FEATURE

สุโขทัย พร้อมกลับสู่ความสำเร็จ ในลีกสูงสุดอีกครั้ง 



สุโขทัย เอฟซี นับเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีแฟนบอลติดตามเชียร์อย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ใช่สโมสรระดับบิ๊กทีม แต่กองเชียร์ค้างคาวไฟก็มีช่วงเวลาที่ได้ดื่มด่ำกับทั้งความสำเร็จและความผิดหวังมาแล้วมากมายหลายอรรถรส


 

ตลอดระยะเวลา 14 ปี พวกเขาร่วมสุขร่วมทุกข์กับทีมมาตั้งแต่ไต่เต้าขึ้นมาจาก ดิวิชั่น 2, ดิวิชั่น 1 จนก้าวขึ้นสู่ศึกไทยลีก และได้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ระดับเวทีเอเชียมาแล้ว

ในวันนี้แม้จะต้องหล่นลงมาอยู่ในศึกไทยลีก 2 อย่างชอกช้ำ แต่ผู้บริหารและแฟนบอลก็ยังไม่ย่อท้อ มุ่งมั่นที่จะพาทีมกลับคืนสู่ลีกสูงสุดให้ได้อีกครั้ง พร้อมทำการ “ผ่าตัดทีม” ครั้งใหญ่เพื่อหวังเลื่อนชั้นให้ได้ในปีเดียว

เส้นทางที่ผ่านมาของพวกเขาเป็นอย่างไร และการผ่าตัดทีมเพื่อเป้าหมายในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ติดตามได้ที่ Main Stand

 

ไต่เต้าจากลีกภูมิภาค

การก่อตั้งของ “ลีกภูมิภาค” เมื่อปี 2552 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวงการฟุตบอลไทย หลายสโมสรถือกำเนิดขึ้นมาใหม่เพื่อร่วมชิงชัยในฟุตบอลลีกอาชีพของประเทศ ซึ่ง สุโขทัย เอฟซี คือหนึ่งในนั้น

ย้อนกลับไปเมื่อปี 14 ปีที่แล้ว สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เตรียมที่จะยกระดับฟุตบอลลีกในประเทศ ให้ก้าวสู่การเป็นลีกฟุตบอลอาชีพเต็มตัว ตามนโยบายของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ด้วยการออกกฎให้ทุกสโมสรต้องบริหารจัดการในรูปแบบนิติบุคคล

พร้อมกันนี้ยังได้ปรับระบบการแข่งขันในลีกดิวิชั่น 2 (ไทยลีก 3 ในปัจจุบัน) ให้กลายเป็น “ลีกภูมิภาค” โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 5 โซนตามภาคต่าง ๆ เพื่อกระจายการแข่งขันฟุตบอลไปทั่วประเทศ รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการเดินทางของแต่ละสโมสร ที่จากเดิมทีมส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเท่านั้น

การกำเนิดของลีกภูมิภาคทำให้หลายจังหวัดตื่นตัวและพร้อมใจกันส่งทีมเข้าร่วมแข่งขัน ทำให้มีสโมสรหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมายทั่วประเทศ อาทิ เชียงราย ยูไนเต็ด, ชัยนาท ฮอร์นบิล, ภูเก็ต เอฟซี, บุรีรัมย์ เอฟซี และอีกหลายทีม

รวมถึง  “ค้างคาวไฟ” สุโขทัย เอฟซี ด้วยเช่นกัน พวกเขาก่อตั้งทีมและส่งทีมเข้าแข่งขันในโซนภาคเหนือ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนและนักกีฬาในจังหวัดได้มีเวทีลงแข่งขัน ภายใต้การดูแลของประธานสโมสร จักรินทร์ เปลี่ยนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย (ในขณะนั้น)

ช่วงแรกสโมสรใช้นักฟุตบอลท้องถิ่นในจังหวัดผสมกับนักฟุตบอลจากสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตสุโขทัย เป็นหลัก ทำให้ผลงานไม่สู้ดีนัก 4 ปีแรกจบด้วยอันดับโซนครึ่งล่างของตารางเป็นส่วนใหญ่ โอกาสเลื่อนชั้นยังอยู่ห่างไกล 

ก่อนที่ฤดูกาล 2556 ทีมจะได้ สมศักดิ์ เทพสุทิน นักการเมืองดังประจำจังหวัด มารับไม้ต่อในฐานะประธานสโมสร พร้อมพัฒนาทีมสู่การเป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพมากขึ้น ด้วยการดึงแข้งไทยและแข้งต่างชาติฝีเท้าดีมาเสริมทัพ

เพียงซีซั่นแรกหลังเปลี่ยนประธานสโมสรคนใหม่ “ค้างคาวไฟ” ผลงานก้าวกระโดด จบที่อันดับ 3 ของโซนภาคเหนือ ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบแชมเปี้ยนลีกส์ แต่ไปไม่ถึงฝัน จบด้วยอันดับ 3 ของกลุ่ม B จากทั้งหมด 6 ทีม พลาดการเลื่อนชั้นไปแค่คะแนนเดียว

กระทั่งซีซั่นถัดมาในปี 2557 ภายใต้การคุมบังเหียนของโค้ชคนใหม่ ชูศักดิ์ ศรีภูมิ พวกเขาสามารถคว้าอันดับ 1 ของโซนภาคเหนือ ด้วยผลงาน ชนะถึง 19 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้แค่ 3 นัด จากการลงสนาม 26 เกม ผ่านเข้าไปเล่นรอบแชมป์เปี้ยนลีกเป็นปีที่สองติดต่อกัน 

ซึ่งครั้งนี้พวกเขาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย คว้าอันดับ 2 ได้สิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ

 

ทะยานสู่ลีกสูงสุด

หลังจากใช้เวลาอยู่ในลีกล่างสุดอยู่ 6 ฤดูกาล จนได้ขยับขึ้นมาในลีกรองในปี 2558 สุโขทัย เอฟซี น้องใหม่ในตอนนั้นใช้เวลาเพียงปีเดียว สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการคว้าอันดับ 3 ในดิวิชั่น 1 เลื่อนชั้นสู่ศึกไทยลีกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทีม

ปีดังกล่าว “ค้างคาวไฟ” อุดมไปด้วยนักเตะต่างชาติฝีเท้าดีที่ดึงเข้ามาร่วมทีมอย่าง เฟลิเป้ เฟอร์ไรร่า มิดฟิลด์ชาวบราซิล เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวร่วม 25 ประตู, จอห์น บาจโจ้ ปีกชาวมาดากัสการ์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นคีย์แมนสำคัญของทีมในเวลาต่อมา และ คาตาโนะ ฮิโรมิชิ แนวรุกชาวญี่ปุ่น ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือมากประสบการณ์

เหนือสิ่งอื่นใด พวกเขาคือทีมที่มีแฟนบอลเข้าชมเกมในสนามมากที่สุดของลีก เฉลี่ยนัดละ 3,911 คน โดยมีหลายแมตช์ที่กองเชียร์แห่เข้าไปชมจนเกือบเต็มความจุ 8,000 ที่นั่งของสนามทะเลหลวง สเตเดียม

แฟนบอลเหล่านี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยซัปพอร์ตทีมมาจนถึงปัจจุบัน โดยเพียงวินาทีแรกที่สโมสรเปิดขายเสื้อแข่งขันชุดลุยศึกไทยลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งมี “เครื่องดื่มตราช้าง” เป็นสปอนเซอร์คาดอกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน มีแฟนบอลนับพันคนเดินทางมาต่อคิวเพื่อจับจองยูนิฟอร์มของทีมรักกันอย่างคึกคัก

“รู้สึกประทับใจที่ทำให้ชาวจังหวัดสุโขทัยมีความสุขกับการเชียร์ฟุตบอลทีมบ้านเกิด จะเห็นได้ว่าเมื่อไหร่ที่เรามีเกมเล่นในบ้าน ผู้ใหญ่จะพาลูกเล็กเด็กแดงเข้ามาชมกันเต็มความจุของสนาม เป็นกระแสคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในจังหวัดสุโขทัย” สมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานสโมสร เผยถึงกระแสนิยมในเวลานั้น

และสโมสรเองก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง ตอบแทนด้วยผลงานอันยอดเยี่ยม จบฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุดด้วยอันดับ 7 ของตาราง แข่ง 31 นัด ชนะ 13 เสมอ 6 แพ้ 12 โดยมีกำลังสำคัญอย่าง เรนัน มาร์เกวซ กองหน้าชาวบราซิล ที่ยิงไป 15 ประตู ประสานงานกับ ดิยุฟ บิรัม คู่หัวหอกชาวไอวอรีโคสต์ และ จอห์น บาจโจ้ ที่ทำแอสซิสต์มากที่สุดในลีกที่ 13 ครั้ง

ที่สำคัญมียอดแฟนบอลเฉลี่ยเข้าชมเกมในสนามเพิ่มขึ้นถึง 45.8% หรือเฉลี่ยนัดละ 5,702 คน มากที่สุดในลีกเป็นอันดับ 6 แม้ความจุของสนามจะอยู่ในอันดับที่ 15 จากทั้งหมด 18 ทีมก็ตาม

ที่สำคัญพวกเขายังจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีมด้วยการคว้าโควต้าลุยศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ได้อีกด้วย…

 

แชมป์ ช้าง เอฟเอ คัพ

หลังใช้เวลาเพียง 7 ปี ไต่เต้าจากลีกภูมิภาคสู่ลีกสูงสุด และยังรักษาพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย สุโขทัย เอฟซี ยังทำผลงานได้ดีในฟุตบอลถ้วย ช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2559 อีกด้วย

พวกเขาออกสตาร์ตในรอบ 64 ทีม ผ่าน ฉะเชิงเทรา เอฟซี 3-1, ซุปเปอร์ พาวเวอร์ สมุทรปราการ 2-0, อาร์มี่ ยูไนเต็ด 4-3 และ การท่าเรือ เอฟซี 4-0 กรุยทางสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรก ร่วมกับ ชลบุรี เอฟซี, ราชบุรี เอฟซี และ ชัยนาท ฮอร์นบิล

อย่างไรก็ตามในปีนั้นฝ่ายจัดการแข่งขันได้ตัดจบยุติทัวร์นาเมนต์เพียงแค่รอบนี้ จากเหตุการณ์การสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้ทั้ง 4 ทีมได้ครองแชมป์ร่วมกัน และต้องจับสลากหาผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวที่จะได้ตั๋วไปเล่นศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบสอง ของฤดูกาล 2560 ก่อนจะเป็น “ค้างคาวไฟ” ที่มีโชคในการเสี่ยงดวงมากกว่า คว้าสิทธิ์ไปครอง

หลังจากได้โควต้า สโมสรได้ทุ่มงบกว่า 1 แสนบาท ปรับปรุงรังเหย้า “ทะเลหลวง สเตเดียม” ของตัวเองให้ผ่านมาตรฐานของสหพันธ์ฟุตบอลเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ห้องตรวจการโด๊ป, ห้องสื่อมวลชน, สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต, ห้องทีมแพทย์ ห้องผู้ควบคุมการตัดสิน รวมถึงแผงกั้นเพื่อจัดระเบียบการเดินทางเข้าออกของแฟนบอล จนทำให้กลายเป็นสนามที่ได้มาตรฐาน

ขณะที่ผลงานก้าวแรกของสุโขทัยในระดับเอเชีย เริ่มต้นด้วยการเปิดบ้านถล่ม ยาดานาร์บอน แชมป์ลีกจากเมียนมาร์ 5-0 ก่อนที่นัดต่อมาจะต้องบุกไปเยือน เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ทีมอันดับ 3 จากศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก เพื่อชิงตั๋วเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งสุดท้ายแล้ว “ค้างคาวไฟ” ต้านความแกร่งของยอดทีมจากจีนไม่ไหว แพ้ไป 0-3 ต้องยุติเส้นทางไว้ที่รอบนี้

หลังจากนั้นสุโขทัยยังคงโลดแล่นอยู่ในศึกไทยลีกอย่างต่อเนื่อง รวมแล้ว 5 ฤดูกาล กระทั่งฤดูกาล 2563-64 พวกเขาต้องไปลุ้นอยู่รอดในนัดสุดท้าย ก่อนจะบุกไปแพ้ สุพรรณบุรี เอฟซี 0-1 จบที่อันดับ 14 ของตาราง ต้องหล่นลงไปเล่นในศึกไทยลีก 2 

แม้จะต้องเผชิญกับความผิดหวัง แต่พวกเขาก็ไม่ย่อท้อ ยังคงมุ่งมั่นและตั้งเป้าที่จะกลับคืนสู่ลีกสูงสุดให้ได้อีกครั้งภายในระยะเวลาปีเดียว

 

ผ่าตัดทีมเพื่อโบยบินอีกครั้ง

หลังจากตกชั้นลงมาเล่นในลีกรอง ในฤดูกาล 2564-65 ที่เพิ่งเปิดฉาก แต่ผู้บริหารสโมสรยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะพาทีมกลับไปโบยบินในศึกไทยลีกให้ได้อีกครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี

ดร.อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรคนปัจจุบัน เผยถึงการเตรียมทีมในฤดูกาลนี้ว่าเหมือนเป็นการ “การผ่าตัดครั้งใหญ่" โดยแต่งตั้ง เดนนิส อมาโต้ เทรนเนอร์ชาวเยอรมนี มานั่งแท่นกุนซือคนใหม่ หลังจากที่ซีซั่นก่อนเจ้าตัวมีประสบการณ์พา เชียงใหม่ ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นสู่ไทยลีกได้สำเร็จมาแล้ว

"เป็นความท้าทายอย่างมากตั้งแต่เข้ามารับหน้าที่โค้ช สิ่งที่ท้าทายที่สุด คือการเตรียมความฟิตและความพร้อมของนักเตะให้มีความกระหายและพร้อมแข่งขันได้ทันที การรักษาสภาพนักเตะให้มีความฟิตและมีความพร้อมสูงสุดในการลงแข่ง เป็นเรื่องที่ยากมากแต่ก็เป็นสิ่งที่ท้าทาย ผมจะใช้ประสบการณ์การทำทีมทั้งหมดที่มี ทุ่มเทเพื่อให้ทัพค้างคาวไฟไปถึงจุดนั้นให้ได้" เดนนิส อมาโต้ เฮดโค้ชของทีม สุโขทัย เอฟซี กล่าว

พร้อมกันนี้ยังได้เสริมทัพนักเตะอย่างจัดเต็ม โดยเฉพาะในแนวรุกที่ต้องเฟ้นหาแข้งรายใหม่เข้ามาเป็นตัวแทน จอห์น บาจโจ้ สตาร์ตัวเก่งที่ย้ายไปเล่นให้กับการท่าเรือ เอฟซี หลังจากฝากผลงานในถิ่นทะเลหลวงไว้ที่ 48 ประตู จากการลงสนาม151 นัด ตลอด 6 ฤดูกาล

ออสมาน โซว์ กองหน้าชาวสวีเดน เจ้าของความสูง 193 ซม. และ วู กึน ยอง แนวรุกชาวเกาหลีใต้ ถูกดึงเข้ามาเป็นตัวความหวังในแดนหน้า เช่นเดียวกับกองหลังที่ได้ ซุลฟาห์มี อาริฟิน แนวรับดีกรีทีมชาติสิงคโปร์ และ ฮวาง โด ยอน ชาวเกาหลีใต้ เข้ามาเสริมความแกร่ง

นอกจากนี้ยังมีแข้งไทยดีกรีไทยลีกอีกหลายราย นำโดย สมปอง สอเหลบ, ปฏิภาณ อุ่นอบ, ปริญญา อู่ตะเภา และแข้งดาวรุ่งอีกนับสิบราย

“เราต้องหาสิ่งที่ดีกว่าเพื่อมาทดแทนสิ่งที่หายไป เราต้องปรับวิธีทำทีม สร้างปรัชญาให้ทุกคนเป็นส่วนสำคัญของเกม ทุกคนคือฟันเฟืองที่จะทำให้สโมสรสุโขทัย เอฟซี ประสบความสำเร็จ เราต้องทำทุกวิถีทางให้เป็นทีมฟุตบอลของจังหวัดและแฟนบอลภาคเหนือโซนล่างต่อไปให้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการผสมผสานทักษะของนักเตะแต่ละคนให้ออกมามีเอกลักษณ์ และกลายมาเป็นเสน่ห์ของทีมค้างคาวไฟโฉมใหม่ที่ลงตัว" ดร.อนงค์วรรณ เทพสุทิน ประธานสโมสรสุโขทัย เอฟซี ทิ้งท้าย

เป้าหมายในการกลับคืนสู่ลีกสูงสุดในครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่ ยังไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ ๆ แฟนบอลค้างคาวไฟ ที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กับทีมมานานกว่า 14 ปี จะยังคงคอยส่งเสียงเชียร์ทีมรักต่อไปแน่นอน



AUTHOR

ชมณัฐ รัตตะสุข

Chommanat
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x