NEWS

 ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด นักชกดาวรุ่งไทยเปิดใจหลังเจ็บเข่าต้องถอนตัวโอลิมปิก “ผมไม่ถอดใจแน่นอน” 



อาการบาดเจ็บกับนักกีฬาเป็นของคู่กัน แต่การบาดเจ็บก่อนถึงทัวร์นาเมนท์สำคัญเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดอย่างมาก เช่นเดียวกับ “เหลิม” ธิติสรรณ์ ปั้นโหมด นักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย วัย 20 ปี ที่โดนอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องพลาดโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกในชีวิต 

 

 


รุ่นฟลายเวท 52 กิโลกรัม นับเป็นความหวังเหรียญทองของทัพกำปั้นไทยมาโดยตลอด วิจารณ์ พลฤทธิ์ และสมจิตร จงจอหอ คือ 2 นักชกในพิกัดนี้ที่ก้าวถึงจุดสูงสุดในศึกโอลิมปิกเกมส์ที่ซิดนีย์ ปี 2000 และปักกิ่ง ปี 2008 ตามลำดับ 

โตเกียวเกมส์ครั้งนี้ความคาดหวังตกไปอยู่กับ “เหลิม” กำปั้นหนุ่มดาวรุ่งที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง มีดีกรีเคยคว้าแชมป์เยาวชนโลก 2018 ในรุ่น 49 กิโลกรัม แม้จะขยับน้ำหนักขึ้นมาแต่เจ้าตัวได้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ใช่ปัญหา โชว์ฟอร์มไล่ถลุง ชาห์โคบิดิน ซอยรอฟ เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2016 และแชมป์โลก 2019 จากอุซเบกิสถาน ขาดลอยมาแล้วในรอบคัดเลือก ก่อนจะได้รับบาดเจ็บ 

“ผมเจ็บตอนลงนวมซ้อมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมล้มแล้วขามันขัดกันจึงลงผิดท่า ตอนแรกดูอาการคิดว่าน่าจะหายทัน แต่ผ่านไปหลายวันอาการก็ไม่ดีขึ้น ลงน้ำหนักไม่ได้ เดินไม่ได้เลย ทางสมาคมฯ จึงส่งตัวเข้าทำ MRI พบว่าเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาด ต้องผ่าตัดและพักประมาณ 3 เดือน ถึงจะหายเป็นปกติ” กำปั้นจากพิจิตร เผย

อย่างไรก็ตาม ธิติสรรณ์ยังยืนว่าแม้จะเสียดายที่ไม่ได้ร่วมชิงชัยในโอลิมปิกเกมส์ครั้งแรกของตัวเอง แต่ยังพร้อมที่จะมุ่งมั่นสู้ต่อเพื่อโอกาสครั้งต่อไปอย่างแน่นอน

“การไม่ได้ไปโอลิมปิกมันน่าเสียดายแน่นอน แต่เราก็ทำอะไรไม่ได้ มันเกิดขึ้นแล้ว ขอรักษาชีวิตตัวเองก่อน มองในแง่ดีถ้าไปครั้งนี้เราอาจจะติดโควิดแทนก็ได้ เราไม่รู้อนาคตหรอก แต่ผมไม่ถอดใจแน่นอน ใจผมยังสู้อยู่ ไม่ได้ไปครั้งนี้ก็ยังมีครั้งหน้าอีก ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง ฝากทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้กับนักมวยคนอื่นที่เดินทางไปแข่งขันด้วย ผมเชื่อว่าเพื่อน ๆ ทุกคนจะตั้งใจสู้เพื่อนำเหรียญกลับมาฝากชาวไทยแน่นอน” เหลิม ทิ้งท้าย

ขณะที่ นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ ผู้รักษาอาการของธิติสรรณ์ เปิดเผยว่า จากที่ได้ดูเทปวิดีโอของสตาฟฟ์พบว่า จังหวะเจ็บของนักมวยรายนี้ เกิดจากการล้มผิดจังหวะในการลงนวม ทำให้เข่าซ้ายลงน้ำหนักไม่ได้ หลังจากนั้น ก็ได้ลงนวมต่ออีกพักหนึ่งแต่พบว่าไม่ไหว จากนั้นจึงได้สแกน MRI พบว่าเอ็นไขว้หน้าขาด ลักษณะคล้ายกับอาการบาดเจ็บของ สารัช อยู่เย็น นักฟุตบอลทีมชาติไทย ในช่วงปี 2559 

กรณีที่นักมวยเอ็นไขว้หน้าขาดนั้น การรักษาไม่ต่างจากนักกีฬาชนิดอื่นๆ ก็คือ การผ่าตัดซ่อมแซมเอ็นเข่า พร้อมกับทำกายภาพบำบัด  กระบวนการนี้ใช้เวลา 5-6 เดือน จึงจะสามารถกลับมาลงซ้อมได้อีกครั้ง  ส่วนอนาคตของ ธิติสรรณ์ ยังมีเวลาฟื้นฟูร่างกายอีกนานก่อนที่จะเข้าสู่โอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส  ในช่วงเวลาหลังนี้ มีโอกาสที่จะกลับมีฟิตสมบูรณ์ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เหมือนเข่นก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บ เพราะธิติสรรณ์ยังอายุน้อย สามารถฟื้นฟูร่างกายได้เร็ว



AUTHOR

เจษฎา บุญประสม

Content Creator ผู้ชื่นชอบการกิน, ท่องเที่ยว และดูกีฬาแทบทุกประเภท โดยเฉพาะฟุตบอล, อเมริกันเกมส์, มอเตอร์สปอร์ต, อีสปอร์ต
     


PHOTO

ภราดร ภราดร

อยากจะทำให้ดี ไม่ใช่แค่อยากจะทำให้เป็น
     


x