FEATURE

ไม่ตลกแน่ ถ้าเจอของจริง : คัตสึมิ โอโรจิ นักคาราเต้อัจฉริยะแห่ง บากิ จอมประจัญบาน | Main Stand



ถึงคุณจะไม่เคยอ่านมังงะหรือดูอนิเมะเรื่อง "บากิ จอมประจัญบาน" แต่คุณก็จะสามารถเข้าใจแก่นของเรื่องได้ง่าย ๆ เพียงตัวหนังสือไม่กี่ตัว เพราะนี่คือเรื่องที่เน้นไปที่ศิลปะการต่อสู้แขนงต่าง ๆ จากทั่วโลก ไล่ตั้งแต่ประเทศไทยไปจนสุดที่อเมริกาใต้อย่างประเทศบราซิล หลักใหญ่ใจความสำคัญของเรื่องคือ "ใครเป็นผู้ที่เก่งที่สุด ?" 

 


โดยตัวละครแต่ละตัวจะเป็นยอดฝีมือที่ใช้ศิลปะการต่อสู้แขนงของตัวเองที่หลากหลาย ในส่วนศิลปะการต่อสู้ของญี่ปุ่นที่ผู้เขียนพยายามจะสื่อว่า "แข็งแกร่งที่สุด" อย่าง คาราเต้ นั้นผู้รับบทเด่นในเรื่องคือ คัตสึมิ โอโรจิ ชายหนุ่มที่เกิดมาด้วยเซนส์ระดับอัจฉริยะ และถูกสร้างให้เป็นตัวละครที่พยายามบอกให้โลกรู้ว่า "คาราเต้" ไม่ใช่ศาสตร์การต่อสู้ปาหี่ลวงโลกเหมือนที่ใครตั้งข้อสงสัย 

ร่วมมองภาพความแข็งแกร่งและศาสตร์ของกีฬาประจำชาติญี่ปุ่น ผ่านเซนส์อัจฉริยะของ โอริจิ คัตสึมิ ได้ที่นี่กับ Main Stand 

 

ตัวละครที่พยายามบอกว่าจะฟันอิฐไปทำไม ? 

ด้วยความที่เราเป็นคนไทยและไม่ค่อยได้รู้เรื่องราวความเป็นมาของศาสตร์การต่อสู้อย่าง คาราเต้ มากมายนัก แต่เชื่อว่ามุมมองและภาพจำของหลาย ๆ คนที่มีต่อ คาราเต้ คงคิดว่านี่คือศาสตร์การต่อสู้ที่ไม่เท่าไหร่ และไม่อาจนำมาใช้ต่อสู้จริงได้ จริง ๆ แล้วมันเป็นแบบนั้นหรือ ? ทำไม คาราเต้ จึงถูกมองแบบเสมอมา 

สิ่งที่ทำให้เราจำ คาราเต้ ได้มากที่สุดคือจากคลิปวีดีโอต่าง ๆ เกียวกับคาราเต้ และอาจจะค่อนไปทางตลกโปกฮาเสียมากกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่เราเห็นบ่อย ๆ คือ "การฟันอิฐ" ซึ่งเราเองก็ไม่เข้าใจว่าจะฟันไปทำไม ? และบางทีก็มีการเล่นมุกตลกเช่นเอามือสับหินแล้วมือหัก เลือดออก กระดูกแตก หรืออะไรก็ว่าไป ภาพเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการ "ด้อยค่า" คาราเต้ ไปโดยปริยาย 


Photo : baki.fandom.com

นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ เคซูเกะ อิตางากิ ผู้เขียนมังงะเรื่อง "บากิ จอมประจัญบาน" ต้องสร้างความเข้าใจให้คาราเต้เสียใหม่ โดยเป็นการเล่าผ่านตัวละครหนุ่มที่ใช้เวลาไม่กี่ปีก้าวขึ้นเป็น "เบอร์ 1" ของประเทศญี่ปุ่นอย่าง คัตสึมิ โอโรจิ เขาถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในนักสู้ที่แกร่งที่สุดในซีรีส์เรื่องนี้ พร้อมกับฉายาว่า "อาวุธสังหาร" (Lethal Weapon) สิ่งนี้เพื่อยืนยันว่า คาราเต้ ไม่ใช่แค่การฟันอิฐ แต่นี่คือศาสตร์ที่ใช้ฆ่าคนได้สบาย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นศาสตร์ที่ผู้ใช้มีความสามารถระดับอัจฉริยะรอบด้าน ทั้งสภาวะจิตใจ ขนาดของร่างกาย และความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ด้านร่างกายนั้น คัตสึมิ โอโรจิ เป็นนักคาราเต้ที่รูปร่างใหญ่ ตามเนื้อเรื่องบอกไว้ว่าเขาสูง 186 เซนติเมตร หนัก 115 กิโลกรัม นี่คือระดับน้ำหนักเทียบเท่าหรือมากกว่านักมวยเฮฟวี่เวตหรือนักมวยปล้ำ จุดนี้ก็เพื่อวัดกันชัด ๆ ไปเลยว่าถ้าขนาดตัวเท่ากันนักคาราเต้จะอันตรายและสู้กับนักสู้ศาสตร์อื่น ๆ ได้แค่ไหน ซึ่งในเรื่อง คัตสึมิ ได้เจอกับนักต่อสู้ที่เป็นยอดฝีมือของศาสตร์แขนงอื่น ๆ ทั้ง นักมวยปล้ำสไตล์ยุโรปอย่าง โรแลนด์ อิสตัน ผู้ถูกขนานนามว่าเป็นความภาคภูมิใจแห่งวงการมวยปล้ำ, นักสู้ที่เติบโตมาบนเส้นทางอันธพาลผู้สร้างตำนานสร้างแก๊งยากูซ่าด้วยการต่อสู้มือเปล่าเหนือการใช้อาวุธอย่าง คาโอรุ ฮานายามะ รวมถึงนักสู้มวยจีนโบราณผู้สืบทอดศาสตร์การต่อสู้อายุ 4,000 ปี อย่าง ไคโอ เร็ตสึ เรียกได้ว่าศาสตร์ไหนที่ว่าแข็งพวกเขาได้วัดกับ คัตสึมิ โอโรจิ ทั้งสิ้น 

ด้านจิตใจ คัตสึมิ โอโรจิ คือนักสู้ที่มีสภาวะทางจิตใจที่นิ่งสงบ โหดเหี้ยม และเด็ดขาด เมื่อถึงจังหวะที่ต้องเล่นงานคู่แข่งในจุดที่หากซัดแรงเกินไปอาจถึงตายได้เขาก็ไม่เคยลังเล 

ขณะที่ด้านความเป็นอัจฉริยะที่มีมาแต่กำเนิด คือการอ่านใจและเข้าถึงความรู้สึกของคนที่เผชิญหน้าอยู่ได้ โดยในส่วนนี้เคยเล่าไว้ถึงเขาตอนที่เขาอายุ 5 ขวบ สมัยที่ทำหน้าที่เป็นนักแสดงละครสัตว์ที่พ่อของเขาเป็นเจ้าของ เรื่องมีอยู่ว่าระหว่างที่พ่อของเขากำลังแสดงโชว์สิงโตเกิดความผิดพลาดขึ้น จนพ่อของเขาโดนสิงโตฆ่าตาย ขณะที่ทุกคนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เหตุการณ์ คัตสึมิ สามารถเข้าหาสิงโตตัวนั้นและเข้าไปอยู่ในจิตใจจนสิ่งโตที่กำลังดุร้าย สงบลงได้โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงเลย ก่อนที่เขาจะได้ไปอยู่กับสำนักคาราเต้หมายเลข 1 ของโลกที่มีชื่อว่า "ชินชินไค คาราเต้"


Photo : baki.fandom.com

เมื่ออัจฉริยะไปเติบโตถูกที่ คัตสึมิ โอโรจิ ก็เหมือนพยัคฆ์ติดปีก หลังจากนั้นจึงไม่มีใครกล้าดูถูกวิชาคาราเต้ที่หนักหน่วงและเอาถึงตายได้ง่าย ๆ อีกเลย...  

ทีนี้เราลองกลับมาดูตรงที่เรื่องของการฟันอิฐซึ่งเป็นภาพจำซ้ำซากที่ออกไปทางตลกของ คาราเต้ ตัวของผู้เขียนนั้นเขียนให้ คัตสึมิ ใช้ท่านี้ปิดฉากการต่อสู้ในหลาย ๆ ตอน 

เช่นในฉากหนึ่งที่เขาใช้ท่า "ฟันหน้า" ใส่นักเลงข้างถนนที่แซวเขาเรื่องการแต่งชุดคาราเต้มาเดินตามท้องถนน และใช้ท่า "มือสับหน้า" นักเลงคนนั้นจนเละเทะไปหมด 


Photo : onimanga.com

คาราเต้ คือศาสตร์ที่อันตราย ... นั่นคือสิ่งที่ คัตสึมิ โอโรจิ แสดงให้เห็น การเอามือสับอิฐให้แตกนั้นถือเป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ว้าวอะไร แต่ถ้าหากท่านี้ถูกใช้โดยอัจฉริยะรับรองว่าถึงตายแน่นอน ... เรียกได้ว่าความตลกแบบสับอิฐ อิฐไม่แตกแต่มือแตกคือการกระทำของคนที่ไร้ทักษะเขาทำกัน ดังนั้นจะตลกก็ไม่แปลก แต่อย่าเผลอไปหัวเราะใส่คนที่เป็นคาราเต้จริง ๆ ก็แล้วกัน ระวังจะหัวเราะไม่ออก...

 

คาราเต้ กับการต่อสู้จริง 

อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ความอันตรายและแก่นของคาราเต้โดนกลบโดยการโชว์ปาหี่แบบฟันอิฐด้วยมือ จนทำให้เราไม่รู้เลยว่าจริง ๆ แล้วคาราเต้เขาแข่งกันยังไง และวัดการออกอาวุธกันแบบไหน ? ซึ่งคำตอบถูกอธิบายสอดแทรกไว้ผ่านการพูดถึงความเก่งของ คัตสึมิ โอโรจิ ด้วยเช่นกัน

ปกติแล้ว คาราเต้ คือกีฬาที่ตัดสินด้วยการนับคะแนนคล้าย ๆ กับ เทควันโด แต่วิธีการคิดคะแนนนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ขณะที่เทควันโดนั้นเน้นที่การเตะให้เข้าเป้าและมีสูตรการนับคะแนนที่ชัดเจน เช่น ต่อยลำตัว 1 แต้ม เตะหัวได้ 3 แต้มอะไรแบบนี้ แต่ คาราเต้ ไม่มีหลักตายตัวในการให้คะแนน เพราะมันขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตัดสินโดยมีเกณฑ์ให้คะแนนหลัก ๆ 3 ข้อ ได้แก่ 

1.ทัศนคติ, จิตใจนักสู้, การแสดงถึงพลังและความแข็งแกร่ง, 2. ผู้ที่ใช้เทคนิคหรือกลยุทธ์ได้เหนือกว่าอีกฝ่าย และ 3. ผู้ที่ริเริ่มการจู่โจมได้มากกว่า ดังนั้นนักคาราเต้จึงจำเป็นต้องเดินหน้าสู้และแสดงเทคนิคออกมาเท่านั้น การตั้งรับจะไม่ใช่สิ่งที่ช่วยให้คุณเป็นนักคาราเต้ที่ดีได้

สิ่งที่กล่าวมาในข้างต้นคือวิธีการเอาชนะในการแข่งขัน คาราเต้ ในรูปแบบของกีฬา ... ทว่าหากปรับเข้าโหมดการต่อสู้ขึ้นมา ความโหดของ คาราเต้ จะสูงขึ้นกว่าเดิมมากเลยทีเดียว

การแข่งขันคาราเต้แบบกีฬานั้นมีข้อห้ามด้วย ซึ่งข้อห้ามแต่ละข้อก็ชัดเจนว่าเหมือนกับการตีกรอบเอาไว้ไม่ให้นักสู้เล่นกันถึงตายเหมือนกับที่ คัตสึมิ แสดงออกมาในเรื่อง เช่น ห้ามจู่โจมและสัมผัสคู่แข่งแรงเกินไป รวมถึงการห้ามโจมตีบริเวณคอหอย  

ห้ามโจมตีที่ แขน, ขา, ขาหนีบ, ข้อต่อ และ หลังเท้า ซึ่งจุดนี้ทำให้เหลือจุดที่โจมตีได้โดยไม่ผิดกติกาเพียงแค่ส่วนลำตัว ใบหน้า และ หัว เท่านั้น นอกจากนี้หากจะโจมตีหัวยังมีข้อห้ามเพิ่มขึ้นอีกนั่นคือ "ห้ามแบมือ" นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมนักคาราเต้ต้องใช้สันมือในการฟันใส่หน้าและหัวของคู่แข่งนั่นเอง 

หากกฎกติกาเหล่านี้มีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ถึงขั้นเลยเถิดฆ่ากันตายในสนามต่อสู้แล้วล่ะก็ วิชาการต่อสู้ของ คัตสึมิ โอโรจิ ก็เหมือนเป็นโลกมืออีกด้านที่ไร้ข้อห้าม หากจะฆ่ากันให้ตาย สับหัวกันให้แตก เขาก็ย่อมทำได้

 

สู้อย่างมีสไตล์ด้วยไม้ตายจาก คาราเต้ 

แม้โลกของนักสู้ในเรื่องบากิจะเถื่อนดิบเลือดสาดขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับในตัวของ คัตสึมิ คือเขาไม่เคยหลุดจากพื้นฐานของคาราเต้เลยในการออกอาวุธแต่ละครั้ง ทั้ง ๆ ที่บางครั้งเขาอาจจะทำสิ่งที่แตกต่างออกไปจากกฎของ คาราเต้ ได้เช่นการเตะซ้ำ การควักลูกตา หรือการเตะผ่าหมาก ที่ในเรื่องนี้นักสู้แทบทุกคนต่างก็เคยใช้กันทั้งนั้น 


Photo : onimanga.com

โอโรจิ คัตสึมิ นำท่าไม้ตายที่ถือเป็นตัวทำคะแนนในกีฬาคาราเต้ขึ้นมาเป็นอาวุธสังหารได้หลายท่า เช่นท่าที่มีชื่อว่า Seiken ที่เป็นท่าคลาสสิกต้นตำรับของคาราเต้ นั่นคือการเรียงนิ้วมือทั้ง 4 (ยกเว้นนิ้วโป้ง) เกร็งให้แข็งที่สุดและแทงเข้าไปที่เอวของคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถหยุดความเคลื่อนไหวได้ทันทีหากฝึกมามากพอ

ท่า Ippon Ken คือท่าที่ใช้การกำหมัดและเอาส่วนสันกระดูกของนิ้วกลางขึ้นมาเป็น "จุดสัมผัสคู่ต่อสู้" เหมือนกับเป็นการใช้กระดูกข้อนิ้วแทนสนับมือ นอกจากนี้ยังมีท่าอีกมากมายที่อิงกับศิลปะการต่อสู้แบบคาราเต้จริง ๆ Alex Kick (ยกเท้าสูงขึ้นเหนือหัวแล้วใช้ส้นตอกลงที่กลางกระหม่อม) 


Photo : onimanga.com

ไม่ใช่แค่ท่าโจมตี ... ยังมีท่าตั้งรับแบบศาสตร์คาราเต้แท้ ๆ อย่าง Kick Killing Scissors (ใช้ศอกกับเข่าหนีบการโจมตีด้วยหมัดของคู่ต่อสู้ให้ถูกจังหวะ) และยังมีอีกมากมายหลายท่าที่ คัตสึมิ โอโรจิ แสดงออกมาในเรื่องนี้ เพื่อบอกว่าจริง ๆ แล้วศาสตร์คาราเต้ไม่ควรจะโดนด้อยค่าว่าเป็นปาหี่โปกฮาแต่อย่างใด 

หากใช้โดยคนที่เก่งจริง ฝึกมาจริง และเข้าใจจุดประสงค์ของแต่ละท่า เมื่อนั้น คาราเต้ ก็เป็นอาวุธที่อันตรายถึงชีวิตได้ และทั้งหมดนี้ถูกเล่าผ่านเส้นทางอัจฉริยะที่เกิดมาเพื่อเป็นนักคาราเต้โดยสัญชาตญาณอย่างแท้จริง 

 

แหล่งอ้างอิง

https://baki.fandom.com/wiki/Katsumi_Orochi#History
https://baki.fandom.com/wiki/Kick_Killing_Scissors
https://baki.fandom.com/wiki/Seiken
https://baki.fandom.com/wiki/Ippon_Ken
https://baki.fandom.com/wiki/Axe_Kick
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B9%89
https://sites.google.com/site/31866reanpoo/kt-ktika



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x