FEATURE

จุฑาธิป มณีพันธุ์ : 16 ปีบนอานจักรยานทีมชาติกับภารกิจลบฝันร้ายในโอลิมปิกสมัยที่ 3 | Main Stand



“ถ้านับระยะทางที่ลงฝึกซ้อมรวมกัน ตั้งแต่เริ่มเล่นให้ทีมชาติไทย ป่านนี้ก็คงปั่นได้รอบโลกแล้วค่ะ”  


 

บนถนนที่ทอดยาวไกล 137 กิโลเมตร คือเส้นทางที่นักปั่นจักรยานฝีเท้าดีผู้ผ่านการคัดเลือกจากทั่วทุกมุมโลก ต้องลงสนามแข่งขัน เพื่อไล่ล่าเกียรติยศและความสำเร็จใน “โอลิมปิก เกมส์” หนนี้ 

ทุกคนล้วนปรารารถจะปั่นสองล้อคู่ใจเพื่อให้ถึงเส้นชัยเพื่อคว้าเหรียญรางวัลกลับมา แต่ความจริงคนส่วนใหญ่ อาจไปได้ไม่ถึงจุดนั้น และที่หนักหนาที่สุดคือ บางคนไม่มีโอกาสแม้กระทั่งจะได้แข่งจนเข้าเส้นชัย เพราะถูกคัดออกระหว่างการแข่งขัน

ไม่มีนักกีฬาคนไหนที่ยอมเหน็ดเหนื่อยฝึกซ้อมเดือนละหลายพันกิโลเมตร เพื่อสุดท้ายจะไปแข่งแล้วโดน Cut-Off เพราะนี่เป็นมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนโลก สนามแข่งขัน และเกณฑ์ที่ใช้พิจารณาคัดนักกีฬาออกจึงเข้มข้น สุดโหด มากเป็นพิเศษ 

บีซ-จุฑาธิป มณีพันธุ์ นักปั่นจักรยานทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทองเอเชียน เกมส์ รู้ซึ้งถึงความจริงที่แสนเจ็บปวดนี้ 

เพราะตลอดระยะเวลา 16 ปี ที่เธอได้เป็นตัวแทนทีมชาติ จุฑาธิป ทุ่มสุดตัวเสมอยามลงแข่งขัน ไม่ว่าจะต้องเจอกับเรื่องร้าย ๆ ทั้งอาการบาดเจ็บไหปลาร้าหัก, ภาวะหัวใจโตผิดปกติ อันเป็นผลจากการปั่นจักรยานอย่างหนักหน่วงและยาวนาน ตลอดจนความผิดหวังที่ถูก Cut-Off ออกจากการแข่งขันโอลิมปิก ถึง 2 สมัยติดต่อกัน 

แต่ จุฑาธิป ในวัย 33 ปี ก็ยังคงมีความเชื่อมั่นและแรงปรารถนาอันแรงกล้าที่พาจักรยานของเธอไปแตะเส้นชัยในโอลิมปิกให้จงได้ และนี่คือภารกิจที่เธอตั้งใจอย่างมากว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ใน “โตเกียว เกมส์” ที่กำลังมาถึงนี้ 

 

ฝ่าแดดลมฝน

“จักรยาน เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทนสูง และซ้อมค่อนข้างหนัก ไม่ว่าจะสภาพสนามแบบไหน เจอฝนตก ลมพัด หิมะตก หรือแดดแรงแค่ไหนก็หยุดไม่ได้ เส้นทางก็มีทั้งทางตรง ทางโค้ง ทางขึ้นเขาที่ต้องใช้พละกำลังมากกว่าเดิม” 

“การฝึกซ้อมจริง ๆ มันเต็มไปด้วยความเหนื่อยยาก ต้องอาศัยความทนทานของร่างกายเหมือนนักวิ่งระยะไกล บางครั้ง บีซ ปั่นจักรยานไป แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า เรากำลังทำอะไรอยู่ ?”

ชื่อของ “จุฑาธิป มณีพันธุ์” ถูกจดจำในฐานะยอดนักปั่นจักรยานทีมชาติไทย ที่ยืนระยะรับใช้ทีมชาติมาอย่างยาวนาน ทั้งประเภทลู่ที่เน้นความเร็วในระยะสั้น และประเภทถนนที่ต้องอาศัยความอึดในการพิชิตเส้นทางระยะไกลมากกว่าหลักร้อยกิโล 

นักปั่นจากจังหวัดร้อยเอ็ดเริ่มต้นเส้นทางน่องเหล็กมาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ โดยมีอาวุธคู่ใจเป็นเพียงแค่ จักรยานคันเก่า และมีโค้ชคนแรกคือ ศุภกิจ มณีพันธุ์ ผู้เป็นพ่อ 

จุฑาธิป มีความฝันว่าอยากจะติดทีมชาติไทย และคว้าเหรียญรางวัลจากมหกรรม ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ รวมถึงโอลิมปิก  เกมส์ นั่นจึงทำให้เธอยอมอดทนเหน็ดเหนื่อยไปกับการฝึกซ้อมกว่าเด็กคนอื่น เพื่อพัฒนาตัวเองไปให้ถึงจุดนั้นให้ได้ 

“บีซ” ฉายแววเด่นมาตั้งแต่การแข่งขันระดับเยาวชน จนได้โควต้าเข้ามาศึกษาต่อที่ โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ในช่วงมัธยมฯ ต้น  

ก่อนใช้เวลาฝึกฝนอีกเพียงไม่กี่ปี จุฑาธิป ก็ทำผลงานได้เด่นถึงขั้นที่ สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ตัดสินใจเรียกเธอติดทีมชาติชุดใหญ่ ในขณะที่เธออายุแค่ 17 ปีเท่านั้น ซึ่งเธอก็ตอบแทนความเชื่อมั่นนั้นด้วยเหรียญรางวัลมากมายให้กับทีมชาติไทย ทั้งในประเภทลู่ และประเภทถนน  

เธอจึงกลายมาเป็นความหวังของวงการน่องเหล็กไทย ที่จะขึ้นไปเขย่าระดับเอเชีย โดยมีรายการใหญ่อย่าง ศึกชิงแชมป์เอเชีย ปี 2012 เป็นอีกทัวร์นาเมนต์ชี้วัดศักยภาพของนักปั่นไทย แต่เรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับ จุฑาธิป 

 

แลกมาด้วยความเจ็บปวด

“บีซ ประสบอุบัติเหตุไหปลาร้าหักระหว่างการฝึกซ้อม ตอนนั้นเป็นช่วงก่อนแข่งชิงแชมป์เอเชีย 1 เดือน บีซ หมดสิทธิ์ลงสนาม เพราะไม่สามารถใช้แขนได้ จนต้องเข้ารับการผ่าตัด”

“ปกติคนปั่นจักรยาน ถ้าไม่ได้ซ้อมสัก 3 สัปดาห์ ประสิทธิภาพจะตกลงไปมาก เหมือนต้องเริ่มรีเซตใหม่หมด แต่เคสนี้ บีซ  ต้องพักครึ่งปี ไม่สามารถจับแฮนด์จักรยานได้เลย ก็ถือว่าหนักมาก ใช้เวลาฟื้นฟูอยู่นานพอสมควรกว่าแขนจะทำงานเป็นปกติ”

สำหรับคนที่คุ้นชินกับการฝึกซ้อม ที่ซ้อมแต่ละครั้งไม่เคยต่ำกว่าวันละ 2 ชั่วโมง, คุ้นเคยกับการปั่นสะสมระยะทางหลักพันกิโลเมตรต่อสัปดาห์ และใช้เวลาครึ่งชีวิตอยู่กับจักรยาน การต้องเผชิญกับ “อาการบาดเจ็บหนัก” จนต้องพักรักษานาน เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจของนักกีฬาได้ไม่น้อย

ไหนจะความกังวลด้านสภาพร่างกาย, ประสิทธิภาพจะดร็อปลงไปหรือเปล่า ? หลายคนเมื่อหายเจ็บกลับมา ก็ยังมีความกลัวว่าตัวเองจะทำได้ไม่ดีเหมือนเดิม เพราะในอดีตจนถึงปัจจุบัน มีตัวอย่างของนักกีฬามากมายที่ไม่สามารถกลับไปสู่ฟอร์มพีคอย่างที่เคยทำมาได้ เนื่องจากถูกอาการบาดเจ็บเล่นงาน

แต่ จุฑาธิป มณีพันธุ์ สามารถคัมแบ็กได้แกร่งกว่าเดิม เธอใช้หงาดเหงื่อ ร่างกาย และการฝึกซ้อมหนัก ทะลุขีดจำกัดของตัวเองในตอนฝึกซ้อม เพื่อพาตัวเองไปยังเป้าหมายและความฝันในวัยเด็กของเธอ นั่นคือการล่าเหรียญเอเชียนเกมส์ และการต่อยอดไปให้ถึงโอลิมปิก หลังจากทำสำเร็จมาแล้วกับซีเกมส์ 

2 ปีหลังจากฝันร้ายที่ต้องบาดเจ็บหนักที่ไหปลาร้า “จุฑาธิป มณีพันธุ์” สร้างชื่อกระหึ่มเอเชีย ด้วยการปั่นจักรยานเข้าเส้นชัย เป็นอันดับ 1 ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ 

แต่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น จุฑาธิป ต้องแลกมันมาด้วยความเจ็บปวด และการตรวจพบความผิดปกติของร่างกายที่เป็นผลพวงจากการใช้ร่างกายอย่างหนักหน่วงมาอย่างต่อเนื่อง 

“เวลาเข้าสู่โปรแกรมฝึกซ้อมจริง มันไม่มีหรอกค่ะ ความสนุก แต่เราก็ต้องเรียนรู้วิธีที่จะทำให้ตัวเองเอ็นจอยกับการซ้อมหนัก สำคัญคือเราต้องชัดเจนว่า ตัวเองกำลังทำอะไร เพื่อเป้าหมายใด ?” 

“บีซ ต้องซ้อมปั่นจักรยานในระยะทางที่ไกลเป็นหลักร้อยกิโลเมตร แต่ละสนามมีเส้นทางแตกต่างกันออกไป ระดับความชัน บางแห่งเป็นทางที่เราต้องปั่นขึ้นเขา ก็ต้องใช้แรงมากขึ้นไปอีก” 

“บีซ เคยถูกตรวจพบว่าหัวใจโตผิดปกติ ซึ่งเป็นภาวะที่นักกีฬาจักรยานหลายคนเคยเจอ เพราะบางครั้งเราต้องยอมฝืนปั่น จนอัตราการเต้นของหัวใจมันทะลุโซน แต่ บีซ ก็พยายามดูแลตัวเองให้พร้อมที่สุดสำหรับทุกครั้ง” 

 

เส้นชัยที่รอคอย

เกียรติยศเหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2014 และการได้มีโอกาสเป็น นักจักรยานอาชีพ ที่ประเทศอิตาลี เป็นสองสิ่งที่น่าจะพิสูจน์ได้ว่า จุฑาธิป มณีพันธุ์ มาไกลในระดับนานาชาติเพียงใด ? 

หากแต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญที่เธอต้องการทำให้สำเร็จ นั่นคือการเข้าเส้นชัยในโอลิมปิก 

จุฑาธิป ผ่านประสบการณ์และความผิดหวังมาแล้วถึง 2 ครั้งใน โอลิมปิก เกมส์ ปี 2012 และ 2016 ซึ่งทุกครั้งที่เธอถูก Cut-Off ออกจากการแข่งขันมาจากการทำเวลาไม่ได้ตามเกณฑ์ มันสร้างความเจ็บปวดในใจแก่เธอมากพอสมควรที่ไม่อาจพาตัวเองไปถึงเส้นชัยได้

แต่นั่นก็ไม่อาจหยุด จุฑาธิป ให้ล้มเลิกความฝัน เธอยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อม แก้ไขจุดบกพร่อง สุดท้ายเธอก็สามารถตีตั๋วไปลุยโอลิมปิก เกมส์ ได้เป็นสมัยที่ 3 ของตัวเอง และกำลังเตรียมลงสนามแข่งครั้งนี้ ด้วยสภาพร่างกาย จิตใจ บวกกับประสบการณ์ชั่วโมงบินที่พร้อมมากสุด

“ตอนนี้สภาพร่างกายสมบูรณ์ 100% และรู้สึกว่าพละกำลังดีกว่าช่วงที่ผ่านมา การปั่นขึ้นเขาซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนของตัวเอง ก็ได้โค้ชลี (เสี่ยว เล่อ) มาแก้ไขจุดด้อยนี้ให้จนเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน เป้าหมายในครั้งนี้ก็อยากทำให้ดีที่สุด”

จุฑาธิป มณีพันธุ์ จะปั่นจักรยานเข้าสู่เส้นชัยจนจบการแข่งขันในโตเกียว เกมส์ ได้สำเร็จหรือไม่ ? แฟนกีฬาชาวไทยอย่าลืมติดตามชมและเชียร์เธอได้ในมหกรรม โอลิมปิก เกมส์ 2020 ช่วงสายของวันที่ 25 กรกฎาคมนี้ 



AUTHOR

อลงกต เดือนคล้อย

Fake Writer
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x