FEATURE

สงสัยกันบ้างไหม : เหตุใดนักฟุตบอลถึงทำสตั๊ด "ดำล้วน-ปิดแบรนด์" ? | Main Stand



ยิ่งวงการฟุตบอลเข้าสู่ยุคแห่งความทันสมัยมากขึ้นเท่าไหร่ สิ่งหนึ่งที่เรามักจะได้เห็นอยู่เสมอคือ แฟชั่นของรองเท้าสตั๊ด ที่มากมายทั้งยี่ห้อ, ดีไซน์ และสีสัน ชนิดที่สามารถพูดได้ว่า มีรุ่นใหม่ออกทุกปี มีสีใหม่ออกทุกไตรมาส


 

ถึงกระนั้น เรา ๆ ก็มักจะได้เห็นภาพที่ดูไม่คุ้นชินอยู่เป็นระยะ เมื่อนักเตะดาวดังทั้งหลายหยิบสตั๊ดสี "ดำล้วน" มาใส่ทั้งในสนามซ้อมและสนามแข่ง ... ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์, เปาโล ดีบาล่า หรือ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ พวกเขาเหล่านี้เคยทำมาแล้วทั้งสิ้น

และนั่นนำมาซึ่งคำถามว่า เหตุใดพวกเขาถึงจำเป็นต้องใส่สตั๊ดสีดำล้วน หรือที่ภาษาอังกฤษนิยามศัพท์ไว้ว่า "Blackout" กัน ?

 

เปิดกว้างสู่การเปลี่ยนแปลง

เหตุผลแรกของการที่นักเตะต้องใส่รองเท้าสตั๊ดสีดำล้วนนั้น หากจะจำกัดความให้กระชับคงหนีไม่พ้นคำว่า "ผลประโยชน์"

Photo : talksport.com

เพราะว่าไปแล้ว สัญญาของผู้สนับสนุนที่ทำไว้กับนักกีฬา ก็ไม่ต่างอะไรกับสัญญาอาชีพที่ทำกับต้นสังกัด นั่นคือเมื่อใกล้วันสิ้นสุดสัญญา พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะเจรจากับค่ายอื่นได้ ยิ่งเป็นอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการทำมาหากินอย่าง รองเท้า แล้ว มันก็ไม่แปลกที่เหล่าพ่อค้าแข้งจะต้องมีการทดลองใช้ก่อนว่าเข้ากับตัวเองหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่า แม้อาจจะทดลองแล้วเกิดถูกใจจนอยากเปลี่ยนมาใช้เลย แต่การปฏิบัติตามสัญญาที่ได้เซ็นไว้คือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะหากไม่ทำตาม แน่นอนว่าย่อมต้องเกิดผลสืบเนื่องอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าปรับมหาศาลจากการละเมิดสัญญา เหมือนอย่างที่ เมซุต โอซิล เคยถูก ไนกี้ ฟ้องร้องเรื่องการเปลี่ยนมาใส่รองเท้า อาดิดาส ในช่วงต้นฤดูกาล 2012-13 ทั้ง ๆ ที่การเจรจายังไม่ได้ข้อสรุป

Photo : www.unisportstore.com

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ทำให้นักเตะที่กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาสัญญารองเท้าฉบับใหม่ จึงต้องทำสีรองเท้าให้เป็นสีดำล้วน ส่วนหนึ่งก็เพื่อเป็นการเลี่ยงบาลีเพื่อไม่ให้ละเมิดสัญญา อีกส่วนหนึ่งนั้น คือการส่งสัญญาณกลาย ๆ ว่า ขณะนี้มีบริษัทคู่แข่งยื่นสัญญามาแล้ว หากอยากจะให้ตนใส่ต่อ ขอให้รีบยื่นสัญญาฉบับใหม่มา

ส่วนเรื่องที่ว่าจะเป็นรองเท้าจากสปอนเซอร์เจ้าเดิม หรือเจ้าใหม่ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา รวมถึงเป็นรองเท้าสีดำล้วนที่แบรนด์กีฬาต่าง ๆ ผลิตออกมาจากโรงงาน หรือทำสีรองเท้าสีอื่น ๆ จากที่ได้มาให้เป็นสีดำล้วน ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและสถานการณ์เฉพาะหน้าของแต่ละคน

 

ลองของใหม่

แม้เรื่องการย้ายค่ายจะเป็นสาเหตุสำคัญของการที่ต้องทำ หรือหาสตั๊ดสีดำล้วนมาใส่ แต่สำหรับนักเตะบางคนที่เปรียบเสมือนเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์แล้ว เราก็ยังเห็นภาพพวกเขาใส่สตั๊ดสีเรียบ ๆ ไม่มีลวดลายให้เห็นอยู่เรื่อย ๆ

ซึ่งหากจะพูดแบบง่าย ๆ ก็คือ มันเป็น "คำขอจากบริษัทผู้สนับสนุน" นั่นเอง


Photo : RM (15)

อย่างที่ได้กล่าวไปในตอนแรกว่า รองเท้าสตั๊ดนั้นมีรุ่นใหม่ออกมาทุกปี และในทุกการพัฒนา ย่อมต้องมีการทดสอบเพื่อหาจุดบกพร่อง รวมถึงขอความเห็นจากผู้ใช้งานจริงเพื่อให้ผลงานสุดท้ายออกมาดีที่สุด ซึ่งคงไม่มีใครที่จะให้คำตอบได้ดีไปกว่า นักฟุตบอลอาชีพ ที่ต้องใช้มันทำมาหาเงินในทุก ๆ วันอยู่แล้ว

ด้วยเหตุดังกล่าว เราจึงได้เห็นนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล่าสตาร์ผู้เป็นหน้าเป็นตาให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ทดลองสวมสตั๊ดรุ่นใหม่ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่ด้วยเหตุที่ว่าเมื่อรองเท้าสตั๊ดมีโฉมใหม่ หลายสิ่งก็ได้รับการพัฒนา ซึ่งบางครั้งการแต่งเติมสีสันให้รองเท้า ได้กลายเป็นการบอกถึงจุดเด่นหรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป


Photo : www.footyheadlines.com

แน่นอน แต่ละแบรนด์ผู้ผลิตก็ต้องการให้การพัฒนาเป็นความลับที่สุด และนั่นทำให้พวกเขาต้องทำรองเท้าสตั๊ดเป็นสีดำล้วน เพื่ออำพรางสิ่งใหม่ต่าง ๆ บนตัวรองเท้าให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

 

สร้างนิสัยแข้งดาวรุ่ง

ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีเหตุผลของการที่นักเตะต้องใส่รองเท้าสีดำล้วนอีก ทว่าเรื่องนี้ดูจะเกิดขึ้นกับนักเตะดาวรุ่งเสียเป็นส่วนมาก


Photo : Manchester United

ทั้งนี้ก็เนื่องจาก บางสโมสรนั้นได้ออกกฎข้อบังคับที่ชัดเจนว่า นักเตะดาวรุ่งที่อยู่ในอะคาเดมีของสโมสร สามารถใส่ได้แค่รองเท้าสีดำเท่านั้น ห้ามใส่รองเท้าที่มีสีสันฉูดฉาดโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้พวกเขาโฟกัสกับการฝึกซ้อม ลงสนาม พัฒนาฝีเท้าเป็นหลัก อย่าเพิ่งใส่ใจกับเรื่องแฟชั่นหรือสิ่งต่าง ๆ จากนอกสนามที่จะทำให้พวกเขาเสียสมาธิ

หนึ่งในสโมสรที่มีกฎเรื่องนี้อย่างชัดเจนคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในสมัยที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีม ซึ่ง จอห์น โอเช อดีตนักเตะปีศาจแดงเคยกล่าวไว้ว่า "เรื่องกฎสีสตั๊ดนั้นมีอยู่จริงในทีมเยาวชน พวกเขาต้องใส่สตั๊ดสีดำเท่านั้น เมื่อคุณขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่หรือทีมสำรอง ก็จะได้รับอิสระในเรื่องนี้ แต่ถ้าคุณใส่สตั๊ดสีแสบตาแล้วทำผลงานไม่ดีขึ้นมาล่ะก็ เขาจะปฏิบัติกับคุณแตกต่างจากคนอื่น ๆ จนแทบทนไม่ไหวเลยล่ะ"

ทว่าการอำลาตำแหน่งของเซอร์ อเล็กซ์ บวกกับแฟชั่นฟุตบอลยุคใหม่ที่เราเริ่มเห็นสตั๊ดสีดำบนท้องตลาดน้อยลงเรื่อย ๆ ก็ส่งผลให้กฎอันเข้มงวดในอดีตค่อย ๆ ผ่อนคลายลงแล้วในปัจจุบัน โดยนักเตะรุ่นเยาวชนของทีมปีศาจแดงในขณะนี้ จะต้องใส่สตั๊ดที่สปอนเซอร์ของสโมสรส่งมาให้ รุ่นเดียวกัน สีเดียวกันทุกคน กระทั่งขึ้นชุด U18 ก็จะได้รับอนุญาตให้เซ็นสัญญากับบริษัทรองเท้าอย่างอิสระ


Photo : Premier League

อย่างไรก็ตาม แม้แฟชั่นของวงการฟุตบอลจะเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคแห่งสีสันและเทคโนโลยี จนเราแทบไม่เห็นรองเท้าสีดำเท่าไหร่นักแล้วในตอนนี้ แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่สุดแล้ว สตั๊ดสีดำก็ยังเป็นสิ่งที่แฟนลูกหนังต่างจดจำได้ขึ้นใจไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงไหน

เพราะความคลาสสิก คือเสน่ห์ที่รองเท้าสีดำมอบให้ จนกลายเป็นมนต์ขลังเหนือกาลเวลานั่นเอง

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-4409752/Why-does-Paulo-Dybala-wear-black-boots.html
https://www.footy-boots.com/big-names-unbranded-boots-40281/
https://www.footyheadlines.com/2019/08/new-man-utd-player-harry-maguire-to-join-adidas.html
https://www.unisportstore.com/articles/9765-nike-sue-mesut-ozil-because-of-his-switch-to-adidas/
https://www.theguardian.com/football/2010/feb/22/manchester-united-premierleague
https://www.youtube.com/watch?v=Qk24_ay3sXM



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x