FEATURE

ลูกรัก No.1 : ทำไม "เจสซี่ ลินการ์ด" ที่แฟนบอลร้องยี้กลับถูกเลือกจากโค้ชทุกคนที่ทำงานด้วย ?



เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โชเซ่ มูรินโญ่ และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือทั้ง 5 คนที่กล่าวมาอาจจะมีแทคติกและวิธีทำทีมที่แตกต่างกัน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาทำเหมือนกัน นั่นคือ "บ่อยครั้ง" พวกเขาจะใช้งาน เจสซี่ ลินการ์ด เสมอ 


 

ลินการ์ด ถือเป็นนักเตะที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร้องยี้มาตลอด แต่เหตุใดกันแน่คนที่ใคร ๆ ต่างก็ฟันธงว่า "ไม่ไหว" กลับกลายเป็นตัวเลือกของเฮดโค้ชที่เขาร่วมงานด้วยอยู่เป็นประจำ 

เกิดอะไรขึ้นกับความค้านสายตาคนดู ติดตามเรื่องราวได้ที่ MainStand 

 

การค้นพบของทีมงาน "เฟอร์กี้" 

แม้จะไม่เคยได้ทำงานร่วมกันอย่างจริงจังเพราะ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้วางมือไปก่อนที่ เจสซี่ ลินการ์ด จะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เต็มตัว แต่ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกันนั้น เฟอร์กี้ ฝากฝังให้ เรเน่ มิวเลนสตีน มือขวาของเขาคอยจับตาดูพัฒนาการของ ลินการ์ด ให้ดี รวมถึงมีการติดต่อกับนักเตะอยู่เสมอ 

ซึ่งในปีสุดท้ายของ เฟอร์กี้ ลินการ์ด ก็ถูกแนะนำให้ย้ายไปหาประสบการณ์กับเกมระดับมืออาชีพด้วยการปล่อยยืมไปยัง เลสเตอร์ ซิตี้ หลังจากที่ เรเน่ บ่มเพาะเขาอยู่ 3 ปี  

"เจสซี่ อยู่ในโครงการพัฒนานักเตะเยาวชนของผม ผมเชื่อในคุณค่าของการสร้างและพัฒนานักเตะ เรารู้สึกว่าเราสามารถส่งต่อความเป็นมืออาชีพให้กับพวกเขาได้" เรเน่ มิวเลนสตีน กล่าว 

"ลินการ์ด คือคนที่เรียนรู้ได้ไว พัฒนาได้เร็ว เรียนรู้ว่าควรใช้ทักษะที่มีตอนไหน เขาลงเล่นในเกมกับ ลีดส์ (ชุดเยาวชน) ที่เราชนะไป 11-2 ในเกมนั้นนักเตะชุดใหญ่อย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย กับ ดิเอโก้ ฟอร์ลัน เข้ามาชมเกมนั้นด้วย พวกเขาต่างพูดกับผมเกี่ยวกับ เจสซี่ ว่า 'พระเจ้า ไอ้เด็กคนนี้มันเก่งใช้ได้เลยนี่นา'" 

ปัญหาเดียวในเวลานั้นคือลินการ์ดนั้นตัวเล็กและบางมาก ในวันที่เพื่อนรุ่น ๆ เดียวกันที่ฝีเท้าดีอย่าง ปอล ป็อกบา และ ราเวล มอร์ริสัน ขึ้นไปเล่นทีมชุดยู-18 ปี ลินการ์ด ยังถูกทีมโค้ชใช้งานในรุ่นยู-16 ปี อยู่เลย 

"ในฟุตบอลอังกฤษ คุณต้องมีความแข็งแกร่งเป็นพื้นฐาน ทุกคนที่เห็น เจสซี่ คิดตรงกันหมด เขามีความเข้าใจเกมนะ แต่เขาไม่มีทางจะโตมาเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้เลย เหตุผลเดียวที่ทุกคนเชื่อมั่นและพยายามผลักดันเขาให้ถึงที่สุดคือ เซอร์ อเล็กซ์ ไม่เคยสงสัยในเรื่องนี้ และสิ่งที่เขาถามถึง เจสซี่ เสมอคือ 'เด็กคนนี้พอจะเล่นได้ไหม'" เรเน่ ว่าต่อ 

ปัญหาดังกล่าวทำให้ เฟอร์กี้ ไม่เลือกใช้ ลินการ์ด เสียที ขณะที่ ป็อกบา นั้นได้ประเดิมชุดใหญ่ไปแล้ว แต่ความหวังในการให้เขาเติบโตขึ้นในแบบที่ตัวเองเป็น สามารถรับผิดชอบและแบกรับภาระในการลงสนามได้ คือเหตุผลเดียวที่ เฟอร์กี้ สั่งให้ เรเน่ คอยรายงานเรื่อง ลินการ์ด แก่เขา และหวังเสมอว่าอย่างน้อย ๆ ลินการ์ด จะโตขึ้น และพร้อมที่จะขึ้นมาเป็นคีย์แมนของทีมอย่างจริงจัง เพียงแต่ว่าวันนั้นยังไม่มาถึงเสียที

 

ดีไม่พอ แย่ไม่สุด 

ความเก่งในวัยเด็กไม่มีประโยชน์อะไรมากไปกว่าการเอาไปเล่าในวงสนทนาเมื่อแก่ตัวลง ฉันใดก็ฉันนั้น ลินการ์ด ตอนที่ยังเป็นดาวรุ่งเคยเก่งมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงที่เขาไปเล่นในทีมระดับแชมเปี้ยนชิพ กับ เบอร์มิ่งแฮม ในฤดูกาล 2013-14 เขาเล่นดีจนกลายเป็นตัวหลัก แถมเปิดตัวด้วยการยิงคนเดียว 4 ลูก แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องชั่วคราว เพราะหลังจากกลับมาจากการยืมตัว ลินการ์ด ยังคงมีปัญหาเรื่องเดียวที่เขาปรับไม่ได้สักที นั่นคือความเด็ดขาดในจังหวะสุดท้าย จะยิงก็ไม่คม จะจ่ายก็ไม่เข้ากับจังหวะกับเพื่อน เรื่องนี้ไม่ต้องเอาสถิติมาตีแผ่เลยก็ยังได้ เพราะใครที่ติดตามดู ลินการ์ด มาตั้งแต่ยังเป็นวันเดอร์คิด จนถึงตอนนี้ก็คงเห็นกัน 

บังเอิญว่า 2 ข้อที่เขาขาดไป คือเรื่องสำคัญมากสำหรับนักฟุตบอลที่เล่นในเกมระดับสูง การเป็นนักเตะเกมรุกแต่กลับไม่เด็ดขาด ถือว่าเป็นเรื่องที่เสียของที่สุด เรเน่ เคยบอกเอาไว้ตอน ลินการ์ด อายุ 20 ปี ว่า หากลินการ์ดพัฒนาอีกนิดเดียวเท่านั้น เขาจะสามารถเล่นในตำแหน่งเดียวกับที่ อันเดรียส อิเนียสต้า เล่นให้กับ บาร์เซโลน่า ได้ โดย เรเน่ ขยายความว่า ลินการ์ด ยังไปไม่ถึงจุดนั้นเสียทีเป็นเพราะว่าเขาไม่สามารถทำประตูและแอสซิสต์ได้อย่างต่อเนื่อง 

นอกจากผลงานที่ไม่แน่นอน จับทางไม่ได้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายแล้ว เรื่องราวของนอกสนามของ ลินการ์ด ที่มักจะถูกพูดถึงบ่อย ๆ ในแง่ลบ นั่นคือเรื่องของการใช้โซเชียลมีเดีย ลินการ์ด เป็นเหมือนวัยรุ่นที่คึกคะนองมากเมื่อมีสื่อโซเชียลในมือ เขามักจะโพสต์อะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่คิดอะไรมาก  

มูรินโญ่ เคยด่า ลินการ์ด ผ่านสื่อมาแล้วหลังจากที่ทีมแพ้ให้กับ เวสต์แฮม ที่ อัพตัน พาร์ค และทันทีที่นักเตะขึ้นรถทัวร์กลับแมนเชสเตอร์ ลินการ์ด กลับโพสต์วิดีโอในอินสตาแกรม ด้วยอิริยาบถหัวเราะร่วนราวกับไม่ยี่หระกับความพ่ายแพ้ของทีม 

"นี่แกเป็นนักเตะที่จริงจังหรือคนที่สนใจความนิยมในโลกโซเชียลกันแน่ ถามตรง ๆ เถอะนะ ?" นี่คือประโยคที่ มูรินโญ่ ถาม ลินการ์ด ในวันนั้น และยังมีอีกหลายเหตุการณ์เหลือเกินที่ ลินการ์ด ใช้โซเลียลในทางที่ผิดและโดนถล่มยับ เพราะสื่อออนไลน์นั้นเขาถึงได้ง่ายและเร็ว ต่อให้ลบก็มีคนตามแคปตามเซฟได้เป็นประจำ นั่นคือเหตุผลที่แฟน ๆ ได้เห็นมุมนี้ของ ลินการ์ด และคิดเห็นตรงกันว่า นี่คือนักเตะ "หิวแสง" ที่ยากจะประสบความสำเร็จในระดับสูงได้   

อย่างไรก็ตามแม้ของมันจะเห็น ๆ กันอยู่ แต่นักฟุตบอลทีมหนึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องเก่งและดีพอเป็น 11 ตัวจริง บางคนก็เหมาะที่จะเป็นตัวสำรองหรือนักเตะที่สามารถใช้หมุนเวียนได้ในยามทีมมีปัญหาตัวหลักบาดเจ็บ ซึ่งตำแหน่งประเภทนี้คือตำแหน่งที่เหมาะกับ ลินการ์ด แบบสุด ๆ 

หากพูดกันในฐานะนักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ลินการ์ด ถือเป็นนักเตะที่กุนซือคนไหนก็ไม่อยากขายเพราะเป็นนักเตะท้องถิ่น เข้าใจวัฒนธรรมของสโมสร อยู่กับทีมมาตั้งแต่ 8 ขวบ และที่สำคัญมันมีเรื่องของกฎโฮมโกรน (โควตาสำหรับนักเตะที่ถูกฝึกสอนมาในสโมสรในอังกฤษ 3 ปีเป็นอย่างน้อย) ที่สามารถทำให้ทีมไร้ปัญหาในการส่งนักเตะลงเล่นในเกมระดับยุโรป ยกตัวอย่างความสำคัญของนักเตะโควตาโฮมโกรน คือ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ในฤดูกาล 2015-16 ที่ไม่สามารถส่งนักเตะลงเล่น ยูโรปา ลีก ได้จนต้องตัดรายชื่อนักเตะอย่าง เอริค ลาเมล่า ที่ซื้อมาแสนแพงออก

และสด ๆ ร้อน ๆ ในฤดูกาล 2021-22 อาร์เซน่อล ต้องยอมเสียเงินซื้อ เบน ไวท์ และ แอรอน แรมส์เดล รวมกันเกิน 75 ล้านปอนด์ ด้วยเหตุผลจากที่พวกเขามีโควตานักเตะโฮมโกรนไม่เพียงพอ ... นั่นแหละคือสิ่งที่ ยูไนเต็ด พยายามรั้ง ลินการ์ด และต่อสัญญามาตลอด แม้แทบจะไม่มีปีไหนที่เขาได้ลงเล่นเต็มเม็ดเต็มหน่วยเลย (มีเพียงฤดูกาล 2017-18 ที่ลงเล่นเกมลีกมากเกิน 30 นัด นับรวมทั้งตัวจริงและตัวสำรอง) 

อย่างไรก็ตามเราจะบอกว่านั่นคือข้อดีข้อเดียวของ ลินการ์ด ก็คงไม่แฟร์นัก เพราะกุนซือหลายคนที่ได้ร่วมงานกับเขาก็มีหลายครั้งที่พูดถึงความพิเศษของ ลินการ์ด ในแบบที่คนอื่นไม่มีเหมือนกัน ซึ่งปีที่ ลินการ์ด เด่นที่สุดคือการเล่นโดยมี มูรินโญ่ เป็นกุนซือ  

วิธีการเล่นของ ลินการ์ด ยุค มูรินโญ่ คือการเล่นหลังกองหน้าและริมเส้นในแบบที่ไม่ได้ยืนชิดเส้นจนเกินไปนัก เขาไมได้เน้นครอสบอล แต่เน้นการสอดทะลุเข้าไปหาพื้นที่ในกรอบเขตโทษ และเป็นตัวชิงจังหวะกับกองหลัง ซึ่งในปีนั้น ลินการ์ด ยิงได้ 13 ลูกทุกรายการ 

"ลินการ์ด เป็นนักเตะที่ดีมาก ซึ่งบางคนไม่สามารถทำได้แบบนี้  ลินการ์ด ก้าวกระโดดจากนักเตะธรรมดามาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม เขากำลังทำในสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางของทีม ปรับตัวได้มากขึ้น เข้าใจในเกมและตำแหน่งที่แตกต่างกัน เขากำลังเดินไปในทิศทางที่ดี" มูรินโญ่ กล่าว 

ขณะที่ในฤดูกาล 2021-22 โซลชา ก็บอกคล้าย ๆ กัน เขาเชื่อว่าความขยันในการวิ่งเข้าพื้นที่สุดท้ายและทำประตูได้ คือเหตุผลที่ โซลชา ไม่คิดจะขาย ลินการ์ด ออกจากทีม แม้เจ้าตัวจะได้รับการติดต่อจาก เวสต์แฮม ที่ทำให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองในครึ่งหลังของฤดูกาล 2020-21 จนกลับมาทำผลงานได้น่าประทับใจอีกครั้ง 

"เขาแสดงให้เห็นถึงคุณภาพ เขากลับไปติดทีมชาติอังกฤษและยิงประตูได้ด้วย เราอยากจะเห็นฟอร์มที่ดีที่สุดของ เจสซี่ ในฤดูกาลนี้ เราหนุนหลังเขา และหวังจะเก็บเขาเอาไว้ที่นี่ เขาเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่หัวจรดเท้า" โซลชา ว่าไว้เช่นนั้น 

การมีข้อดีในจำนวนเท่า ๆ กับข้อเสีย มันคือเหตุผลที่ทำให้ ลินการ์ด เป็นนักเตะที่ไม่สามารถฟันธงได้เลยว่า สรุปแล้วพวกเขาเก่งหรือเขาไร้ประโยชน์กันแน่ เขาเป็นแค่นักเตะระดับกลาง ๆ ที่บังเอิญอยู่ทีมใหญ่จนได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับทีมอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ที่พลาดเมื่อไหร่เป็นประเด็นเมื่อนั่น มันจึงเป็นเหตุผลที่เขาถูกแฟนบอลเพ่งเล็งเป้า และกลายเป็นจุดอ่อนของทีมไปโดยปริยาย

ทว่าสำหรับโค้ชนั้น พวกเขาอาจจะมองในมุมที่ต่างกันออกไป ฟุตบอลเดี๋ยวนี้เล่นกันเกือบ 60 เกมต่อซีซั่น การมีนักเตะอย่าง ลินการ์ด เป็นตัวสแตนบายนั้นไม่เลวนัก นักเตะที่เข้าถูกจังหวะ พาตัวไปอยู่ในสถานการณ์สำคัญ ๆ ได้เสมอ ซึ่งคุณสมบัตินี้จำเป็นมาก ๆ ในเกมที่อึดอัด โดนคู่แข่งวางเกมรับในแดน 11 คน และเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาที ลินการ์ด ถือเป็นตัวโจ๊กเกอร์ ที่มักจะทำได้ดีในเหตุการณ์ลักษณะนี้ ดังเช่นเกมกับ เวสต์แฮม ในช่วงเดือนกันยายน 2021 ที่เขาลงมาไม่กี่นาที จับบอลไม่กี่ครั้ง ก็ซัดเปรี้ยง เป็นประตูชัยให้กับทีมได้ทันที นอกจากนี้่ยังมีเกมกับ บียาร์เรอัล ที่เขาเป็นคนแอสซิสต์ให้กับ โรนัลโด้ ยิงประตูในนาทีที่ 90+5

แม้กับทีมชาติอังกฤษในยุค แกเรธ เซาธ์เกต ก็ไม่ต่างกัน ลินการ์ด คือนักเตะที่เซาธ์เกตชอบใช้งานมาก ๆ และติดทีมมาตลอด จะมีก็แค่ช่วงยูโร 2020 เท่านั้นที่หลุดทีมไป เซาธ์เกต ยอมรับว่าเขาโดนบ่นทุกวันว่าทำไมให้โอกาส ลินการ์ด ซึ่งเขาก็ตอบแบบเดียวกับที่ ฟาน กัล, โซลชา และ มูรินโญ่ บอก คือลินการ์ดเข้าถึงพื้นที่สุดท้ายเก่งในแบบหาตัวจับยาก 

"ผมรู้ว่าผมโดนวิจารณ์ที่ใส่ชื่อของ ลินการ์ด ในขุมกำลังของเรา แต่อย่างว่าแหละนะ เขาเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้ดีกับทีมชาติมาเสมอ เขาเป็นคนที่มีความอันตรายในการทำประตู และมีการเชื่อมเกมที่ยอดเยี่ยมเป็นอย่างมาก" กุนซือรองแชมป์ยุโรปกล่าว 

จะเห็นได้ว่า ลินการ์ด อาจจะไม่ได้เป็นนักเตะที่ ยูไนเต็ด และ อังกฤษ ขาดไม่ได้ แต่เขาคือคนที่ทำประโยชน์ได้หลายทาง ไม่ว่าจะเชิงแท็คติกในเกมที่ต้องการอะไรที่แปลกใหม่ให้คู่แข่งเดาทางยาก นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะถิ่นที่สามารถเข้ากับเพื่อน ๆ ร่วมทีมได้ดี สามารถทำให้บรรยากาศในทีมไม่ตึงเครียดจนเกินไปนัก เช่นเดียวกันกับนักเตะในกฎโฮมโกรนที่ ยูไนเต็ด ยังใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้เสมอ 

 

บทสรุปของมนุษย์เป็ด 

บทสรุปของ ลินการ์ด คือ "มนุษย์เป็ด" ประโยคดังกล่าวมาจากคำภาษาอังฤษที่ว่า Multipotentialite  หรือแปลว่า "คนที่มีความสนใจและมีความสามารถหลายอย่างแต่ไม่ได้ถึงกับเชี่ยวชาญในสิ่งนั้น ๆ" คล้าย ๆ กับเป็ด ที่บินได้แต่ไม่สูงเท่านก ว่ายน้ำได้แต่ไม่เก่งเท่าปลา เป็นต้น 

ลินการ์ด เคยยอมรับว่าเขาทุกข์ใจกับความเป็นมนุษย์เป็ดของตัวเองจนถึงขั้นเกิดปัญหาด้านสภาพจิตใจในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะเขาต้องดูแลน้องชายและน้องสาว อีกทั้งแม่ของเขาก็ยังป่วยหนัก เขาเครียดว่าตัวเองจะหลุดจากกรอบของนักเตะอาชีพที่ได้เงินมากพอที่จะคอยดูแลทุกคนในครอบครัว

เขาพยายามทำอินสตาแกรมให้เป็นช่องทางโฆษณาตัวเองให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์แต่ก็โดนกระแสลบมากกว่าบวก เปิดร้านเสื้อผ้า JLingZ แต่ก็ขาดทุนอยู่ในตอนนี้ เรียกได้ว่าการไปได้ทุกทางแต่ไม่สุดสักทางของเขาส่งผลกับฟอร์มในสนามอย่างชัดเจน เขาโฟกัสกับอะไรนาน ๆ ไม่ได้เลย และจัดเรียงความสำคัญไม่ค่อยจะได้ 

ทั้งหมดคือข้อเสียของมนุษย์เป็ดที่ขาดความรู้ในเชิงลึก ตัดสินใจเร็วจนทำให้ตัวเองต้องเผชิญกับความเสี่ยง ทว่าในทางกลับกันหลังจากที่เขาฟอร์มตกไปนาน ลินการ์ด ก็ยังหาข้อดีของการเป็นมนุษย์เป็ดเจอจนได้ 

ในฤดูกาล 2020-21 ที่ไปเล่นให้กับ เวสต์แฮม แบบยืมตัวคือช่วงเวลาเปลี่ยนชีวิตของเขาเลยก็ว่าได้ ลินการ์ด เปรียบเทียบว่ามันคือเหตุการณ์ "กดรีสตาร์ทชีวิต" ซึ่งมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ลินการ์ด ใช้ข้อดีของการเป็นมนุษย์เป็ดให้เกิดประโยชน์ นั่นคือการเรียนรู้ได้เร็ว สามารถปรับตัวได้ในหลายสถานการณ์ ซึ่งตอนนั้น ลินการ์ด จ้างนักวิเคราะห์ส่วนตัวมาช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นของเขาเลยทีเดียว 

ลินการ์ด ได้ขอความช่วยเหลือจาก ลูอี้ สกอตต์ น้องชายของเขา และ อเล็กซานดรอส อเล็กซิอาดิส โค้ชดีกรี UEFA Pro License ที่เริ่มใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวิเคราะห์เกมและการฝึกซ้อม สิ่งหนึ่งที่ทั้งคู่สัมภาษณ์ว่าเปลี่ยนลินการ์ดได้คือ "สมาธิ" ลินการ์ด ต้องโฟกัสกับเกมให้ได้ตลอด ตื่นตัวตลอดเวลา และที่สำคัญคือ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ได้เก่งมากก็ต้องทดแทนด้วยความขยัน 

"ตอนที่ เวสต์แฮม ชนะ แอสตัน วิลล่า เขาวิ่ง 12 กม. ทำไปสองประตู เล่นเกือบ 90 นาทีและมีส่วนร่วมกับเกมอย่างมาก คนส่วนใหญ่อาจคิดว่าเขาอาจจะลงเล่นในช่วง 30 นาทีสุดท้ายแล้วได้ไมล์สะสมกลับคืนสู่ถัง แต่เขามีความเป็นมืออาชีพมากแม้ในขณะที่เขาไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ในระดับนั้นแล้ว"  

"ลินการ์ด บอกเราเองว่า การย้ายทีมครั้งนี้ไม่ใช่แค่การยืมตัว และพูดกันง่าย ๆ ว่า 'มาวางแผนกัน' เขาใช้เวลาศึกษาตั้งแต่ก่อนจะย้ายมาที่นี่ แก้ไขทุกอย่างและฟื้นฟู 7-8 เดือนที่แทบไม่ได้ลงเล่นเลย เพื่อกลับมาโฟกัสกับสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด" สกอตต์ กล่าว 

การมาเวสต์แฮม คือการอัพเลเวลจากมนุษย์เป็ดกลายเป็นมนุษย์เป็ดขั้นเทพที่ใส่ความพยายามมากกว่าที่เคย ตั้งเป้าหมายกับอาชีพค้าแข้งและวางแผนในระยะยาว เขาบอกว่าสิ่งที่เขาได้มาคือข้อคิด 1 ข้อ นั่นคือ "ทีมจะไม่มีทางปรับเข้าหาเขา เขานี่แหละต้องเป็นคนที่ปรับให้กับเขาทีมเอง" 

ตอนนี้ ลินการ์ด เป็นนักเตะที่มีแอสซิสต์และสกอร์มากขึ้นกว่าเดิมเยอะหากนับตั้งแต่เล่นกับเวสต์แฮม และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ตอนนี้อิริยาบถนอกสนามของเขาก็เปลี่ยนไป ตอนนี้ ลินการ์ด ใช้เวลากับผู้คนรอบข้างมากขึ้น และทำเหมือนที่เขาเคยทำตอนเด็ก นั่นคือการเชื่อมเพื่อนร่วมทีมเข้าไว้ด้วยกัน

ย้ำอีกครั้งว่า ลินการ์ด ไม่ได้เป็นนักเตะที่เก่งกว่าใคร แต่การพร้อมจะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองเข้าหาทีม คือสิ่งที่ทำให้ ลินการ์ด ยังคงเป็นนักเตะที่กุนซือทุกคนในรอบ 6 ปีหลังสุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด เลือกใช้เสมอ ไม่เว้นแม้กระทั่งกุนซือทีมชาติอังกฤษ ที่ยังเชื่อว่าเขาเหมาะสมและเป็นนักเตะที่มีคุณสมบัติเติมเต็มทีมได้เช่นกัน 

การคิดบวกและการพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ แม้จะได้บ้างไม่ได้บ้าง เมื่อเริ่มคิดจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ ลินการ์ด อาจจะมีโอกาสได้เป็นคนสำคัญกับเขาบ้างแล้วก็เป็นได้ 

การได้พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อหาสิ่งที่ตัวเองถนัดและใช้ทุกสิ่งที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ ทัศนคติ และการใช้ชีวิต ของตัวเองถือเป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้ และคุณเองก็สามารถทำเหมือนกับ ลินการ์ด ได้เหมือนกัน ด้วยการ "หาสิ่งที่เหมาะกับตัวตนของคุณมากที่สุด" 

สำหรับแฟนของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะมีอะไรที่คู่ควรไปกว่า บัตรเครดิตกรุงศรี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นบัตรเครดิตบัตรเดียวที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ ไม่ใช่แค่ใช้แทนเงินสดได้เท่านั้น แต่ยังมีสิทธิพิเศษและโปรโมชั่นที่สามารถ "สานฝัน" แฟนบอลปีศาจแดงทุกคนอีกด้วย

เพราะทุกครั้งที่คุณใช้บัตรนี้ในวันที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ลงแข่งขัน จะสามารถสะสมแต้มได้เพิ่มอีก 2 เท่า หากแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะในเกมธรรมดารับแต้มสะสม 4 เท่า และหากชนะในเกมใหญ่ รับเพิ่มไปเลย 8 เท่า

แต้มเหล่านี้ที่คุณได้รับจะสามารถสะสมเพื่อใช้แลกซื้อของที่ระลึกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบ Limited Edition อีกด้วย

นอกจากนี้ยังสามารถสานฝันแฟนผีด้วยการไปชม แมนฯ ยูไนเต็ด ลงสนามที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ด้วยตาของตัวเอง โดยสามารถแบ่งชำระ 0% นานสูงสุดถึง 6 เดือน

หากสนใจจะจับจองเป็นเจ้าของบัตรเดียวครบตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์แฟนบอลปีศาจแดงแบบนี้ คลิกเพื่อสมัครบัตรได้เลยที่ https://kcc.gg/Apply-ManUTD หรือ ติดต่อ 02-646-3555 สายด่วนบัตรกรุงศรีอยุธยา ตลอด 24 ชั่วโมง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.manutd.com/en/news/detail/jesse-lingard-opens-up-about-his-loan-spell-at-west-ham-and-overcoming-adversity-with-man-utd
https://www.espn.com/soccer/manchester-united-engman_utd/story/4437083/jesse-20-how-man-uniteds-jesse-lingard-revitalised-his-career-via-west-ham
https://thebootroom.thefa.com/resources/coaching/jesse-lingard-my-development-journey
https://bleacherreport.com/articles/2755746-how-jesse-lingard-refused-to-let-his-manchester-united-dream-die
https://theathletic.com/1642621/2020/02/29/jesse-lingard-manchester-united/?source=weeklyemail&redirected=1
https://www.afterklass.com/post/detail/6050



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x