FEATURE

ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี : เมื่อฝันเคยสลายไป แต่โลกทั้งใบไม่หยุดหมุนรอ | Main Stand



หากความฝันที่หมายมั่นปั้นมือมาโดยตลอดนั้น พังทลายไปต่อหน้าต่อตา คุณจะทำอย่างไรต่อไป กับโลกแห่งความเป็นจริงที่รอคอยอยู่


 

เช่นกันกับใครหลายคน ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี คือหนึ่งในคนที่โดนทำลายฝันดังกล่าวไป และแม้สิ่งที่เขาพบเจอกับที่ไม่ยุติธรรมและค้านสายตาผู้คนมากเพียงใด แต่ก็ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงมันได้แล้ว

นักชกวัย 36 ปีรายนี้ มีวิธีพลิกฝันร้ายที่เข้ามาในวันนั้น ให้กลับมาเดินต่อบนเส้นทางเดิมนี้ได้อย่างไรกันบ้าง ? ไปพูดคุยกับ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ถึงเรื่องราวที่เคยผลักเขาให้ล้มลง ก่อนที่จะส่งให้เจ้าตัวกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม ในโอลิมปิก เกมส์ ครั้งสุดท้ายของชีวิต

 

ฝันสลายที่ริโอ

สด - ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี กลายเป็นชื่อของนักมวยที่คุ้นหูชาวไทยไปแล้ว จากการตีตั๋วเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน ทั้งที่ลอนดอน, ริโอ และโตเกียว 

เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 4 สมัยรายนี้ จอดป้ายที่รอบ 16 คนสุดท้ายมาแล้วทั้งที่ลอนดอนและริโอ โดยเฉพาะกับครั้งหลัง ที่ ฉัตร์ชัยเดชา ได้ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับการทุ่มเทฝึกซ้อม และกำลังเข้าสู่ช่วงจุดพีคในเส้นทางนักมวยของตัวเอง 

ด้วยวัย 31 ปีในขณะนั้น ฉัตร์ชัยเดชา ได้พบกับ เคส อัชฟัค จากสหราชอาณาจักร ก่อนจะชนะไปได้อย่างไม่ยากเย็น เข้าสู่รอบต่อไปเจอกับ วลาดิเมียร์ นิกิติน คู่ชกชาวรัสเซีย 

ในระหว่างการชกนั้น ฉัตร์ชัยเดชา เป็นฝ่ายคุมเกมตลอดทั้งการแข่งขัน และทั้งตัวเองกับทีมโค้ชต่างมั่นใจ ว่าเขาต้องเป็นฝ่ายชนะแน่ ถึงขั้นที่ว่า “ผมคิดว่า ก่อนออกมาชูมือเช็ดหน้าเช็ดตาอย่างดี ต้องดูดี ต้องหล่อ” 

“แต่พอชูมือกลายเป็นนักมวยรัสเซีย (นวลาดิเมียร์ นิคิติน) มาเนี่ย โอ้โห เหมือนความฝันเราอยู่ในลูกโป่ง แล้วลูกโป่งมันแตก ทุกอย่างมันดับเลย” 

“ผมช็อก คิดในใจว่า ทำไมมันเป็นแบบนี้ ทำไมผลถึงออกมาเป็นแบบนี้ คำว่าทำไมเต็มหัวผมไปหมด”

แม้ผลการตัดสินออกมาค้านสายตา และกระแสผู้ชมส่วนใหญ่ต่างมองว่า ฉัตร์ชัยเดชา สมควรเป็นผู้ชนะ แต่มันก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลง และเยียวยาจิตใจที่แตกสลายของเขา ให้กลับมาเข้าที่เข้าทางได้ในทันที

 

หยุด … ก่อนดีไหม ?

ฝันร้ายที่บราซิลแมตช์นั้น ทำเอา ฉัตร์ชัยเดชา ไม่สามารถข่มตานอนหลับได้ ในหัวของเขาครุ่นเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ยิ่งมีพิจารณาถึงโอกาสแก้ตัว ถ้าหากเขารอมาชก โตเกียว เกมส์ ถึงตอนนั้น ฉัตร์ชัยเดชา คงมีอายุมากถึง 35 ปี (ความจริงคือ 36 ปีแล้ว เพราะการแข่งขันถูกเลื่อนมา 1 ปี) ซึ่งเขาก็ไม่รู้เลยว่า เมื่อถึงวันนั้นแล้ว เขาจะพร้อมกลับไปแก้ตัวอีกครั้งหรือไม่ ? 

ฉัตร์ชัยเดชา จึงตัดสินใจแขวนนวม โดยเข้าไปบอกเรื่องนี้กับ คุณสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย 

“น้าครับ พอดีผมมาคิดดูแล้ว มันไม่มีเป้าหมายที่ผมจะต้องต่อยแล้วครับ”

แม้จะแน่วแน่ในแนวคิดการหยุดเล่นให้ทีมชาติแล้ว แต่เมื่อ สมชาย อยากให้ลองไปต่อกับรายการ ซีเกมส์ดูก่อน เพื่อให้เขาจดจำช่วงเวลาที่มีความสุขตอนที่ขึ้นไปคว้าเหรียญทอง ดีกว่ามาจดจำว่าเลิกเล่นเพราะชกแพ้ในโอลิมปิก 

จึงทำให้ ฉัตร์ชัยเดชา พยายามลืมฝันร้ายที่ริโอ มุ่งมั่นเข้าแคมป์เก็บตัวฝึกซ้อมกับทีมชาติไทยต่อ แม้จะต้องฝันสลายไปในช่วงพีคสุดของร่างกาย แต่ ฉัตร์ชัยเดชา ก็ยังคงมุ่งมั่นต่อไป ด้วยแนวคิดที่ว่า เขาจะไม่ทิ้งโอกาสให้หลุดลอยไปเลยสักครั้ง

 

ไม่ทิ้งโอกาสไว้

“ถ้าผู้ใหญ่ยังมองว่าเรามีความสามารถ เห็นว่าเรายังพอไหว ยังพอไปได้ ยังพอช่วยชาติได้อยู่ หากเขายังเชื่อมั่นในตัวเรา ทำไมเราถึงจะไม่สู้ ก็เลยตัดสินใจว่าผมจะชก ซีเกมส์ ปีหน้า (2017) ก่อน”

“เมื่อไหร่ที่ผู้ใหญ่หยิบยื่นโอกาสให้ หรือเมื่อไหร่ที่ผมมีโอกาส ผมจะคว้ามันไว้ ผมจะไม่ทิ้งโอกาสไปเปล่า ๆ เพราะโอกาสครั้งนี้มันอาจจะเปลี่ยนชีวิตเราเลยก็ได้ หรือถ้าเราไม่รับโอกาสตรงนี้ไว้ ก็อาจจะไม่มาถึงตรงนี้ได้”

ฉัตร์ชัยเดชา กลับมาคว้าเหรียญทองใน ซีเกมส์ ที่สิงคโปร์เมื่อปี 2017 และอีกครั้งในปี 2019 ที่ฟิลิปปินส์ จนกลายเป็นโมเมนตัมสำคัญ ที่พาให้เจ้าตัวผ่านการคัดเลือกมาชกในโอลิมปิกเป็นสมัยที่ 3 ได้สำเร็จ

แม้ความไว สายตา สเต็ปเท้า และพละกำลังจะลดถอยไปจากเดิม แต่ประสบการณ์ที่สั่งสมมาตลอดอาชีพของเจ้าตัว ก็ยังคงเป็นอาวุธสำคัญ ที่พาให้เขายังคงเดินหน้าบนสังเวียนมาอย่างต่อเนื่อง 

รวมทั้งยังฝากลวดลาย เอาชนะ ไกรัต เยราลิเยฟ แชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่นชาวคาซัคสถานมาได้ ในศึกเอเชี่ยนเกมส์ 2018 อีกด้วย จนทำให้ ฉัตร์ชัยเดชา ฮีดกลับมาสู้ต่อ จนคว้าตั๋วไปลุยโอลิมปิก เกมส์ 2020 ได้สำเร็จ

ฉัตร์ชัยเดชา ยังทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างหนัก ไม่ต่างจากวันแรกที่เข้ามาเป็น นักชกดาวรุ่งในแคมป์ทีมชาติ เมื่อ 16 ปีก่อน เขายังคงยังเปี่ยมไปด้วยแรงกระหาย แพสชั่น ในการขึ้นสังเวียนครั้งสุดท้าย The Last Dance ของเขาที่จะเกิดขึ้นในมหกรรมกีฬา โตเกียว เกมส์นี้ 

“โอลิมปิกครั้งนี้เป็นเหมือนโบนัสในชีวิตผม เป็นเหมือนของขวัญที่เราได้รับก่อนที่จะแขวนนวม คือเข้าใจว่าอยากได้เหรียญรางวัลในโอลิมปิก แต่ถ้าไม่ได้เหรียญอะไรเลยผมก็ไม่เสียใจ เพราะว่ามันคือที่สุดของชีวิตแล้ว การไปโอลิมปิกถึง 3 ครั้งในกีฬามวยสากลเนี่ย มันภูมิใจในตัวเอง เพราะเราก็ไม่ได้คาดหวัง”

“แต่ก่อนจะแขวนนวมเนี่ยครับ ก็อยากได้เหรียญรางวัล เหรียญใดเหรียญหนึ่งก็พอแล้วครับ ไม่ได้คาดหวังว่าต้องเหรียญทองเหมือนพี่สมจิตร เพียงแค่ได้เหรียญรางวัลก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการชกมวยแล้วครับ”

“แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าไม่ได้เหรียญก็ไม่ได้เสียใจ เพราะถือว่าผมทำดีที่สุดแล้วครับ”

และนี่คือเรื่องราวจากบทสัมภาษณ์ของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี ก่อนที่เจ้าตัวจะไปขึ้นชกในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกอีกหนึ่งครั้ง ซึ่งโบนัสหนนี้ของเจ้าสดจะยิ่งใหญ่และล้ำค่าขนาดไหน ก็คงมีเพียงแค่เวลาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเราได้



AUTHOR

กรทอง วิริยะเศวตกุล

Astronomy, Liverpool, You.
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x