FEATURE

ช้าง อารีนา : สนามฟุตบอลมาตรฐานสากล ที่เปลี่ยนจังหวัดบุรีรัมย์สู่ยุคใหม่ | Main Stand



หากพูดถึงสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐาน สวยงาม ทันสมัย และมีเรื่องราวมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ชื่อของ "ช้าง อารีนา" คือสนามที่จำเป็นจะต้องถูกพูดถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

รังเหย้าของสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีบทบาทสำคัญคู่กับวงการฟุตบอลไทย นับตั้งแต่ถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ เป็นสนามที่ถูกใช้เป็นสถานที่ชูถ้วยแชมป์ฟุตบอลไทยลีกอยู่หลายครั้ง จัดเกมการแข่งขันที่มีผู้ชมมากระดับหมื่นคน รวมถึงเคยใช้เป็นสนามเหย้าของทีมชาติไทย และจัดการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติมาแล้ว

ช้าง อารีนา เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนของฟุตบอลยุคใหม่ และถึงจะมีอายุไม่มาก แต่ก็มีเรื่องราวมากมายให้ได้จดจำ และสะท้อนออกมาผ่านสนามแห่งนี้

Main Stand จะพาไปรู้จักกับ ช้าง อารีนา เมกะแห่งฟุตบอลยุคใหม่ของประเทศไทย สนามฟุตบอลเพียงสนามเดียวที่คุณจะรู้สึกได้ว่า ยอดเยี่ยมไม่ต่างจากสนามฟุตบอลในทวีปยุโรปแม้แต่น้อย

 

กำเนิด "ช้าง อารีนา"

ย้อนไปในฤดูกาล 2010 ของฟุตบอลไทยลีก เกิดเรื่องราวที่เขย่าวงการ นั่นคือการเทคโอเวอร์สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดย เนวิน ชิดชอบ และเปลี่ยนชื่อทีมเป็น บุรีรัมย์ พีอีเอ และย้ายมาแข่งขันที่จังหวัดบุรีรัมย์ (ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน) 

สนามเหย้าแห่งแรกของบุรีรัมย์ คือ "เขากระโดง สเตเดียม" ที่เคยเป็นสนามขององค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์มาก่อน ซึ่งมีความจุผู้ชมมากถึง 15,000 คน

ถึงจะจุผู้ชมได้ในระดับหลักหมื่น แต่ความนิยมของกีฬาฟุตบอลในจังหวัดบุรีรัมย์ที่กลายเป็นกระแสฟีเวอร์ขึ้นมา ยังคงทำให้บุรีรัมย์ต้องการสนามแห่งใหม่ ที่จะเข้ามาตอบโจทย์ความทะเยอทะยานของทีม

เพราะเป้าหมายของทีมบุรีรัมย์ ไม่ใช่แค่การคว้าแชมป์ไทยลีก แต่ต้องการให้สโมสรแห่งนี้เป็นทีมฟุตบอลแถวหน้าของทวีปเอเชีย เป็นหน้าตาของวงการฟุตบอลไทย และสิ่งที่จะสะท้อนความยิ่งใหญ่ของสโมสรออกมาได้เป็นอย่างดีนั้น ก็คือสนามแข่งขัน

ด้วยเหตุนี้ทีมจึงทุ่มงบประมาณ 500 ล้านบาท เพื่อเนรมิตรสนามฟุตบอลแห่งใหม่ ที่ได้มาตรฐานสากล ยกระดับทีมให้มีฐานะเทียบเท่ากับสโมสรระดับเอเชีย

11 มิถุนายน 2011 คือวันที่สนามนี้ถูกเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันดีในชื่อของ "ช้าง อารีนา" อันเป็นสนามฟุตบอลแห่งแรกของประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่ง และผ่านมาตรฐานในทุกระดับ ทั้งฟีฟ่า, เอเอฟซี, เอเอฟเอฟ 

เรียกได้ว่าสนามนี้ ผ่านมาตรฐานทั้งระดับภูมิภาค, ทวีป และระดับโลก รวมถึงยังผ่านมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากฟีฟ่า ดังนั้นสนามช้าง อารีนา แห่งนี้ ถือเป็นสนามระดับท็อป เทียบเท่ากับสนามฟุตบอลชื่อดังระดับโลกมากมาย

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจเกี่ยวกับสนามแห่งนี้ คือการใช้เวลาสร้างเพียง 256 วันเท่านั้น ซึ่งกลายเป็นการสร้างสถิติใหม่ระดับลงกินเนสบุ๊คว่า เป็นสนามฟุตบอลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากฟีฟ่า ที่ใช้เวลาสร้างน้อยที่สุดในโลก

ช้าง อารีนา ถูกสร้างขึ้นด้วยความจุ 24,000 ที่นั่ง ซึ่งแม้จะเป็นสนามของสโมสรไทยลีกที่มีความจุมากที่สุด ณ เวลานั้น ก็ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับความต้องการของแฟนบอล ทำให้ในปี 2014 ต้องมีการเพิ่มที่นั่ง ให้รองรับผู้ชมได้ 32,000 คน มาจนถึงปัจจุบัน

ชื่อของสนาม ช้าง อารีนา ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ ในปี 2561 หลังการเข้ามาทุ่มทุนสนับสนุนของ “ช้าง” ที่หวังยกระดับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้เดินหน้าสู่ความสำเร็จในอนาคต

 

สนามฟุตบอลระดับสากล

หากพูดถึงสนาม ช้าง อารีนา สิ่งที่ตามมาย่อมหนีไม่พ้นบรรยากาศของแฟนบอลที่อุ่นหนาฝาคั่ง มีสาวกปราสาทสายฟ้าระดับหมื่นเข้ามาเชียร์ทีมรักในทุกสัปดาห์ บางนัดก็ถึงระดับสนามแตก ตั๋วไม่พอกับความต้องการของคนดู

ส่วนหนึ่งที่ทำให้สนามแห่งนี้กลายเป็นสนามที่เต็มไปด้วยแฟนบอล ไม่เคยมีบรรยากาศเงียบเหงา ย่อมหนีไม่พ้นความสำเร็จที่เกิดขึ้นในสนามแห่งนี้ 

ชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่าของทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เกิดขึ้นที่สนาม ช้าง อารีนา และที่สำคัญกว่านั้น สนามฟุตบอลแห่งนี้ยังเคยเป็นบ้านให้ทัพปราสาทสายฟ้า ชูถ้วยแชมป์ไทยลีกมาแล้วถึง 6 ครั้ง ในปี 2011, 2013, 2014, 2015, 2017 และ 2019

ไม่เพียงเท่านั้น สนามฟุตบอลแห่งนี้ ยังเป็นที่กักเก็บความทรงจำ ในฐานะที่สะสมความสำเร็จกับถ้วยแชมป์ทุกรายการของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะเป็นรายการ ช้าง เอฟเอ คัพ, ลีกคัพ, แม่โขงคัพ และแชมเปียนส์ คัพ

แต่ที่พิเศษสุด คงหนีไม่พ้นการที่ ช้าง อารีนา เป็นสังเวียนที่รองรับเกมระดับทวีป อย่าง เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก การแข่งขันฟุตบอลสโมสรระดับทวีปเอเชีย ซึ่งทัพปราสาทสายฟ้าเคยไปได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย 

สนามฟุตบอลแห่งนี้ถือว่าเป็นสนามโปรดของแฟนบอลต่างชาติที่ตามมาดูบอลในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแฟนชาวจีน, ญี่ปุ่น หรือเกาหลีใต้ ล้วนเดินทางกันมาเป็นจำนวนไม่น้อย เพื่อทั้งซัพพอร์ตทีมรักของตัวเอง รวมถึงได้มาเยือนสนามฟุตบอลที่มีมาตรฐานยอดเยี่ยมที่สุดของประเทศไทย

ความที่สนามแห่งนี้ผ่านการจัดฟุตบอลนานาชาติในระดับสโมสรมาหลายครั้ง จนเห็นชัดเจนไปทั่วทวีปเอเชียถึงศักยภาพของสนามแห่งนี้ ทั้งการบรรจุแฟนบอลผู้เข้าชม ระเบียบในการจัดการ รวมถึงการเดินทางที่สะดวก ทำให้หลายครั้ง "ช้าง อารีนา" เริ่มถูกหยิบยกมาพูดถึง ในฐานะการใช้เป็นรังเหย้าให้กับ "ทัพช้างศึก" ทีมชาติไทย เพื่อใช้ทำการแข่งขัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแข่งขัน คิงส์ คัพ ครั้งที่ 47 ซึ่งถือเป็นฟุตบอลรายการเก่าแก่ของประเทศไทย ที่เคยยกมาจัดที่ ช้าง อารีนา เมื่อปี 2019 ต้อนรับทีมฟุตบอลจากต่างแดน ทั้งเวียดนาม, อินเดีย และกือราเซา

นอกจากนี้ สนาม ช้าง อารีนา ยังมีความพร้อมในช่วงการระบาดของไวรัส COVID-19 ที่ใช้เป็นแม่งานในการจัดการแข่งขันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เคยมีแผนเสนอชื่อให้เป็นสนามกลางจัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2022 โซนเอเชียมาแล้ว

และล่าสุด สนามแห่งนี้ได้ใช้เป็นสนามกลางในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปียนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ฤดูกาล 2021 และประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี 

แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า "ช้าง อารีนา" ไม่ได้เป็นเพียงสนามฟุตบอลที่ถูกสร้างอย่างได้มาตรฐานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงมีศักยภาพในการจัดทัวร์นาเมนต์กีฬาระดับนานาชาติได้จริง

 

แลนด์มาร์กของจังหวัดบุรีรัมย์

ความพิเศษของ ช้าง อารีนา ที่เรียกได้ว่าแตกต่างจากสนามฟุตบอลทั่วไป คือไม่ได้เป็นสถานที่แข่งขันกีฬาเท่านั้น แต่เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยว เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่หากใครได้เดินทางมาถึงดินแดนแห่งนี้ จะต้องแวะเวียนเข้ามาเยือน

ในด้านหนึ่ง ช้าง อารีนา กลายเป็นสถานที่กระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมือง เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ อีกทั้งยังสามารถเป็นสถานที่จัดกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับฟุตบอล เพื่อดึงดูดให้ผู้คนสนใจมาเที่ยวในจังหวัดได้อีกด้วย


ยกตัวอย่าง เช่น การจัดงานปีใหม่ หรืองานสงกรานต์ ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีกิจกรรมมากมาย บวกกับคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดัง รวมถึงแสงสีเสียงอลังการ ที่ทำให้ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่จัดงาน ก็ได้รับความนิยมอยู่เสมอ

แต่สิ่งที่ ช้าง อารีนา ได้แสดงอิทธิพลมากที่สุด คือการเปลี่ยนเมืองบุรีรัมย์ ให้กลายเป็นเมืองกีฬาของประเทศไทย เคียงข้างกับอิทธิพลของสนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สนามแข่งรถมาตรฐานสมาพันธ์รถยนต์นานาชาติแห่งเดียวในประเทศไทย ที่สามารถจัดการแข่งขันได้ทั้ง ฟอร์มูล่า วัน และ โมโตจีพี

ขณะที่สนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสนามแข่งของโมโตจีพี ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากมายเข้ามาในประเทศ และเคยทำให้การแข่งขันที่ไทย คว้ารางวัลสนามแข่งขันยอดเยี่ยมมาแล้ว

สำหรับ ช้าง อารีนา ก็ทำหน้าที่เป็นหัวใจของจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ส่งเสริมและแสดงภาพลักษณ์ของเมืองกีฬา สถานที่ซึ่งในวันหยุดสุดสัปดาห์ ชาวบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงได้มาใช้เวลาอยู่ที่สนามแห่งนี้ เพื่อชมเกมฟุตบอลระดับคุณภาพของทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

การที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีทั้งสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานสูงสุด และสนามแข่งรถมาตรฐานสูงสุด จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐบาลไทย มีแผนการผลักดันให้จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นสปอร์ตซิตี้ของประเทศไทย โดยมีทั้ง ช้าง อารีนา และ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ที่จะดึงรายได้มหาศาลเข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ และ ประเทศไทย

ทุกวันนี้ เราคงจินตนาการภาพไม่ออกเลยว่า หากไม่มีสนาม ช้าง อารีนา แห่งนี้อยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ภาพของดินแดนแห่งนี้จะเป็นอย่างไร แต่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ช้าง อารีนา เป็นทั้งหัวใจของจังหวัดบุรีรัมย์ และยังเป็นส่วนสำคัญของวงการฟุตบอลไทย ที่ช่วงสร้างการพัฒนาอย่างรอบด้าน 

ทั้งด้านกีฬา, เศรษฐกิจ, การท่องเที่ยว อีกทั้งยังมอบความสุขให้กับใครก็ตามที่เดินทางไปยังสนามแห่งนี้ ที่จะได้รับความสนุก เสียงหัวเราะ และรอยยิ้มกลับไปอยู่เสมอ

 

แหล่งอ้างอิง

https://buriram.mots.go.th/news_view.php?nid=436
https://buriram.cad.go.th/main.php?filename=imobile
http://ballburiram.blogspot.com/2019/05/blog-post_6.html



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

이달의 소녀
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x