FEATURE

แกเรธ เบล : (อดีต) แข้งแพงสุดในโลกเจ้าของวลี "เวลส์, กอล์ฟ และ มาดริด เรียงลำดับตามนี้" | Main Stand



ท่าทางแสนอืดอาด ไร้ความกระตือรือร้น ทำเป็นเล่น และไม่แคร์แฟนบอล คือสิ่งที่ทำให้แฟน ๆ เรอัล มาดริด หมดความอดทนกับนักเตะอย่าง แกเรธ เบล 


 

และตัวเขาเองก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรจากคำด่าทอและการถูกมองว่าเป็นส่วนเกินของสโมสร ... แต่อย่าได้กล่าวแบบนั้นเด็ดขาดในยามที่เขาเล่นให้ทีมชาติเวลส์ 

เพราะเมื่อเปลี่ยนสีเสื้อ เบล จะกลายเป็นนักเตะอีกคน เปลี่ยนขั้วจากนรกกลายเป็นสวรรค์ 

เขาทำได้อย่างไร ? และอะไรที่ทำให้ความทุ่มเทระหว่างการเล่นให้สโมสรและทีมชาติไม่เท่ากัน ?  

ติดตามได้กับ Main Stand ที่นี่ 

 

คนหมดไฟ

ทำไม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จึงเป็นนักเตะที่ได้รับความชื่นชมเสมอมาแม้กระทั่งทุกวันนี้ ? 

นอกจากความเก่งกาจและความสำเร็จ เขาคือนักเตะที่ไม่เคยอิ่มตัวกับสิ่งที่ตัวเองคว้ามาได้ ได้หนึ่งจะเอาสอง, ได้สองจะเอาสาม เขาพยายามหาความยิ่งใหญ่ใส่ตัวเสมอมา ... แม้ไม่ต้องพูด แต่ภาษากาย หรือกระทั่งผลงานในสนามก็บอกเราแบบนั้นเสมอ นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เขาไม่ใช่แค่นักฟุตบอลที่แตกต่าง แต่เขาคือมนุษย์ที่ไม่เหมือนใคร และน่าจะมีจำนวนเพียงหยิบมือเท่านั้นบนโลกใบนี้ 

การกล่าวถึง CR7 จะทำให้คุณได้เห็นภาพของบทความนี้ชัดเจนขึ้น เพราะ แกเรธ เบล คือนักเตะที่ทำลายสถิติค่าตัวแพงที่สุดในโลกของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงได้ ในตอนที่ เบล ย้ายจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สู่ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2013 ด้วยค่าตัว 85 ล้านปอนด์ (โรนัลโด้ ย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2009)

เบล มีอายุน้อยกว่า โรนัลโด้ เกือบ 5 ปี มีร่างกายที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน ทักษะการจบสกอร์พอ ๆ กัน ซึ่งหากจะว่ากันตามตรง ในวันที่ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ทีมที่ว่ากันว่าเป็นสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เบล ก็ทำหน้าที่สมราคา ตอบแทนสโมสรได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ แชมป์ ลา ลีกา 1 สมัย (นับเฉพาะตอนที่ เบล และ CR7 เล่นด้วยกัน), โคปา เดล เรย์ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 4 สมัย รวมถึงแชมป์สโมสรโลกอีก 3 ครั้ง แต่หลังจากตรงนั้นต่างหากคือความต่างระหว่าง เบล และ โรนัลโด้ 

เบล ไม่ได้ผิดอะไร เขาคือหนึ่งในคนปกติ ที่เมื่อประสบความสำเร็จมาก ๆ และไม่มีอะไรให้ท้าทายอีกต่อไป พวกเขาก็เข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า "หมดแพชชั่น" หรือไร้ความกระหาย มีนักเตะไม่กี่คนที่คว้าแชมป์ระดับเมเจอร์ได้เหมือนที่ เบล ทำสำเร็จ แม้จะไม่ได้คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกอย่าง บัลลงดอร์ แต่แค่นี้ก็มากพอที่จะบอกว่าเขาเป็นนักฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จได้ 

มีคำกล่าวจากผู้เขียนนิยายกับวรรณกรรมด้านเยาวชนและศาสนาของอังกฤษที่ชื่อว่า โรซ่า แครี่ย์ (Rosa Nouchette Carey) ที่ครั้งหนึ่งเคยยากจนและใช้งานเขียนผลักดันตัวเองจนกลายเป็นนักประพันธ์ระดับโลกและถือว่าเป็นเบอร์ 1 แห่งยุคสมัย ทว่าหลังจากที่เธอทำสำเร็จ ด้วยการเขียนหนังสือระดับ เบสต์ เซลเลอร์ สุดท้ายเธอก็พบว่าเธอ "พอแล้ว" และอธิบายว่ามันเป็นเรื่องของการ "หมดแพชชั่น" ในวันที่คว้าทุกอย่างมาได้ด้วยมือของตัวเองแล้วเรียบร้อย 

"Do it with passion or not at all" (ทำด้วยความกระหายอยาก หรือไม่ทำอะไรเลย) คือประโยคที่เธอกล่าวถึงตัวเองในเวลานั้น และน่าจะเป็นครั้งแรก ๆ ที่โลกได้รู้จักคำว่า "หมดแพชชั่น" 

มันคือสถานการณ์เดียวกันกับที่ เบล ได้ประสบพบเจอ เมื่อหมดความกระหายอยาก เขาก็ไม่อยากทำอะไรเลย สิ่งเดียวที่ยังทำให้เขาเล่นฟุตบอลและซ้อมร่วมกับทีมคือการทำตามหน้าที่ ไม่มีความกระหายส่วนตัวอีกต่อไป เท่านี้ก็พอแล้ว ไม่คิดจะทำอะไรเพิ่มมากกว่าที่เคยเป็น ... ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ผิดอะไรเลย ไม่ว่าใครก็เป็นเช่นนี้ได้ทั้งนั้น มันคือเรื่องปกติ 

ไม่ใช่แค่ เบล นักเตะอีกหลายคนมีความยอดเยี่ยมในแง่ของฝีเท้า แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็หมดแพชชั่นไปดื้อ ๆ ... เอเด็น อาซาร์ กับ เรอัล มาดริด, ปอล ป็อกบา ที่ 3 วันดี 4 วันไข้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หรือแม้กระทั่ง เนย์มาร์ กับชีวิตอันสุดแสนสบายใน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ใกล้ตัวหน่อยก็ อุมัร อับดุลเราะห์มาน นักเตะของทีมชาติ ยูเออี ที่เคยเก่งจนถูกคาดหวังว่าจะได้ไปเล่นในยุโรป แต่สุดท้ายก็สุขสบายเกินกว่าจะหนีเซฟโซน 

 

Wales, Golf, Madrid in that order 

เวลส์, กอล์ฟ, มาดริด ลำดับความสำคัญมันเป็นแบบนั้น ... นี่คือสิ่งที่ เบล เคยพูดออกมาเล่น ๆ มันหมายความว่าสำหรับเขาแล้ว เรอัล มาดริด สำคัญน้อยยิ่งกว่าการตีกอล์ฟ ที่เป็นงานอดิเรกของเขาเสียอีก 

เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นต้องย้อนกลับไปในปี 2018 เมื่อ โรนัลโด้ ย้ายไปอยู่กับ ยูเวนตุส และนั่นเป็นเวลาที่ เบล จะต้องขึ้นมาทำหน้าที่เป็นเอซของทีมแทน เพียงแต่ว่าอย่างที่กล่าวไปข้างต้น ในปี 2018 นั้น เบล ได้คว้าทุกแชมป์กับ มาดริด มาแล้ว และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่พร้อมจะเป็นอย่าง โรนัลโด้ ผู้ที่คอยนำหน้าและทำให้เพื่อนร่วมทีมอยากคว้าชัยชนะทุกนัด 

เรอัล มาดริด เวอร์ชั่นไร้ โรนัลโด้ แต่มี เบล เป็นผู้นำ อีกทั้งยังไร้ ซีเนดีน ซีดาน กุนซือของทีมผู้พาทีมคว้าแชมป์ยุโรป 3 สมัยติดต่อกัน แต่เป็น ฆูเลน โลเปเตกี ที่เข้ามาทำหน้าที่แทน และทำให้ทีมต้องพบกับความปั่นป่วนและพินาศในทุกภาคส่วน 

ฟางเส้นสุดท้ายมาขาดเอาในนัดที่ 10 ของฤดูกาล เรอัล มาดริด เปิด ซานติอาโก เบอร์นาเบว พบกับ บาร์เซโลน่า ... โลเปเตกี ส่ง เบล ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ทว่าสุดท้ายเกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้คารังถึง 1-5 เมื่อนั้นก็วงแตกทันที

โลเปเตกี ถูกปลด เรอัล มาดริด ไร้หางเสือ ต้องเอา ซานติอาโก โซลารี่ ขึ้นมาคุมทัพชั่วคราว จากนั้น เบล ก็หายจากการเป็น 11 ตัวจริงไปโดยปริยาย 

เบล ถือเป็นเป้าโจมตีหลักของแฟน ๆ มาดริด เพราะเขาเปรียบเสมือนคนนอก แม้จะยิงประตูมากมายและมีส่วนร่วมกับทีมชุดแชมเปี้ยน แต่ทุกครั้งที่มีการลงคะแนนโหวตนักเตะยอดนิยมจากแฟน ๆ เบล จะหลุดจากท็อป 5 ตลอด และบ่อยครั้งด้วย ที่เขาติดอันดับนักเตะที่แฟนโหวตให้ขายทิ้งเมื่อตลาดซื้อขายเริ่มต้นขึ้น 

เบล ถูกมองว่ามีพฤติกรรมและทัศนคติที่ไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับทีม เขาไม่มีเพื่อนสนิทในทีมนอกจาก ลูก้า โมดริช ที่เป็นเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยเล่นที่ สเปอร์ส นอกจากนี้ ความประทับใจที่แฟนบอลมีต่อเขายังไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะ เบล มักจะทำตัวเหมือนกับเป็นพนักงานออฟฟิศ ที่แค่ทำหน้าที่ในสนามของตัวเองให้จบแล้วปลีกตัวออกห่างเพื่อไปใช้ชีวิตส่วนตัว ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับแฟนบอล นั่นแหละวิถีของคนหมดแพชชั่นเช่นเขา 

แต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่ปัญหาของ เบล สักเท่าไหร่ เพราะเขาเอาเวลาที่เครียดกับกระแสด้านลบที่เกิดขึ้น ไปใช้เวลากับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง ด้วยการไปตีกอล์ฟแทน ซึ่งเป็นกีฬาที่เขารู้สึกว่ามีความสุขและตอบโจทย์กับเขาอย่างที่สุด 


Photo : www.sportskeeda.com

"ผมไม่เข้าใจ ทำไมใคร ๆ มีปัญหากับการเล่นกอล์ฟของผมนัก กลัวผมเจ็บเหรอ ? ไม่ใช่เหตุผลนั้นหรอกมั้ง เพราะก่อนจะเล่นกอล์ฟผมก็คุยกับคุณหมอแล้วนะ และเขาก็ว่า ได้สิ ไม่มีปัญหา ทุกอย่างดูโอเค" เบล กล่าวผ่านพอดแคสต์ ของเขา 

"หน้าที่ของตัวเอง ผมก็ทำแบบไม่ตกหล่น แต่ก็ยังมีคนมองว่ามันไม่มากพอ ผมไม่เคยเห็นใครกล้าไปสงสัย สเตปห์ เคอร์รี่ (นักบาส NBA ของทีม โกลเดน สเตท วอริเออร์ส) ว่าเขาทำอะไรบ้างก่อนแข่งขัน 2 วัน"

"ฟุตบอล คือความสำคัญอันดับ 1 ของผม และผมก็ทำเต็มที่ตลอด ผมทุ่มเทให้กับมัน แต่ กอล์ฟ เป็นงานอดิเรกที่ทำให้ผมมีความสุขกับมัน อย่าบอกนะว่าคุณไม่เป็น ? ไม่หรอก ทุกคนต่างมีงานอดิเรกที่ตอบสนองความชอบและไลฟ์สไตล์ของตัวเองด้วยกันทั้งนั้นแหละ" เบล นั้นชอบเล่นกอล์ฟจริง ๆ และเขาก็ยอมรับว่าเขาสนุกกับมันมากกว่าฟุตบอล บ้านที่ เวลส์ ของเขาก็มีสนามกอล์ฟแบบ  3 หลุม จากการเปิดเผยของตัวเขาเอง 

เบลกำลังจะเปรียบเทียบอะไร ? สิ่งที่อธิบายคำกล่าวของเขาได้ดีที่สุด คือเขาก็เหมือนพนักงานออฟฟิศคนหนึ่ง ที่ทำงานวันละ 8-9 ชั่วโมงตลอดจันทร์ถึงศุกร์ เมื่อวันหยุดมาถึง เขาก็อยากจะนอนขี้เกียจ ดูซีรี่ส์ หาอะไรอร่อย ๆ กิน และเล่นเกมกันแบบข้ามวันข้ามคืน นั่นแหละคือสิ่งที่เขาเป็น

 

แต่กับ เวลส์ มันคนละเรื่อง

ไลฟ์สไตล์ดังกล่าวของ เบล ทำให้ผู้คนโดยเฉพาะที่มาดริดไม่ชอบใจ ไม่ใช่แค่แฟนบอล สโมสรก็อยากจะผลักเขาออกไปจากทีม แต่ในเมื่อสัญญายังมี พวกเขาก็ต้องทนเห็น เบล เล่นกอล์ฟทุกวันที่ว่างกันต่อไป ... นั่นแหละโลกของมืออาชีพ

อย่างไรก็ตาม เมื่อลงเล่นให้ เวลส์ เบล กลายเป็นคนละคน นับตั้งแต่ เบล ติดทีมชาติ เขาเป็นผู้เล่นตัวความหวังของทีมมาเสมอ ในปี 2016 เบล เป็น "เดอะ แบก" ด้วยการนำทีมม้ามืดอย่าง เวลส์ เข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึก ยูโร 2016 สิ่งที่ทุกคนเห็นจาก เบล ในยามเล่นให้ทีมชาติคือ "ความแตกต่าง" กับที่เขาเล่นให้ มาดริด เขากระตือรือร้น และกลับมามีแพชชั่นในแบบที่ไม่เคยปรากฏในทัพราชันชุดขาวมาหลายปี 

"เราเห็นอะไรจากตัวของ แกเรธ เบล ได้มากมาย ความแตกต่างมันเริ่มต้นตั้งแต่เขาเดินลงสนามและเข้าแถวร้องเพลงชาติแล้ว" สจ็วร์ต เจมส์ นักเขียนจาก The Guardian สื่อชื่อดังของอังกฤษว่าไว้ถึงความแตกต่างของ เบล ในเวอร์ชั่นชุดสีแดง 

เบล อาจจะมีเชื้อสายอังกฤษอยู่ในตัว แต่เขาผูกพันกับสายเลือด เวลส์ มากกว่า เขาลงเล่นให้ เวลส์ ตั้งแต่ชุดเยาวชน ในช่วงเวลานั้น เวลส์ ยังไม่ได้เก่งกาจอะไร ไม่เคยเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ จนมีการชักชวนให้เขาเลือกใช้สัญชาติอังกฤษเพื่อติดทีมชาติ เพราะเป็นที่รู้กันว่าอังกฤษขาดปีกซ้ายมาตั้งแต่ช่วงยุค 90s ซึ่ง เบลส์ ก็เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า "ง่ายนิดเดียว คำตอบคือไม่" 

"ไม่มีทาง (โอนสัญชาติ) ผมไม่สนใจเลย ต่อให้เวลส์จะไม่ได้ผ่านเข้ารอบอะไร ผมก็มองไม่เห็นภาพว่าตัวเองจะเล่นให้กับอังกฤษเลย" เบล กล่าว

"ภาพความทรงจำฝังหัว คือตอนที่ผมยังเด็ก เวลาที่พ่อกับแม่ดูการแข่งขันรักบี้ หรือฟุตบอลในผับ ทุกคนก็ร่วมร้องเพลงชาติเหมือนกับไปเชียร์ในสนาม ประเทศเรามีประชากรแค่ 3 ล้านคน เป็นประเทศที่เล็ก ดังนั้นเรื่องของอารมณ์และความสามัคคีจึงส่งผ่านกันได้ตั้งแต่การตะโกนร้องเพลงชาติแล้ว ... นั่นคือวิธีที่ชาวเวลส์สั่งสอนกันมาหลายชั่วอายุคน" 

"พวกเราชาวเวลส์ เป็นหนึ่งในชนชาติที่มีความภาคภูมิใจและมีความหลงใหลยิ่งกว่าใคร ผมเองก็เป็นเช่นนั้นตลอดในเวลาที่เล่นให้กับทีมชาติ ผมภูมิใจและรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้ง หัวใจผมจะสูบฉีดเมื่อเพลงชาติของเราดังขึ้นก่อนแข่ง"

"ผมร้องเพลงชาติอย่างเต็มใจพร้อม ๆ กับแฟน ๆ ที่มาเชียร์ในสนาม ผมยังจำเกมกับ เบลเยียม (รอบก่อนรองชนะเลิศ ยูโร 2016) ได้ดี ก่อนเกมพวกเราเหนื่อยและล้าจากทัวร์นาเมนต์นั้นมาก ๆ แต่เมื่อทั้งสนามเริ่มร้องเพลงนี้ เสียงมันกระหึ่มจนเกิดเป็นพลัง ผมไม่คิดว่าจะมีประเทศไหนทำได้แบบนี้ ความเป็นชาวเวลส์มันพลุ่งพล่านอยู่ในสายเลือดของผม" เบล ว่าไว้เช่นนั้น 

ทุกวันนี้ เบล ยังคงเหมือนเดิม เขาไม่เคยประสบความสำเร็จในฐานะแชมป์กับทีมชาติเวลส์ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก ความจริงคือฟุตบอลเป็นแหล่งสะท้อนความภาคภูมิใจและความชาตินิยมของชาวเวลส์เสมอมา ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ จะแชมป์หรือตกรอบ แกเรธ เบล ก็ไม่เคยหมดแพชชั่นกับการเล่นให้ทีมชาติเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาเต็มใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนในประเทศเห็นความสำคัญของเขาในฐานะดาวเด่นของทีม

"ผมไม่มีวันพลาดการแข่งขันกับทีมชาติเวลส์ ไม่เลย ไม่มีทาง ต่อให้ผมมีอาการบาดเจ็บ ผมก็จะพยายามลงเล่นให้ได้ ความมุ่งมั่นของผมที่มีต่อเวลส์ไม่ใช่ปัญหา ผมเต็มใจมอบให้ 100% เสมอ ... ผมชอบที่จะสวมเสื้อแข่งขันอันทรงเกียรตินี้ เล่นให้กับตราสัญลักษณ์ เล่นให้กับประเทศ แฟนบอล เหมือนกับที่พวกเขาคาดหวังจากตัวของผม"

"ตอนนี้เราอยู่ในการแข่งขัน ยูโร แล้ว และทุกคนเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวเป็นอย่างดี เรามาที่นี่เพื่ออะไร? ... คำตอบคือเราจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดที่เรามีให้กับประเทศของเรา" แกเรธ เบล กล่าวทิ้งท้าย 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8357867/Gareth-Bale-defends-love-golf-following-criticisms-Spanish-media-hobby.html
https://www.goal.com/en-kw/news/what-is-gareth-bales-golf-handicap/10rz0un7wowzb1nvn3x5rai0eo
https://www.goal.com/en/news/wales-golf-madrid-banner-just-a-bit-of-banter-bale-baffled/15ld05e7r1mi21a0ygke0qj1p6
https://www.thesun.co.uk/sport/football/14440619/gareth-bale-wales-injury-tottenham-madrid/
https://www.dailymail.co.uk/sport/football/article-8959731/Wales-Gareth-Bale-insists-regained-passion-football-summer-Tottenham.html



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x