วเอาจริงเอาจัง ผมเชื่อว่าน้อง ๆ ก็สามารถพัฒนาขึ้นไปอีกระดับได้"

 

อยากสร้างแชมป์โลก

ด้วยความที่ "วีระพล" เคยเป็นนักมวยมาก่อน เลยเข้าใจหัวอกเด็ก ๆ สไตล์การสอนของเขาจึงไม่เหมือนกับเทรนเนอร์ทั่วไป

วีระพล ไม่เคยด่าทอ มีแต่ตักเตือนและสอนศิษย์ด้วยวาจาสุภาพ ต่อให้มวยจะเพิ่งแพ้ลงมาจากเวที เขาก็ไม่เคยจะระเบิดใส่ลูกศิษย์ แต่จะคอยมาชี้แนะ บอกถึงสิ่งที่ผิดพลาด ให้เด็ก ๆ ไปแก้ไข

และยิ่งบวกกับบารมีของการเป็นนักชกระดับแชมเปี้ยนโลก จึงทำให้นักชกในค่ายดาบรันสารคาม เกิดความศรัทธา เชื่อมั่นในตัวของ วีระพล สหพรหม 


Photo : facebook.com/veerapol.nakornluang

ผลงานของค่ายดาบรันสารคาม ในเส้นทางมวยไทยจึงร้อนแรง เป็นที่น่าจับตามอง อย่างไรก็ดี "วีระพล" ก็ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ เขายังมีเป้าหมายและความฝันที่อยากสร้างแชมป์โลกคนต่อไปที่ปั้นเองกับมือ โดยเล็งไปที่นักชกเบอร์แรกอย่าง โล่เงิน ดาบรันสารคาม อดีตแชมป์มวยรอบปูนเสือ ที่มีโอกาสจะเบนเข็มไปต่อยมวยสากลอาชีพ 

"โล่เงิน เขามีหมัดหนักธรรมชาติอยู่แล้ว และมีกระดูกประสบการณ์จากการต่อยมวยไทย เหลือแค่ปรับสเต็ปขาให้เป็นมวยสากล เพิ่มความแม่นยำของกำปั้น และจะเติมลูกหมัดซ้ายล้วงลำตัวเข้าไปด้วย" 

การกลับมาภาคนี้ของ วีระพล สหพรหม จึงเป็นย่างก้าวที่น่าสนใจ เพราะเขาสละเวลาที่จะได้อยู่กับครอบครัวมาทุ่มเทให้กับการสร้างแชมเปี้ยนโลกคนไทย กับนักชกรุ่นใหม่ แม้ว่าภารกิจนี้จะไม่ง่าย ... แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ 



AUTHOR

Mainstand

     


PHOTO

อรรนพ สะตะ

graphic design ผู้ชื่นชอบกีฬาฮอกกี้, เกมส์, เดินเขา เป็นชีวิตจิตใจ
     


x