FEATURE

ตัวใหญ่เมื่อยืนในสนาม : วิธีเป็นสุดยอดกองหลังตัวเล็กแบบ "‘คันนาวาโร" | Main Stand



ส่วนสูง กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่คนเราใช้ตัดสินความแข็งแกร่งและภาพลักษณ์ของใครสักคนหนึ่งมาช้านาน 


 

กองทัพโรมันอันเกรียงไกรเมื่อในอดีตมีวิธีการคัดเลือกทหารของพวกเขาด้วยการเลือกคนที่มีส่วนสูงเหมาะสม ไม่ตัวเล็กจนเกินไป เพราะการตั้งแนวรับด้วยการยืนชิดแถวแล้วตั้งโล่ขึ้นมาป้องกัน คนตัวเล็กอาจจะเป็นจุดอ่อนของขบวนรบได้ ไม่ว่าคนตัวเล็กจะใช้ดาบหรือโล่เก่งขนาดไหน พวกเขาจะโดนตัดสิทธิ์ทันที ... เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เกิดมานานแล้วและยังคงมีอยู่จนทุกวันนี้ 

เช่นเดียวกับกันนักเตะอาชีพ นานเท่าไหร่ไม่รู้แต่ความรู้สึกแรกเมื่อเรานึกถึงนักเตะตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก เรามักจะนึกภาพก่อนเลยว่าต้อง "สูง ใหญ่ และ แข็งแกร่ง" มาเป็นอันดับแรก ซึ่งเซ็นเตอร์ร่างยักษ์หลายคนก็ประสบความสำเร็จกับตำแหน่งของพวกเขาได้จริง ๆ 

ทว่าทุุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้น บางครั้งคนตัวเล็กก็สามารถทำหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งได้ดีเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด 

นี่คือเรื่องราวของ ฟาบิโอ คันนาวาโร ปราการหลังตัวกลางที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในโลกลูกหนัง กับความสูงแค่ 175 เซนติเมตร วิธีการแบบใดกันแน่ที่ทำให้เขาปีนไปจนถึงตำแหน่งยอดกองหลังเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ได้ ? ติดตามได้ที่ Main Stand 

 

ระห่ำจากสายเลือด 

"เนเปิลส์" คือชื่อเมืองทางตอนใต้ของอิตาลี ผู้ชายในเมืองนี้ขึ้นชื่อเรื่องหัวใจใหญ่กว่าตับมาตั้งแต่อดีต ในยุคสมัยหนึ่งราว ๆ ศตวรรษที่ 19 ในแคว้นคัมปาเนียที่มี นาโปลี เป็นเมืองหลักนั้น ถือเป็นแคว้นที่ยากจน และความยากจนนั้นบีบบังคับให้พวกเขาต้องทำสิ่งผิดกฎหมายเพื่อหาเงินมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เมืองนี้จึงมีชื่อเสียงในแง่ของการเป็นแหล่งซ่องสุมของกลุ่มอาชญากร 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่พวกมีโอกาสได้ลืมตาอ้าปาก เมื่อสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งประเทศขึ้นมาใหม่ในปี 1776 และกลายเป็นดินแดนแห่งโอกาส และเหล่าชายชาวอิตาลีส่วนใหญ่ที่มาจากแคว้น คัมปาเนีย และ ซิซิเลีย จึงหนีการจับกุมรวมถึงทิ้งทุกอย่างเพื่อไปแสวงหาโอกาสใหม่ให้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งภายหลังคนกลุ่มนี้ก็ก่อตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นมาเฟียอิตาลีแห่งมหานคร นิวยอร์ก เหมือนที่เราเห็นในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่อง 

ฟาบิโอ คันนาวาโร เกิดที่เมืองนี้ เมืองที่เป็นหัวเมืองหลักทางภาคใต้ และเป็นชาวเนเปิลส์แท้ตามตำรา ดวงตาสีฟ้า มีผมสีเข้ม และแน่นอนว่าหัวใจนักสู้ไม่ยอมใครเป็นสิ่งที่ติดตัวเขามาโดยธรรมชาติ ต่อให้ไม่ต้องไปเป็นมาเฟียไล่ทำร้ายใคร เขาก็ยังสามารถแสดง DNA ชาวเนเปิลส์ออกมาได้ผ่านความระห่ำและแข็งแกร่งในอาชีพนักฟุตบอลของเขา 

"ผมคือเนียโปลิตัน (ชาวนาโปลี) และ เนเปิลส์ เรื่องราวทั้งหมดของผมเกิดขึ้นที่นี่" นี่คือสิ่งที่ ฟาบิโอ คันนาวาโร เริ่มอธิบายถึงตัวตนของตัวเขาเอง 

คันนาวาโร เริ่มเส้นทางลูกผู้ชายแห่งเนเปิลส์บนสนามฟุตบอลด้วยการเป็นเด็กฝึกหัดของทีมนาโปลี สโมสรใหญ่ประจำเมือง เขาเริ่มต้นตั้งแต่การเป็นเด็กเก็บบอล ได้เห็นช่วงเวลาที่สโมสรประสบความสำเร็จสูงสุดในยุคที่มี ดิเอโก้ มาราโดน่า เป็นจอมทัพ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นชั้นดีสำหรับคนตัวเล็กอย่างเขา (มาราโดน่า สูง 169 เซนติเมตร) ทำให้เขาเชื่อว่าส่วนสูงสามารถแก้ไขด้วยด้วยการเอาจุดแข็งด้านอื่น ๆ มาทดแทน เพียงแต่ตอนที่ คันนาวาโร ยังเด็กเขายังหาตัวเองไม่เจอว่า จุดแข็งของเขาคืออะไรกันแน่

อย่างที่เรากล่าวไว้ในข้างต้น เซ็นเตอร์แบ็ก คือตำแหน่งของคนตัวใหญ่โดยธรรมชาติ ยิ่งในช่วงวัยเด็กที่ตัดสินกันเรื่องเทคนิคและการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้านั้นทำได้ยากมาก มันจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่เด็กตัวเล็กอย่าง คันนาวาโร จะถูกเลือกในตำแหน่งนั้น 

เขาถูกจัดให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับก่อนในตอนแรก สาเหตุมาจากหน่วยก้านที่ตัวเล็กคล่องแคล่ว เข้าปะทะบอลแม่น ถือเป็นพิมพ์นิยมของกลางรับทุกยุคทุกสมัย ซึ่ง คันนาวาโร ก็ได้เรียนรู้จาก มาร์โก ทาร์เดลลี่ อดีตกองกลางทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 1982 ไอดอลของเขา 

และจุดเปลี่ยนก็มาถึง ตอนที่ คันนาวาโร เล่นในรุ่นยู-18 มีโค้ชทีมเยาวชนของนาโปลีที่คอยจดสถิติและสอดส่องการฝึกซ้อมของเขาพบว่า กลางรับไม่ได้เหมาะกับ คันนาวาโร ที่สุด จริง ๆ แล้วต้องเป็นเซ็นเตอร์แบ็กต่างหาก คันนาวาโร เองก็อธิบายไม่ได้ เพราะเขาก็เข้าใจเหมือนกันว่ากับคนรูปร่างอย่างเขาการไปเป็นกองหลังคงไม่เหมาะนัก แต่บางครั้งคุณก็ต้องลองเชื่อใจคนที่บอกว่าเขาเห็นบางอย่างในตัวคุณดูบ้าง ... เขายอมถอยลงมาเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก และเมื่อเล่นในตำแหน่งนี้ได้ไม่ถึง 1 ปี คันนาวาโร ก็ต้องขอบคุณการตัดสินใจเปลี่ยนตำแหน่งครั้งนี้ เพราะว่ามันทำให้เขาได้ค้นพบตัวเอง

"โค้ชคนนั้นบอกว่า ฟาบิโอ ฉันว่านายไปเป็นกองหลังดีกว่า ... นั่นคือคำพูดของเขา ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีเหตุผล ทั้ง ๆ ที่ผมตัวเตี้ยกว่าใคร ๆ ในสนาม มันไม่น่าจะเหมาะกับผมเลย แต่ที่สุดแล้วนั่นคือโชคดีของผม ผมได้เล่นและผมชอบเล่นแนวรับมาก ผมคิดว่าผมทำหน้าที่ได้ดีพอตัวเลยล่ะ" คันนาวาโร เริ่มกล่าว 

คันนาวาโร ถูกเรียกขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่ ซึ่งตอนนั้นเขาได้พี่เลี้ยงเป็น ชิโร่ แฟร์ราร่า กองหลังที่ลงสนามใน เซเรีย อา มากกว่า 500 เกม กับสโมสรอย่าง ยูเวนตุส และ นาโปลี 

"แฟร์ราร่า ก็เหมือนกับกองหลัง อิตาลี ขนานแท้ เขาพูดตรง ๆ กระชับ ๆ กับผมเมื่ออยู่ในสนาม บอกผมว่าต้องยืนตรงไหน ต้องทำอะไร และเมื่อต้องประกบใครสักคนผมต้องทำยังไงจึงจะเอาชนะคนคนนั้นได้" คันนาวาโร ว่าต่อ 

"ผมยังจำได้ดีเลย ตอนที่ผมขึ้นมาทีมชุดใหญ่ช่วงแรก ๆ ผมเผลอพูดว่า 'ว้าว ในที่สุดผมก็ได้ลงซ้อมกับ มาราโดน่า' ซึ่งจากนั้น แฟร์ราร่า ก็มาบอกผมว่า 'อย่าไปคิดแบบนั้น แกไม่ได้แค่มาซ้อมกับ มาราโดน่า แต่แกต้องเล่นงานเขาให้ได้ เอาบอลออกจากเท้าของเขาแบบที่ไม่เคยมีใครทำได้ แกทำให้ฉันดูหน่อย'"

"ในการซ้อมวันนั้นผมได้ลงซ้อมทีม มาราโดน่า เลี้ยงบอลเข้ามาหาผมใกล้ขึ้นทีละนิด ๆ ผมดูเท้าของเขาแล้วอ่านจังหวะการแตะบอลของเขาในแต่ละครั้ง ผมจับจังหวะได้และผมพุ่งเข้าแท็คเกิลเพื่อเอาบอลมา ... ผมบอกตัวเองว่า นี่ฉันกำลังปะทะใส่พระเจ้าของชาวเนเปิลส์อยู่นะเนี่ย" 

"ทุกสายตาของเพื่อนร่วมทีมหยุดนิ่งและจ้องมาที่ผม โค้ชของเราก็ด้วย มันคือวินาทีที่ผมไม่เคยลืม เสียงของ แฟร์ราร่า ลอยแวบเข้ามาในหัวสมอง 'เวลาเจอกับมาราโดน่าอย่าคิดแค่จะเข้าปะทะ แต่ต้องหาวิธีเอาบอลออกจากเท้าของเขาให้ได้'" 

"ขณะที่ทุกคนหยุดพร้อมกันทั้งสนาม มาราโดน่า เป็นคนเดียวที่ยิ้มออก หลังจบการซ้อมเขายกรองเท้าในการซ้อมวันนั้นให้ผม รองเท้าของเทพเจ้าอยู่ในมือของผมแล้ว"

ความมั่นใจ ความกล้า และชอบเผชิญหน้ากับความท้าทายแบบลูกผู้ชายเมืองเนเปิลส์ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ แน่นอนว่าการแย่งบอลจากเท้า มาราโดน่า ไม่ได้แปลว่า คันนาวาโร จะเก่งที่สุดในโลก ณ เวลานั้น ... สิ่งสำคัญคือเขาจะไปต่ออย่างไร ไต่จากเด็กน้อยของ แฟร์ราร่า สู่กองหลังเบอร์ 1 ของโลกด้วยความสูงแค่ 175 เซนติเมตร ด้วยวิธีไหน ? นี่คือฉากต่อไปของเรื่องนี้ 

 

ตัวเล็กกว่าต้องเอาชนะด้วยความมั่นใจ 

คันนาวาโร เล่นให้ นาโปลี ได้ไม่นานก็ย้ายไปอยู่กับ ปาร์ม่า แล้วเริ่มสร้างชื่อเสียงจากจุดนั้น ก่อนจะไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน, ยูเวนตุส และ เรอัล มาดริด 

ยิ่งนานวันก็ยิ่งเรียนรู้ถึงวิธีการเล่นกองหลังในแบบของตัวเอง และเข้าใจว่าการที่เป็นคนตัวเล็กก็สามารถเป็นกองหลังที่ดีได้ เพียงแต่ต้องเล่นในแบบที่แตกต่างออกไปจากกองหลังที่รูปร่างใหญ่พิมพ์นิยม เมื่อตัวเล็กก็ต้องมีสิ่งอื่นมาทดแทน สำหรับ คันนาวาโร สิ่งนั้นคือการเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายและการสร้างความมั่นใจในตัวเอง

"กองหลังที่ดีไม่จำเป็นต้องตัวใหญ่เสมอใหม่ เช่นเดียวกันกองหลังที่ตัวเล็กก็ไม่ได้แปลว่าพวกเขาอ่อนแอกว่า ผมเองก็มีปรัชญาในแบบของผม ผมพยายามดูแลร่างกายของตัวเองให้แข็งแรงเสมอ" คันนาวาโร เริ่มกล่าว

หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวของการเป็นสิงห์อมควันของเหล่านักเตะอิตาเลียน ผู้เล่นอย่าง จานลุยจิ บุฟฟ่อน, เคลาดิโอ มาร์คิซิโอ หรือแม้แต่นักเตะรุ่นเก่า ๆ ที่ผันตัวเป็นกุนซืออย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ ต่างก็เป็นคนที่ติดบุหรี่เหมือน ๆ กัน แต่สำหรับ คันนาวาโร เขายอมให้ตัวเองทำลายร่างกายที่ใช้หากินไม่ได้ เพราะเขาขาดแต้มต่อในเรื่องนี้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือเขาต้องทำตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นในทุก ๆ วัน 

"ผมไม่รู้จะบอกว่าอย่างไร แต่เคล็ดลับของผมมันไม่น่าจะมีอะไรมากไปกว่าเรื่องนอกสนาม มันยากและสำคัญมาก ๆ เลย ผมไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ผมกินอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ กินให้อิ่ม นอนหลับให้เพียงพอ ทุกอย่างที่ทำซ้ำ ๆ นี้ไม่ใช่แค่ช่วยให้ร่างกายดีเท่านั้น อารมณ์คุณก็จะยอดเยี่ยม และเซ็กส์ของคุณก็จะดีขึ้นด้วย" คันนาวาโร กล่าวกับ The Guardian 

อย่างที่เขาได้อธิบายไป เมื่อสุขภาพร่างกายแข็งแกร่งเพื่อให้กระโดดได้สูงขึ้น เข้าปะทะกับคนตัวใหญ่ได้ดีขึ้น และรวดเร็วว่องไวมากขึ้น สิ่งที่ คันนาวาโร แอบตบท้ายคือเรื่องของอารมณ์และสภาพจิตใจ สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับทุก ๆ สาขาอาชีพ การที่เป็นคนที่มีฝีมืออยู่แล้ว แถมยังมีความมั่นใจในตัวเอง มีสมาธิกับงานที่ทำเป็นคุณสมบัติเพิ่มเติม โอกาสที่งานของคุณจะออกมาได้ผลลัพธ์ดี ๆ ก็มีมากขึ้น 

ในสถานการณ์การดวล 1-1 ถือเป็นจังหวะที่สำคัญมาก มันเหมือนเป็นเกมลองใจกัน ใครจะขยับก่อนระหว่างคนเลี้ยงบอลกับคนที่จะแย่งบอล การพลาดเพียงเสี้ยววินาทีในฟุตบอลระดับสูงถือเป็นความผิดมหันต์ คุณจะโดนเลี้ยงหนีเป็นทุ่งในระยะเวลาอันสั้น และจากนั้นไม่กี่วินาทีมันก็มีโอกาสที่จะจบลงด้วยการเสียประตูของทีมโดยง่าย เมื่อกองหลังอย่างคุณเสียพื้นที่ไป

คันนาวาโร อธิบายจุดเด่นของเขาที่เราหลายคนรู้จักกันในนามของคำว่า "ทางบอล" ว่าทุกการตัดสินใจมีความหมายและไม่ใช่จะเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน เขามีพี่เลี้ยงที่ดี มีคู่ซ้อมที่แข็งแกร่ง และผ่านประสบการณ์การดวลกับกองหน้าระดับโลกมามากมาย นานวันเข้ามันก็กลายเป็นความมั่นใจไปโดยปริยาย "จังหวะนี้ต้องเข้าบอลแบบนี้" ความรู้สึกดังกล่าวเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ 

"การจะเป็นกองหลังที่ยอดเยี่ยมคุณก็ต้องมีคู่ซ้อมที่ดี ได้เล่นกับเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม และมีประสบการณ์ที่มากพอในการดวลกับคู่แข่งเก่ง ๆ"

"ในฐานะกองหลังคุณจะมีรูปร่างยังไงก็ได้ คุณจะตัวเล็กและรวดเร็ว หรือตัวใหญ่และกระโดดสูง แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน แต่สิ่งที่ทุกคนควรมีในการเป็นกองหลังที่ดีคือคุณต้องมั่นใจเมื่อได้ลงสนาม เพราะทุก ๆ สัปดาห์เนื้องานของคุณจะเปลี่ยนไป ความท้าทายใหม่ ๆ จะแวะเวียนเข้ามาให้คุณได้ประสบพบเจอตลอด" 

"สำหรับผมมันเริ่มตั้งแต่วันที่ผมแย่งบอลจากเท้า มาราโดน่า ได้นี่แหละ ความมั่นใจนั้นดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ ทุก ๆ วัน แม้กระทั่งทุกวันนี้ที่ผมเป็นผู้จัดการทีม ผมก็ยังทำเหมือนตอนที่ผมยังเป็นนักเตะเสมอ" 

คันนาวาโร ดูแลร่างกายตัวเองมาจนถึงปัจจุบัน หุ่นเขายังดีฟิตเปรี๊ยะ ไม่อ้วนเผละ แม้ในวัย 40 กว่า ๆ มันก็พอจะบอกถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และกิจวัตรในแต่ละวันของเขาได้เป็นอย่างดี 

 

รู้เรา … อย่าลืมรู้เขาด้วย

การดูแลตัวเองให้ดี ขยันฝึกซ้อม อาจยังไม่พอในเวทีระดับสูง สิ่งสำคัญสำหรับกองหลังไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือตัวเล็กนั่นคือการศึกษาคู่แข่งของคุณในแต่ละเกมด้วย นี่คือสิ่งที่ คันนาวาโร ทำมาเสมอ 

ตลอดชีวิตค้าแข้งเขาต้องดวลกับนักเตะอย่าง โรนัลโด้, ซีเนดีน ซีดาน, ฟรานเชสโก้ ต็อตติ และกองหน้าระดับโลกอีกมากมาย บางคนต้องดวลกันมากกว่า 1 ครั้งใน 1 ปี ซึ่งในแต่ละครั้ง คันนาวาโร ก็จดจำสไตล์ของนักเตะเหล่านั้นแล้วหาทางรับมือที่เหมาะสม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด

"การเตรียมตัวคือเรื่องสำคัญ มันช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้นเมื่อลงสนาม" คันนาวาโร กล่าว

"อย่าง โรนัลโด้ (บราซิล) เขาคือนักเตะที่ทำให้ผมกลัวตั้งแต่ตอนเดินลงสนามมากกว่าใครก็ตามที่ผมเคยดวลด้วย นักเตะอย่าง โรนัลโด้ เป็นนักเตะที่คุณไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องการมาร์กตัวแบบ 1-1 เลย คุณแค่ต้องพยายามทำให้เขามีพื้นที่เล่นน้อยที่สุด" 

"มีสมาธิให้มาก ๆ เข้า เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเล่นเกมจิตวิทยากับเขา คุณเข้าไปอยู่ในหัวเข้าไม่ได้หรอก เพราะเขาเข้าไปอยู่หัวคุณตั้งแต่ก่อนนกหวีดของกรรมการจะดังแล้ว" 

"กับ ซีดาน ก่อนจะเจอเขาแต่ละนัดผมจะซ้อมพิเศษและจริงจังกับการซ้อมมากกว่าปกติ ผมต้องพยายามเข้าถึงตัวเขาให้ได้มากที่สุด" 

"ท่าทางที่สง่างามและเยือกเย็นไม่ใช่เรื่องหลอกตา ซีดาน เป็นแบบนั้นเสมอ จนกว่าที่เขาจะสูญเสียความเยือกเย็นนั้น ซึ่งนักเตะอย่างซีดานก็ถึงจุดเดือดเป็นเหมือนกัน (ในนัดชิงฟุตบอลโลก 2006)"

"การจะหยุดนักเตะอย่าง ซีดาน ต้องทำเป็นทีม เพราะบอลออกจากเท้าของเขาไปได้ทุกทิศทางในสนาม ดังนั้นผมรู้ว่าผมจะต้องสั่งแนวรับทั้งทีมให้มีสมาธิ การจัดการ ซีดาน คือประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ของผมเลย นั่นคือการเป็นผู้นำในเกมรับที่รับผิดชอบวิธีการเล่นเกมรับของทั้งทีม"  


ทั้งหมดที่กล่าวมาคือวิธีการเป็นคนเล็กแต่ตัวใหญ่เมื่อเผชิญหน้ากับฝั่งตรงข้าม คันนาวาโร ได้เผยวิธีการเป็นกองหลังร่างเล็กของเขาออกมาทั้งหมดแล้ว คุณจะต้องเร็วกว่า แข็งแรงกว่า มั่นใจกว่า และศึกษามากกว่า ... แม้จะเสียเปรียบด้านรูปร่างแต่คุุณจะได้ส่วนอื่นเข้ามาแทน ซึ่งเมื่อประกอบกับประสบการณ์ โอกาสในการเล่นเกมระดับสูง ทุกอย่างจึงกลั่นออกมาเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเขาที่ใครก็ไม่สามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ 

 

แหล่งอ้างอิง

https://sport360.com/article/football/1499/fabio-cannavaro-interview-fans-no-show-real-problem-uae
https://www.theguardian.com/football/2006/jul/02/worldcup2006.sport20
https://www.italiani.it/en/fabio-cannavaro-story-of-a-golden-defender/
https://www.sportskeeda.com/football/top-3-successful-short-centre-backs-in-modern-football-history-sstl
https://www.skysports.com/football/news/11096/10785902/fabio-cannavaro-tells-his-story-from-ball-boy-to-ballon-dor-winner



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x