FEATURE

พัค จี ซอง : ราชาพลังปอดชาวเกาหลีใต้ที่เปิดโลกให้นักฟุตบอลเอเชียสู่พรีเมียร์ลีก | Main Stand



พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1992 หลังจากนั้นมาอีก 28 ปี ลีกฟุตบอลของประเทศอังกฤษรายการนี้กลายเป็น "ราชา" ของโลกฟุตบอล ที่มีคนติดตามมากที่สุด ... ว่ากันว่าเข้มข้นที่สุด และล่าสุดก็มีแบรนด์ที่ใช้สโลแกนว่า "ราชาแห่งเบียร์" บัดไวเซอร์ เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการด้วย 


 

ภายใต้คำว่า "ราชาแห่งลีกฟุตบอล" นั้น ก่อให้เกิดหลากหลายเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และถูกยกย่องในนาม "ราชา" มากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยอดทีม, ยอดมือสังหาร, ยอดนักจบสกอร์ หรือแม้กระทั่งยอดคน 

และนี่คือเรื่องราวหน้าที่ 5 ของ "สารบัญราชา" ว่าด้วยเรื่องของ พัค จี ซอง นักเตะเอเชียคนแรกที่สร้างตำนานคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และทำได้ถึง 4 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น คือ การช่วยทีมจนกลายเป็นเจ้ายุโรปอีกด้วย 

เรื่องราวของนักล่าริมเส้นจอมทำลายล้างเกมรุกของคู่แข่ง จนเป็นราชา 3 พลังปอดของ พัค จี ซอง เกิดขึ้นได้เช่นไร ? ติดตามพร้อมกับ Main Stand 

 

มาเพื่อถล่มตลาดเอเชีย ? 

การขาดหายไปของนักเตะตำแหน่งริมเส้นหลังจาก เดวิด เบ็คแฮม ย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ในปี 2003 สร้างผลกระทบครั้งใหญ่หลวงกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไม่ต้องสงสัย 

ทันทีที่ เบ็คแฮม จากไป คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก็ย้ายเข้ามาแทนที่ ทว่าในช่วงแรก ๆ นั้นปีกชาวโปรตุกีสยังไม่เป็นโล้เป็นพายนัก เหตุจากทัศนคติในการเล่น การวางตัวที่ทำให้ โรนัลโด้ มีปัญหากับรุ่นใหญ่ในทีมอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย 

นี่คือสิ่งที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปวดหัวเป็นอย่างมาก เพราะฟุตบอลของเขาคือการเล่นแบบไดเร็กต์บอลจากหลังไปหน้าต้องทำให้ได้อย่างรวดเร็ว นักเตะตำแหน่งริมเส้นจึงเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก ซึ่งเหลือบดูทีมชุดปี 2004-05 นั้นมีปีกที่พึ่งพาได้รายเดียวคือ ไรอัน กิ๊กส์ ในวัย 31 ปี เท่านั้น

โรนัลโด้ ยังต้องรอวันพัฒนา, ดาวิด เบลลิยง ดูยังไงก็เข็นไม่ขึ้น, ลุค แชดวิค ก็ออกทะเลไปไกล, ควินตัน ฟอร์จูน ก็จับฉ่ายจนเกินกว่าที่จะประจำการในตำแหน่งปีกให้ทีมได้พึ่งพา ... ดังนั้นเองหลังจากฤดูกาล 2004-05 จบลงด้วยมือเปล่า จากการคว้าอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก, ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายฟุตบอลยุโรป และมาได้แค่รอบตัดเชือกในศึกเอฟเอ คัพ เท่านี้ก็มากพอที่จะบอกได้ว่า นี่คือฤดูกาลที่ล้มเหลว และพวกเขาต้องการนักเตะตำแหน่งปีกคนใหม่เข้ามา เพื่อทำให้แท็คติกที่เคยใช้หากินกลับมาอันตรายอีกครั้ง 

ในตลาดซื้อขาย ณ เวลานั้นมีนักเตะริมเส้นเก่ง ๆ อยู่จำนวนไม่น้อย ทว่าเมื่อตลาดซื้อขายปิดตัวลง นักเตะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในตำแหน่งนี้มีเพียงรายเดียว นั่นคือ พัค จี ซอง ผู้เล่นชาวเกาหลีใต้จาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น 

ไม่ใช่ว่า พัค ไม่เก่ง แต่กระแสตอบรับของพัค ที่ได้รับจากแฟน ๆ ในเวลานั้น แทบไม่มีอิมแพ็กต์อะไรเลย หลายคนตั้งคำถามว่า เขาทำผลงานได้ดีกับทัพโสมขาวในฟุตบอลโลก 2002 หรือกับ พีเอสวี ก็จริง แต่นักเตะแบบนี้ธรรมดาเกินไปหรือไม่ที่จะเอามาสร้างความแตกต่าง อย่างไรก็ตามสิ่งที่หลายคนไม่รู้ คือ เฟอร์กี้ เป็นพวกหลงใหลในแข้งธรรมดาเหล่านี้เป็นที่สุด การซื้อตัวนักเตะระดับกลาง ๆ แบบนี้ คือ ของถนัดที่เขาทำเป็นประจำ 

พัค มาพร้อมกับเครื่องหมายคำถาม ณ เวลานั้น ยูไนเต็ด ไม่เคยมีนักเตะเอเชียที่เล่นให้กับทีมชุดใหญ่เลยแม้แต่คนเดียวนับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร ดังนั้นเขาจึงถูกมองว่าเป็นนักเตะที่เข้ามาเพิ่มกลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับทีมปีศาจแดง เพราะแฟนคลับในโซนเอเชียของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงเวลาดังกล่าวมีจำนวนมากถึง 325 ล้านคน ... คำถามที่ตั้งไว้กับ พัค อาจจะดูโหดร้ายไปบ้าง แต่ด้วยตัวเลขและแนวทางการตลาดที่กล่าวมา มันก็สมเหตุสมผลและชวนให้คิดเช่นนั้นได้เหมือนกัน ... และนั่นคือสิ่งที่ พัค ต้องช่วย เฟอร์กี้ ตอบคำถามว่า "เขามาที่นี่เพื่ออะไร ?" 

"ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถพิสูจน์ตัวเองกับหนึ่งสโมสรชั้นนำที่สุดของโลก ผมต้องการแสดงคุณค่าของตัวเองที่มีต่อสโมสรแห่งนี้ บอกทุกคนว่าผมไม่ได้มาเพื่อเสริมสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดในเอเชีย ผมไม่ได้บินมาที่อังกฤษเพื่อมาทำธุรกิจแต่อย่างใด ผมเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง และผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ลงสนามมากที่สุดเท่าที่จะทำได้" พัค กล่าวในวันแรกที่เขาเซ็นสัญญา 

 

แตกต่างอย่างเป็นตัวเอง 

ฤดูกาล 2005-06 ที่ พัค เข้ามาปีแรก คือฤดูกาลที่ เฟอร์กี้ กำลังได้ทีมชุดที่ดีที่สุดในรอบ 3 ปีหลัง เวย์น รูนี่ย์ พึ่งพาได้ตั้งแต่ยังเด็ก โรนัลโด้ พัฒนาขึ้นทั้งร่างกายและทัศนคติ สิ่งที่สำคัญ คือ ระบบการเล่นหากินที่ใช้มายาวนานอย่าง 4-4-2 เริ่มถูกปรับให้เข้ากับฟุตบอลสมัยใหม่ ที่ช่วงชิงพื้นที่ในแดนกลางให้ได้มากที่สุด จนปรับมาเหลือระบบที่มีกองหน้าแค่คนเดียว ไม่ว่าจะเป็น 4-3-3 หรือ 4-3-2-1 ก็แล้วแต่เกมหรือแล้วแต่คนจะเรียก

เฟอร์กี้ มักจะบอกเสมอว่าเหตุผลที่เขายังไม่ยอมวางมือง่าย ๆ เพราะการได้เห็น 2 แข้งพรสวรรค์อย่าง รูนี่ย์ และ โรนัลโด้ กำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะ ทว่าการจะให้ทีมสมดุลคุณย่อมต้องการนักเตะที่เล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุกในคนเดียวกัน ซึ่ง พัค จี ซอง คือความแตกต่างนั้น ในแท็คติกที่ต้องการใครสักคนคอยทำลายเกมรุกคู่แข่ง และสร้างจุดเริ่มต้นเกมรุกของทีมตัวเอง เฟอร์กี้ เห็นคาแร็คเตอร์นี้อย่างชัดเจนในตัวของพัค ... เขาเห็นมันทุกวันตั้งแต่ตอนฝึกซ้อมทุก ๆ มื้อ สิ่งแข้งเกาหลีใต้รายนี้ทำ คือ "ซ้อมเหมือนกับแข่งจริง"

"พัค จี ซอง คือฝันร้ายในสนามซ้อมของผม เขามีแรงมากพอจะวิ่งได้ทั้งวัน ผมรู้ทันทีว่าเขาจะกลายมาเป็นทหารเอกผู้จงรักภักดีให้กับผู้จัดการแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ เซอร์ อเล็กซ์ ให้คำแนะนำอะไรกับเขาไป เขาจะทำตามทันทีโดยไม่มีอิดออดเลย" พอล สโคลส์ อดีตนักเตะของ ยูไนเต็ด ที่มักจะโดน พัค ไล่ประกบในการซ้อม พูดถึงความแตกต่างจากนักเตะคนอื่น ๆ 

"การที่คุณจะเป็นนักเตะของสโมสรแห่งนี้ได้ คุณต้องแสดงบางอย่างที่พิเศษออกมา บางคนเป็นเรื่องไหวพริบ บางคนเป็นเรื่องของเล่ห์เหลี่ยมฟุตบอล แต่สำหรับ พัค จี ซอง เขาเป็นพวกพลังปอดเทอร์โบ เขาเต็มใจจะวิ่งหาที่ว่างให้ตัวเองตลอดเวลา สร้างพื้นที่ให้กับคนอื่น ๆ ทุกครั้งที่ทีมเสียบอล เขาจะเป็นคนแรกที่ออกล่าเพื่อเอาบอลกลับมาครองให้ได้"

"เขาไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ ยกเว้นผู้จัดการจะบอกให้เขาหยุด นี่คือเหตุผลที่เขาเข้าไปอยู่ในใจของแฟน ๆ และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน อย่างรวดเร็ว" สโคลส์ ว่าเช่นนั้น

ลักษณะเด่นของ พัค มาพร้อมกับยุคสมัยใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะหลังจากจบฤดูกาล 2005-06 เฟอร์กี้ ตัดสินใจปล่อย ฟาน นิสเตลรอย ให้กับ เรอัล มาดริด และดัน โรนัลโด้ กับ รูนี่ย์ ขึ้นเป็นตัวความหวังเกมรุกร่วมกัน เพื่อสร้างทีมที่ดีที่สุดแห่งยุคอย่างเต็มตัว ส่วนตัวของ พัค ในเวลานั้น แม้จะขยันแค่ไหน แต่ในเรื่องฝีไม้ลายมือก็ยังเป็นรองทั้ง 2 คนที่กล่าวมาอยู่ ดังนั้นเขาอาจจะไม่ได้รับบทเด่นอะไรมากมายนัก เว้นเสียแต่ว่าเมื่อเกมใหญ่มาถึง 

 

บิ๊กเกมเพลเยอร์ 

ในเกมอื่น ๆ โรนัลโด้, รูนี่ย์ หรือแม้กระทั่งผู้มาทีหลังอย่าง คาร์ลอส เตเวซ หรือ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ มักจะเป็นคนที่โดดเด่น เพราะท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างจะจบที่พวกเขาเหล่านี้เป็นคนทำประตู 

ทว่าสำหรับเกมบิ๊กแมตช์นั้น สิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวถึง 4 ผู้เล่นเกมรุกข้างต้นนั้นใช้ไม่ได้เสมอไป  ในเกมที่เชือดเฉือนกันด้วยแท็คติก นักเตะฝั่งตรงข้ามมีศักยภาพทัดเทียมกันหรือมากกว่า เซนส์บอลการเล่นเกมรุกของทีมระดับชั้นนำอันตรายทุกจังหวะ และเพื่อทำลายล้างสิ่งเหล่านี้ของคู่แข่ง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ค้นพบวิธีแก้ลำด้วยการใช้นักเตะธรรมดา ๆ เข้าห้ำหั่นกับสตาร์ระดับโลก ... หากเป็นแฟนบอลของ ยูไนเต็ด คุณคงจะนึกภาพออก เพราะในเกมระดับบิ๊กแมตช์นั้น ผู้เล่นอย่าง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ และ พัค จี ซอง ที่แฟนบอลทั่ว ๆ ไปมองว่าฝีเท้าธรรมดามักจะถูกส่งลงสนามเสมอ

โดยเฉพาะในรายของ พัค นั้น เฟอร์กี้จะเลือกถอดตัวอันตรายในเกมรุกออก 1 คนและเอาเขาที่มีความสมดุลทั้งรับทั้งรุกลงเล่นแทนในตำแหน่งนั้น หน้าที่ของ พัค คือผู้ทำให้แดนกลางของทีมไม่สามารถผ่านไปได้ง่าย ๆ ... เหมือนกับที่ สโคลส์ บอก เมื่อ พัค โดนส่งลงมาให้ไล่บี้เขาจะทำ และเมื่อทีมเสียบอลเขาจะเอามันกลับมา หลังจากนั้นบอลที่เขาแย่งมาได้ จะเป็นการเอาไปทำต่อจนกลายเป็นของดีและได้ซีนสวย ๆ สำหรับเหล่านักเตะเกมรุกคนอื่น ๆ หรือผู้ที่ทำประตูได้ 

"พัค ยอดเยี่ยมเสมอเมื่อเกมใหญ่มาถึง ผมชอบใช้งานเขาสำหรับบิ๊กเกมโดยเฉพาะ" เฟอร์กี้ ว่าถึงทหารคนโปรดของเขา 

หนึ่งในฉากที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นมากมายเกมฟุตบอลยุโรป คือช่วงเวลาที่ พัค ได้ฉายแสง การแข่งขันในปี 2007-08 นั้นเขาคือตัวหลักในถ้วยบิ๊กเอียร์ ทำหน้าที่ทั้งรุกทั้งรับจนทีมผ่านรอบน็อคเอาต์ตั้งแต่รอบ 16 ทีมจนถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายด้วยการเอาชนะ ลียง, โรม่า และ บาร์เซโลน่า โดยที่ทีมเสียประตูแค่ลูกเดียวเท่านั้น และมันตรงกับคำพูดที่ว่า "เกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์" ที่ เฟอร์กี้ มักจะว่าเช่นนั้นอยู่เป็นประจำ 

หน้าที่ของ พัค ชัดเจนเช่นนั้นตลอดมา เพียงแต่ว่ามันยากที่จะเข้าตาใคร เพราะมันคือหน้าที่ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมายนักหากมองกันแค่ผลสกอร์ ทว่ามีเกม ๆ หนึ่งที่แฟนบอลทั่วโลกต่างพร้อมใจปรบมือให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นแฟนบอลทีมใดก็ตาม นั่นคือเกมฟุตบอลยุโรปในปี 2010 ที่ ยูไนเต็ด เข้ารอบน็อคเอาต์และต้องพบกับ เอซี มิลาน แชมป์ 7 สมัย 

ยูไนเต็ด ณ เวลานั้นไม่มี โรนัลโด้ แล้วเพราะเจ้าตัวเลือกย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด นั่นทำให้หลายคนคิดว่าพวกเขาคงเสร็จแน่เพราะ มิลาน ตอนนั้นมีทั้ง โรนัลดินโญ่, คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และจอมทัพที่ว่ากันว่าเป็นโคตรบอลแห่งยุคอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ อยู่ที่กลางสนาม 

การแข่งขันทั้ง 2 เลกจบลงด้วยชัยชนะที่ง่ายดายของ แมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยผลรวมสกอร์ 7-2 ทว่าความเด่นของ พัค จี ซอง ในเกมนี้ไม่มีใครไม่พูดถึง เขาได้รับคำสั่งให้ปิดตาย ปีร์โล่ ให้ไม่สามารถออกบอลได้ถนัด และเขาปฎิบัติตามคำสั่งนั้นอย่างเคร่งครัด ... ปีร์โล่ ดิ้นไม่ออกตลอด 180 นาที และนั่นคือสิ่งที่ทุกคนทั่วโลกเห็น รวมถึง ปีร์โล่ เองที่บอกว่า "จะไม่มีวันลืมเกมนี้เลย" 

"พัค จี ซอง เล่นเหมือนคอมพิวเตอร์ที่โดนตั้งโปรแกรมคำสั่งมาเลยนะ ... เขา (เซอร์ อเล็กซ์) ปล่อยเขาลงสนามเพื่อให้ทำหน้าที่เป็นเงาของผม ทุกครั้งที่ผมหันหน้า เขาจะพุ่งมาด้วยความเร็วระดับอิเล็กตรอน เขาวิ่งชนผมทุกจังหวะ ตามองแต่ลูกฟุตบอลราวกับไม่รู้ว่ามันคืออะไร"

"นี่มันคือการตั้งโปรแกรมผ่านคอมพิวเตอร์ชัด ๆ ความทุ่มเทของนักเตะคนนี้สูงส่งเหลือเชื่อ ผมยอมรับว่าเขาเป็นนักเตะที่ดีและมีชื่อเสียงนะ แต่ที่ยอมรับยิ่งกว่านั้น คือ การที่เขายอมทำหน้าที่เหมือนกับสุนัขเฝ้ายามตามคำสั่งของเจ้านายทุกวินาที" ปีร์โล่ เขียนลงในหนังสือประวัติของเขาที่มีชื่อว่า l'architetto

ภาพรวมของเกมทั้ง 2 เลกชี้ชัดถึงตัวตนและความยอดเยี่ยมของ พัค จี ซอง อย่างที่สุด ไม่ใช่แค่ ปีร์โล่ หรือแฟนบอลคนอื่น ๆ ที่รู้สึกทึ่ง เพราะแม้แต่นักเตะของ ยูไนเต็ด ชุดนั้นหลาย ๆ คนยังยอมรับว่าการประกบตัวของ พัค ทำเอาได้ดีมากราวกับวิญญาณที่ตามหลอกหลอนจนหยดสุดท้าย 

"ชัวร์ป๊าบ ตอนเช้าก่อนที่ อันเดรีย ปีร์โล่ จะลุกไปเข้าห้องน้ำ เขาคงแหงะซ้ายแลขวาเพื่อมองดูว่า จี ซอง จะตามมาสกัดเขาหรือเปล่า ... วันนั้นเขาสุดยอดมากจริง ๆ" ริโอ เฟอร์ดินานด์ กองหลังของทีมกล่าว

ขณะที่ สโคลส์ ที่รับประสบการณ์แบบที่ ปีร์โล่ เจอมาแล้วหลายต่อหลายครั้งในสนามซ้อมเผย "ผมบอกแล้วว่ามันคือนรก ต่อจากนี้ไป ปีร์โล่ จะไม่วันลืมชื่อ พัค จี ซอง อีกเลย" 

แชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และสโมสรโลก กับยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกอย่างละ 1 สมัย คือรางวัลที่ พัค จี ซอง มีส่วนร่วมช่วยให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าถ้วยเหล่านี้มาใส่ตู้โชว์สโมสร ...

ไม่เด่นดังแต่ทรงประสิทธิภาพ และหากนับเฉพาะเกียรติประวัติ จะเห็นได้ว่าเขาคือนักเตะเอเชียที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก และเป็นนักเตะอันดับ 1 ตลอดกาลของเกาหลีใต้ ... แม้ทุกวันนี้การขึ้นมาของ ซน ฮึง มิน ที่ทำได้ดีกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ จะถูกยกย่องขึ้นมาแทนที่เขาไปบ้าง ทว่าสำหรับ ซน นั้นเขาพูดเสมอว่า ตนเองไม่มีทางเทียบกับสิ่งที่ พัค จี ซอง ทำไว้ได้เลย

"อย่าเอาผมไปเทียบกับ จี เลย ... ผมเทียบเขาไม่ได้หรอก เขาเป็นตำนานและเป็นไอดอลของผม ทุกวันนี้ผมยังภูมิใจในตัวเขาอยู่เลยนะ"

"มันยากมากสำหรับชาวเอเชียคนหนึ่งที่จะมาไกลได้ถึงตำแหน่งแชมป์พรีเมียร์ลีก แต่เขาทำได้และตำนานของเขายังคงอยู่ ผมหวังว่าสักวันผมจะเดินตามรอยเท้านั้นและทำให้แฟน ๆ รัก เป็นผู้เล่นระดับสร้างอิมแพ็กต์ให้เหมือนกับที่เขาทำได้" ซน ฮึง มิน ว่ากับ Daily Mail ในปี 2018

ทุกอย่างที่กล่าวมาคือเหตุผล และวีรกรรมที่เขาสร้างไว้ยังคงเป็นที่จดจำของแฟน ๆ เสมอ ทุกวันนี้เสียงเพลงเชียร์ประจำตัวของ พัค จี ซอง ยังถูกแฟน แมนฯ ยูไนเต็ด ร้องเสมอเมื่ออยู่ในสนามอยู่เลย ... 

กว่าจะถึงทุกวันนี้ได้ ไม่มีอะไรง่ายสำหรับ พัค จี ซอง นักเตะเอเชียที่เคยถูกมองว่ามีวาสนาได้มาอยู่กับทีมระดับโลกอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เพราะขายเสื้อ กลับเปลี่ยนแปลงความคิดของคนตะวันตกด้วยการเล่นและความทุ่มเทที่ไม่เหมือนใคร

นักเตะธรรมดาที่ซ่อนความพิเศษไว้ในเกมบิ๊กแมตช์ นักทำลายเกมที่อยู่เบื้องหลังชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ นี่คือคุณสมบัติที่แม้แต่ทุกวันนี้ก็ยังหานักเตะริมเส้นที่ทำหน้าที่ได้สารพัดอย่าง พัค จี ซอง ไม่ได้ ... แม้ไม่เด่นเท่าใคร ก็สามารถเป็นที่ 1 ในแบบของตัวเองได้ เพราะแท้จริงแล้วความเป็น "ราชา" ไม่ต้องเลียนแบบใครให้เสียเวลา เช่นเดียวกับ บัดไวเซอร์ ที่คงคุณภาพในทางของตัวเอง จนกลายเป็นความไม่เหมือนใคร และเป็นเบียร์อันดับ 1 ที่อยู่คู่กับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกถึงทุกวันนี้ 

 

แหล่งอ้างอิง : 

https://www.theguardian.com/football/2019/mar/09/european-clubs-asian-fans-premier-league-villarreal-china
https://www.premierleague.com/news/1254904
http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/teams/m/man_utd/4080568.stm
https://www.manutd.com/en/news/detail/why-man-united-fans-still-sing-the-name-of-ji-sung-park
https://www.manchestereveningnews.co.uk/sport/football/football-news/manchester-united-park-ji-sung-18083982
https://footballbh.net/2018/02/25/park-ji-sung/



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x