FEATURE

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ : จากตัวสำรองอดทน สู่ฮีโร่ผู้พาแชมป์อเมริกาใต้กลับสู่อาร์เจนตินา | Main Stand



โคปา อเมริกา 2021 คือทัวร์นาเมนต์ที่จบลงในแบบที่คนส่วนใหญ่ของโลกอยากให้เป็น นั่นคือชัยชนะของทีมชาติอาร์เจนตินา กับการชูถ้วยรายการใหญ่ระดับชาติครั้งแรกในชีวิตของพ่อมดลูกหนัง ลิโอเนล เมสซี่

 


หากแต่ช่วงเวลาสุดชื่นมื่นครั้งนี้ อาจไม่เกิดขึ้น หากไม่มีผู้รักษาประตูที่ชื่อ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ กับการเป็นกำลังหลัก ช่วยพาอาร์เจนตินามาจนถึงฝั่งฝัน โดยเฉพาะการเซฟ 3 จุดโทษ ในรอบรองชนะเลิศ

อย่างไรก็ตาม ย้อนไปเมื่อ 2 ปีก่อน มาร์ติเนซยังเป็นเพียงแค่สำรองอดทน ที่ใช้เวลา 7 ฤดูกาลก่อนหน้านั้นในฐานะผู้รักษาประตูมือ 3 ของทีม แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว เขากลับกลายเป็นฮีโร่ของชาวอาร์เจนตินา

Main Stand จะพาไปพบกับเรื่องราวของผู้ชายที่ใจแข็งแกร่งกว่าเพชร ผู้ก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และสร้างเรื่องราวที่เหมือนกับเทพนิยายด้วยสองมือของตัวเอง กับชายที่ชื่อ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ

 

คุณครูชื่อความลำบาก

ชีวิตของ "เอมิ" เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เริ่มต้นไม่ต่างจากเด็กส่วนใหญ่ในอาร์เจนตินา นั่นคือเติบโตมาในครอบครัวที่ยากจน ท่ามกลางประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นเป็นปัญหาหลักในสังคม

ชีวิตของมาร์ติเนซ ยังคล้ายคลึงกับเด็กผู้ชายส่วนใหญ่ในประเทศนี้ ที่มีฟุตบอลเป็นเพื่อนคู่ใจ และช่วยให้พวกเขาผ่านความยากลำบากในวัยเยาว์ และสร้างความหวังเดียวให้กับพวกเขา นั่นคือการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ 

"ผมยังจำภาพคุณพ่อนั่งร้องไห้ เพราะไม่สามารถหาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัวได้ วันที่พ่อแม่ของผมไม่ยอมกินข้าว เพราะต้องเก็บไว้ให้ลูกกิน ความยากลำบากที่พวกเขายอมทนเพื่อผมในวัยเด็ก ทำให้ผมแข็งแกร่งแบบทุกวันนี้" เอมิ กล่าวถึงความหลัง

ด้วยเหตุนี้ เด็กหนุ่มชาวอาร์เจนตินาจึงตั้งใจที่จะเป็นนักบอลอย่างจริงจัง จนกระทั่งอายุได้ 15 ปี เขาตัดสินใจจากครอบครัวไปใช้ชีวิตในกรุงบัวโนสไอเรส ที่ห่างจาก มาร์ เดล ปลาตา เมืองบ้านเกิดของเขา ร่วม 400 กิโลเมตร เพื่อตามล่าความฝันให้เป็นจริง

เส้นทางการเป็นนักฟุตบอลของมาร์ติเนซไปได้สวย เขาเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสร อินดิเพนเดียนเต และติดทีมชาติอาร์เจนตินา รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ซึ่งผลงานของเขาก็ไปเข้าตาแมวมองของ อาร์เซน่อล ทีมดังจากเกาะอังกฤษ

การเซ็นสัญญากับนักเตะดาวรุ่ง คือสิ่งที่อาร์เซน่อลชื่นชอบอยู่แล้ว พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะเชิญเอมิ บินมาทดสอบฝีเท้าที่อังกฤษ และเขาไม่เคยได้กลับไปเล่นฟุตบอลที่บ้านเกิดอีกเลย เพราะทัพปืนใหญ่ จ่ายเงิน 1.1 ล้านปอนด์ ซื้อตัวผู้รักษาประตูรายนี้ไปร่วมทีม

"ตอนนั้นครอบครัวของผม ไม่มีใครอยากให้ผมมาที่อังกฤษ เพราะพวกเขาอยากอยู่กับผม แต่ผมก็บอกไปว่า นี่คือเรื่องจำเป็น ผมไม่เคยลืมความลำบากของครอบครัว ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องทำเพื่อพวกเขา นี่คือเวลาที่ผมต้องแสดงความกล้าหาญออกมา" มาร์ติเนซ กล่าว

การย้ายไปอยู่กับทีมฟุตบอลระดับโลก ควรจะเป็นช่วงเวลาที่น่าปลื้มปิติของมือกาวรายนี้ แต่ไม่ใช่เลย เอมิต้องเจอปัญหามากมาย กับชีวิตที่อังกฤษ ทั้งเรื่องในสนาม ไม่ว่าจะเป็น การที่เขาย้ายทีมแต่ไม่ได้เซ็นสัญญาอาชีพเพราะอายุเพียง 17 ปี (กฎของฟุตบอลยุโรปไม่อนุญาตให้เซ็นสัญญานักเตะนอกทวีปก่อนอายุ 18 ปี) ทำให้เขาไม่มีเงินเดือน มีแค่เบี้ยเลี้ยง และลงสนามแข่งขันกับทีมชุดเยาวชนก็ไม่ได้

นอกจากนี้ เรื่องนอกสนามก็ลำบากไม่แพ้กัน เขาไม่มีใบอนุญาตทำงานในอังกฤษ ทำให้เขากลายเป็นเหมือนแรงงานต่างด้าว พูดภาษาอังกฤษก็ไม่ได้ ชีวิตของเขาไม่มีความสุขแม้แต่น้อย จนเจ้าตัวเกือบจะยอมแพ้แล้วกลับบ้านเกิด

โชคดีที่ความลำบากในวัยเด็กสอนให้เขาต้องสู้ หลังจากผ่านช่วงปีแรกที่โหดร้ายได้ เขาสามารถปรับตัวในสังคมอังกฤษได้ดีขึ้น และได้รับใบอนุญาตทำงานหลังจากอายุ 18 ปี 

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ กำลังรอคอยให้ฟ้าหลังฝนของเขามาถึง แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น

 

สำรองของตัวสำรอง

อาร์เซนอลคือทีมที่ให้โอกาสดาวรุ่งลงสนามจำนวนมาก ยกเว้นเพียงตำแหน่งเดียวนั่นคือ ผู้รักษาประตู เพราะคนที่เก่งที่สุดเท่านั้นที่จะได้ลงสนามในฐานะตำแหน่งที่มีผู้เล่นลงสนามได้เพียงคนเดียว ไม่เหมือนกับ กองหลัง, กองกลาง และกองหน้า

ช่วงเวลาที่มาร์ติเนซขึ้นสู่ชุดใหญ่ เขาต้องเจอกับสองด่านสำคัญ อย่าง วอยเชียค เชสนี่ และ ลูคัส ฟาเบียสกี้ แน่นอนว่า มือกาวโนเนมจากอาร์เจนตินา ไม่มีทางเบียดตำแหน่งผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติโปแลนด์ 2 คน ที่ยืนเป็นตัวจริงในระดับพรีเมียร์ลีกได้แบบสบาย ๆ ดังนั้นเขาจึงต้องรั้งตำแหน่งมือ 3 แบบไร้ทางเลือก

ปัญหาสำคัญที่เอมิต้องเผชิญ ไม่ใช่แค่เขาต้องนั่งเป็นมือ 3 แต่อาร์เซน่อลก็ไม่รู้จะทำอย่างไรกับนักเตะรายนี้ เนื่องจากในสายตาของทัพปืนใหญ่ มือกาวรายนี้อยู่ในประเภทคนเก่งแต่เก่งไม่สุด

กล่าวคือ อาร์เซน่อลเห็นศักยภาพของเขา จึงไม่อยากปล่อยออกไปยืมตัวเพราะอยากเก็บไว้เป็นผู้รักษาประตูมือ 3 ใช้เป็นตัวสำรองของสำรองเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันทีมก็ต้องการปล่อยเขาออกไปลงสนามเพื่อพัฒนาฝีมือบ้าง

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ เอมิไม่ได้รับโอกาสในการทำอะไรที่ส่งผลดีต่อเขาเลย หลายครั้งที่เขาใช้เวลาครึ่งฤดูกาลแรกไปกับการเป็นมือ 3 ของอาร์เซนอล พอครึ่งฤดูกาลหลังก็โดนปล่อยยืมตัวไปเล่นในลีกระดับล่าง เป็นแบบนี้อยู่หลายครั้ง

บางครั้ง โชคก็ไม่เข้าข้างเขา เช่น การถูกปล่อยไปยืมตัวกับ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส แบบเต็มปี ในฤดูกาล 2015–16 ซึ่งช่วงแรกเจ้าตัวยึดตำแหน่งตัวจริงมาครองได้ แต่หลังจากได้รับบาดเจ็บยาว เขาก็ต้องกลายเป็นตัวสำรอง

รวมถึงฤดูกาล 2017–18 ที่เขาถูกส่งไปยืมตัวกับเกตาเฟ่ ทีมจากลาลีกา สเปน ซึ่งควรเป็นโอกาสสำคัญที่มาร์ติเนซจะได้โชว์ฝีมือ เพราะถือเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาถูกยืมตัวจากทีมในลีกสูงสุด แต่ทว่า เขากลับเป็นได้แค่ตัวสำรอง และมีโอกาสลงสนามเพียง 5 นัดเท่านั้น

นับตั้งแต่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซน่อลในปี 2012 สิ่งเดียวที่มาร์ติเนซไม่เคยได้รับ คือโอกาสที่จะพิสูจน์ฝีมือแบบจริงจัง เมื่อไม่มีผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ ทุกอย่างก็วนกลับมาที่เดิม คือไม่มีทีมไหนกล้าให้โอกาสเขา โดยเฉพาะอาร์เซน่อลที่เห็นเขาเป็นมือกาวเบอร์ 3 ตลอดกาล ทั้งที่ในตำแหน่งมือ 1 และมือ 2 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง แต่มือกาวชาวอาร์เจนตินา ไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมในการแย่งพื้นที่ตรงนั้นเลย

"เป็นเวลาหลายปีที่ผมทำได้แค่รอ ผมคิดอยู่ตลอดว่า ทำไมพวกเขาไม่เคยเชื่อใจผมเลย ผมเคยคิดนะว่า ชีวิตนี้ผมคงไม่มีโอกาสได้เป็นผู้รักษาประตูมือ 1" เอมิ กล่าว

 

เพชรแท้คือเพชรแท้

คุณอาจจะสงสัยว่า ทำไม เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ไม่เคยทำเรื่องขอย้ายทีม แทนที่จะนั่งเป็นตัวสำรองอดทน หรือโดนอาร์เซน่อลปล่อยไปยืมตัวกับทีมอื่นแบบไม่ซ้ำหน้า ... คำตอบคือ เขาไม่สามารถทำได้

ประการแรก อาร์เซน่อลไม่เคยคิดจะขายเขาออกจากทีม เพราะเห็นเขาเป็นตัวสำรองที่ล้ำค่า ขณะเดียวกันมาร์ติเนซที่อยู่กับทีมมายาวนาน ก็ไม่อาจหักใจขอย้ายทีมได้ เนื่องจากถึงจะไม่ได้ลงสนาม แต่ทีมดังจากลอนดอนเหนือก็ดูแลเขามาเป็นอย่างดี จนทำให้ชีวิตของเขาและครอบครัวได้อยู่อย่างสุขสบาย

เอมิเคยถึงขั้นคิดว่า ถ้าเขาจะต้องเป็นสำรองให้อาร์เซน่อลไปทั้งชีวิตก็ยอม เพราะนี่อาจจะเป็นสิ่งที่เขาทำได้ดีที่สุด และโอกาสตรงนี้ อาจจะเหมาะสมที่สุดแล้วกับนักฟุตบอลคนหนึ่งที่มาไกลจากครอบครัวยากจนในอาร์เจนตินา และได้โอกาสให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลระดับโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในฤดูกาล 2019–20 มาร์ติเนซได้เลื่อนขั้นขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูมือ 2 ของทีม หลังจากต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ถึงกระนั้นเขาก็พอใจที่ตัวเองได้ก้าวหน้า และพร้อมจะรับบทเป็นแบ็คอัพต่อไป

หลังจากพบแต่ความโชคร้ายมาตลอดชีวิต โชคได้ย้อนกลับมาหาเขาบ้าง หลังจาก แบรนด์ เลโน่ ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายฤดูกาล และไม่สามารถกลับมาลงสนามได้อีก เท่ากับว่ามาร์ติเนซจะกลายเป็นมือกาวเบอร์ 1 ของทัพปืนใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิต

ก่อนหน้านี้ใน 7 ปี มาร์ติเนซเคยลงสนามให้อาร์เซน่อลเพียงแค่ 14 นัด ตกเฉลี่ยปีละ 2 นัด แต่มือกาวจากอาร์เจนตินาสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน ด้วยผลงานสุดโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันประตู หรือภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยการควบคุมแผงหลังได้ในแบบที่เขาต้องการ

"ผมจำเป็นต้องแสดงความแข็งแกร่งออกมา ให้สมกับช่วงเวลาหลายปีที่ผมทำได้แค่รอ ตอนนี้ผมคือผู้รักษาประตูมือ 1 และผมพร้อมมานานแล้ว" เอมิ กล่าว

เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ไม่ทำให้ตัวเองต้องผิดหวัง เขากลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีส่วนพาอาร์เซน่อลคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ในฤดูกาล 2019–20 จากผู้รักษาประตูตัวสำรองอดทน กลายเป็นฮีโร่ของสโมสร และหนึ่งในมือกาวที่ร้อนแรงของโลกลูกหนัง

"ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมแทบไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ตอนนี้ผมได้เริ่มต้นกับการแสดงศักยภาพของผมออกมา" มาร์ติเนซ กล่าว หลังจากคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

 

ฮีโร่ของอาร์เจนตินา

ผลงานที่โดดเด่นในช่วงเวลาระยะสั้นกับการเป็นมือ 1 ทำให้มาร์ติเนซได้รับโอกาสครั้งสำคัญ หลังจาก แอสตัน วิลล่า จ่ายเงิน 20 ล้านปอนด์ ซื้อตัวเขามาจากอาร์เซน่อล และได้เป็นมือ 1 ตัวจริงเสียงจริงครั้งแรกในชีวิต

เพราะถึงแม้ว่าเขาจะมีผลงานที่ยอดเยี่ยม แต่สุดท้ายแล้ว เจ้าตัวกลับไม่ได้รับการการันตีตำแหน่งตัวจริงจากอาร์เซน่อล ซึ่งก่อนหน้านี้เขายอมรับตำแหน่งพระรองได้ เพราะไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ฝีมือตัวเอง

แต่ตอนนี้ เขาแสดงให้โลกเห็นแล้วว่า เขาดีพอที่จะยืนเป็นผู้รักษาประตูตัวจริง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาบ้านที่ผูกพันมายาวนานเป็น 10 ปี และท้าทายตัวเองใหม่อีกครั้ง กับแอสตัน วิลล่า ที่จบฤดูกาล 2019–20 แบบจ่อปากเหวตกชั้นในอันดับ 17 

มาร์ติเนซไม่ทำให้ต้นสังกัดใหม่ของเขาต้องผิดหวัง เพราะเจ้าตัวเซฟไปทั้งหมด 142 ครั้ง จากการลงสนามในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2020–21 มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของลีก ช่วยให้แอสตัน วิลล่า จบอันดับ 11 ในฤดูกาลแรกของเขากับทีม

ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ ก้าวขึ้นเป็นผู้รักษาประตูหมายเลข 1 คนใหม่ของทีมชาติอาร์เจนตินา ในศึกโคปา อเมริกา 2021 ทั้งที่เคยมีโอกาสลงสนามให้ทีมชาติอาร์เจนตินา ก่อนหน้านี้เพียงแค่ 2 เกมเท่านั้น 

นี่คือหนึ่งในการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ ลิโอเนล สกาโลนี่ เพราะมาร์ติเนซกลายเป็นฮีโร่ส่งอาร์เจนตินาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ หลังจากเซฟ 3 จุดโทษ ในเกมรอบรองชนะเลิศ กับทีมชาติโคลอมเบีย 

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวยังโชว์ผลงานยอดเยี่ยมในเกมนัดชิงชนะเลิศ กับทีมชาติบราซิล ช่วยให้ทีมไม่เสียประตู และพาทีมชาติอาร์เจนตินา คว้าแชมป์โคปา อเมริกา 2021 ได้สำเร็จ

ผลงานการเก็บคลีนชีต 4 นัดในทัวร์นาเมนต์ ส่งผลให้ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ กลายเป็นผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนตินาคนแรก ที่คว้ารางวัลถุงมือทองคำ จากรายการโคปา อเมริกา นี่ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับมือกาวรายนี้

"นี่คือช่วงเวลาที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ มันเหมือนกับความฝัน ผมย้ายไปอยู่กับอาร์เซน่อลตั้งแต่อายุ 17 ผ่านช่วงเวลาที่โหดร้าย ต้องใช้ความพยายาม ความกล้าหาญ เพื่อก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ ตอนนี้ฝันของผมเป็นจริงแล้ว"

"วันนี้ผมทำให้ชาวอาร์เจนตินาทุกคนมีความสุข พวกเขากลับมายิ้มได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวย ผมภูมิใจกับการเป็นคนอาร์เจนตินามากกว่าวันไหน ๆ" เอมิ กล่าวหลังจากคว้าแชมป์โคปา อเมริกา

ปัจจุบันหลายคนบอกเล่าเรื่องราวของ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ เหมือนกับเป็นเทพนิยาย จากผู้รักษาประตูสำรองอดทน สู่ฮีโร่ของชาติ และสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่รอคอยโอกาส ว่าสักวันจะประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในชีวิต

สำหรับมาร์ติเนซ ความสำเร็จของเขาไม่เคยเป็นเรื่องบังเอิญ แต่มาจากการทุ่มเททำงานหนัก ไม่เคยย่อท้อแม้ไม่มีใครมองเห็นเป็นเวลาหลายปี การเผชิญหน้ากับความยากลำบากมากมาย ทั้งที่อาร์เจนตินาและอังกฤษ แต่เขายังคงแข็งแกร่ง จนก้าวข้ามผ่านมาได้ และพิสูจน์ตัวเองในฐานะเพชรแท้ได้ในที่สุด

ไม่มีความสำเร็จใดที่ได้มาเพราะโชคช่วย นี่คือสิ่งที่ เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ บอกกับเราได้ เทพนิยายไม่เคยมีอยู่จริง เพราะมีแค่สองมือของมนุษย์เท่านั้น ที่ทำให้ชีวิตดั่งฝันเกิดขึ้นได้จริง เหมือนกับที่ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนตินารายนี้ทำได้

 

แหล่งอ้างอิง

https://lifebogger.com/emiliano-martinez-childhood-story-plus-untold-biography-facts/
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8577931/Emiliano-Martinez-tough-upbringing-Argentina-Arsenal-keeper-emerges-standout-player.html
https://scroll.in/field/969243/he-waited-10-years-for-a-chance-at-arsenal-when-it-arrived-emi-martinez-grabbed-it-with-both-hands
https://www.mirror.co.uk/sport/football/news/emi-martinez-copa-america-messi-24492134
https://www.independent.co.uk/sport/football/premier-league/emiliano-martinez-interview-arsenal-aston-villa-argentina-debut-profile-epl-b846764.html
https://www.teamtalk.com/news/emiliano-martinez-reveals-leaving-arsenal-decision
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8814737/Emiliano-Martinez-left-Arsenal-told-95-cent-chance-start-Fulham.html
https://www.premierleague.com/stats/top/players/saves?po=GOALKEEPER
https://www.besoccer.com/competition/rankings/premier_league/2021/best-goalkeepers
https://www.benchwarmers.ie/emiliano-martinez-has-turned-into-a-national-hero-the-first-argentina-goalkeeper-to-win-the-golden-glove/235627/
https://www.yardbarker.com/general_sports/articles/video_aston_villa_goalkeeper_emiliano_martnez_dedicates_the_copa_america_final_victory_to_all_argentines/s1_15953_35348906



AUTHOR

ณัฐนนท์ จันทร์ขวาง

이달의 소녀
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x