FEATURE

กฎสำหรับ "คันโตนา" : ตำนานผู้เปลี่ยนรสชาติพรีเมียร์ลีกให้จี๊ดถึงขีดสุด ... "เอริค เดอะ คิง" | Main Stand



พรีเมียร์ลีกถือกำเนิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1992 หลังจากนั้นมาอีก 28 ปี ลีกฟุตบอลของประเทศอังกฤษรายการนี้กลายเป็น "ราชา" ของโลกฟุตบอล ที่มีคนติดตามมากที่สุด 


 

ภายใต้คำว่า "ราชาแห่งลีกฟุตบอล" นั้น ก่อให้เกิดอีกหลายเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่และถูกยกย่องในนาม "ราชา" อีกมากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยอดทีม, ยอดมือสังหาร, ยอดนักจบสกอร์ หรือแม้กระทั่งยอดคน

และนี่คือเรื่องราวของ "สารบัญราชา" ว่าด้วยเรื่องของ เอริค คันโตนา นักฟุตบอลที่นำพาพรีเมียร์ลีกเข้าสู่การเป็นฟุตบอลสมัยใหม่อย่างเต็มรูปแบบ

ไม่ใช่แค่ยิงประตู แต่ต้องเหนือชั้น ... ไม่ใช่แค่เก่งกาจ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะแตกต่าง ไม่เหมือนใคร กล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง และพิเศษกว่าใคร ๆ

ติดตามเรื่องราวความมันและไม่มีใครทำซ้ำได้ของ "เอริค เดอะ คิง" ได้ที่นี่

 

ตำนานตั้งแต่ย้ายมา 

ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ของอังกฤษในฤดูกาล 1991-92 จบลงด้วยความผิดหวังของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สามารถเป็นได้แค่รองแชมป์และปล่อยให้คู่แข่งคู่แค้นอย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้าวินไปอย่างยิ่งใหญ่ 

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น แม้ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะยืนยันว่า "ลีดส์ คือแชมป์ที่คู่ควร" แต่อย่างที่ทุกคนรู้กัน คนอย่าง เฟอร์กี้ เกลียดการเป็นหมายเลข 2 และความพ่ายแพ้อย่างที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสียท่าให้กับคู่ปรับโดยตรงเช่นนี้ 

ย้อนกลับไป ณ เวลานั้น เอริค คันโตนา ไม่ใช่นักเตะที่โดดเด่นถึงขั้นแบกทีม ลีดส์ จนเป็นแชมป์ เขาเพิ่งย้ายมาจากฝรั่งเศส และลงสนามให้ทีม 15 นัดยิงได้ 3 ประตู ค่าเฉลี่ยคือ 5 นัดต่อ 1 ประตู และนั่นน้อยมากสำหรับนักเตะตำแหน่งกองหน้า อย่างไรก็ตาม มีอะไรบางสิ่งที่ยืนยันได้ว่า คันโตนา ในวัย 23 ปี "มีของ" และ ลีดส์ รู้ว่าหากพวกเขาขยายสัญญาของ คันโตน่า ได้ พวกเขาจะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงในปีต่อ ๆ มา แต่ปัญหาอย่างเดียวคือ เฟอร์กี้ ก็เห็นเช่นนั้นด้วย

"เราตกลงจะจ่ายเงินให้ เอริค 5 แสนปอนด์ ซึ่งมันก็มากโขสำหรับลีดส์ ในตอนนั้น แต่เราได้รับคำแนะนำจาก มิเชล พลาตินี่ บอก 'หมอนี่แหละของจริง ถ้าคว้าตัวเขาไว้ได้จะสุดยอดมาก' เราต้องการทำทุกวิถีทาง แต่มันเกิดปัญหาบางอย่างขึ้น มันทำให้เราไปต่อไม่ได้" บิล ฟาเธอร์บีย์ ซีอีโอของ ลีดส์ ในยุคนั้นกล่าว  

ปัญหาไม่ใช่เฟอร์กี้ ... แต่เป็นเพราะ คันโตนา เองรู้สึกเข้ากับใครไม่ได้ในทีม เพราะ ณ เวลานั้นมีนักเตะคนเดียวในทีม ลีดส์ ที่สื่อสารภาษาฝรั่งเศสพอได้อย่าง ลี แชปแมน อีกทั้งวัฒนธรรมของฟุตบอลอังกฤษ ณ เวลานั้นยังไม่เปิดรับนักเตะต่างชาติมากนัก นั่นคือสาเหตุที่ คันโตนา ไม่ค่อยแฮปปี้และยังไม่ตกลงสัญญาฉบับใหม่

คำถามคือแล้ว เฟอร์กี้ เข้ามาเกี่ยวกับ คันโตน่า เมื่อไหร่ ? ... 

เรื่องของเรื่อง คันโตน่า ไม่ใช่เป้าหมายแรกของ เฟอร์กี้ ณ เวลานั้น ยูไนเต็ด ต้องการกองหน้าเพิ่ม หลัง ดิออน ดับลิน ที่เพิ่งซื้อมา ขาหักต้องปิดเทอมก่อนใคร มิหนำซ้ำ กุนซือชาวสก็อตต์ยังพลาดคว้าตัว อลัน เชียเรอร์ ดาวรุ่งจาก เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งสุดท้ายก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน เชียเรอร์ เลือกย้ายไป แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ดังนั้นชื่อของ คันโตน่า จึงปรากฎในฐานะเป้าหมายเสริมแบบไม่ตั้งใจ

ลีดส์ ยูไนเต็ด นั้นโทรมาหา เฟอร์กูสัน เพื่อขอซื้อตัว เดนิส เออร์วิน แบ็คซ้ายตัวหลักของทีม ซึ่ง เฟอร์กี้ ไม่มีทางขาย แถมเขายังย้อนศร เล่นสงครามจิตวิทยากลับด้วยการบอกว่า "แล้วถ้าผมจะขอซื้อ คันโตนา ล่ะ คุณจะว่ายังไง ?" 

สถานการณ์ฝั่ง ยูไนเต็ด เป็นต่อทันทีเพราะ เออร์วิน ไม่ได้อยากจะย้ายทีม แต่ คันโตนา นั้นไม่สนุกกับชีวิตที่ ลีดส์ ดังนั้นจากที่ ลีดส์ ควรจะได้ตัว เออร์วิน ก็กลายเป็นว่าพวกเขาไม่ได้ แถมยังต้องเสีย คันโตนา ที่ใจลอยไปถึง แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่ได้รับการทาบทามแล้ว ... เวลาเจรจาไม่นานนัก ปีศาจแดง ปิดดีล คันโตนา ด้วยราคา 1.2 ล้านปอนด์ และการมาของเขา ก็เปลี่ยนหน้าฉากของสโมสรใหม่แห่งนี้ไปเลย

 

กฎสำหรับ คันโตนา 

"ถ้าจะให้พูดชื่อนักเตะคนเดียวบนโลกนี้ที่ถูกสร้างมาเพื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คน ๆ นั้นคือ เอริค คันโตนา" 

"หมอนี่หยิ่งผยองมาก เดินยืดอกมองทุกคนราวกับจะบอกสมาชิกในทีมว่า 'ว่าไงวะพวกมึง กูชื่อ คันโตนา พวกมึงของจริงแค่ไหนวะ ? เก่งพอจะเล่นกับกูหรือเปล่า ?'" เฟอร์กี้ ว่าไว้ถึงนักเตะคนสำคัญคนใหม่ของเขา 

นักเตะอังกฤษใน ลีดส์ ไม่ยอมรับ คันโตนา เพราะอะไร ? คำถามนี้นักเตะ ยูไนเต็ด ได้คำตอบทันทีนับตั้งแต่ดาวยิงชาวฝรั่งเศสเข้ามาเป็นสมาชิกของทีม ... เขาจองหองเกินกว่าจะก้มหัวให้ใคร แม้วันนั้น คันโตนา จะมาด้วยสถิติยิงประตูเพียงแค่ 3 ลูกเท่านั้น 

แกรี่ พัลลิสเตอร์ ยอดกองหลังของทีมอีกคนก็ว่าตามแบบไม่ต่างกันกับเฟอร์กี้นัก คันโตนา คือคนที่เข้ามาสร้างความหยิ่งผยองตั้งแต่วินาทีแรกโดยแท้จริง แต่ทันทีที่ได้แสดงความสามารถ ก็ไม่มีใครกล้าสงสัยอีกต่อไป 

"ทีมของเรา ณ ตอนนั้นมีสปิริตและคาแร็คเตอร์ที่ดีอยู่แล้วนะตอนนั้น แต่พอ เอริค เข้ามา หมอนี่เดินอาดหลังตรงคอตั้งราวกับจะบอกทุกคนว่า 'เออ กูเกิดมาเพื่อที่นี่' ... พูดตรง ๆ คุณสามารถทำแบบที่เขาทำได้ แต่คุณต้องเก่งให้ได้อย่างเขาก่อน" พัลลิสเตอร์ ว่าต่อ

"เราเป็นมืออาชีพในแบบที่ควรเป็นแล้ว แต่ คันโตนา นำความเป็นมืออาชีพแบบใหม่เข้ามา เขาเบิกเนตรนักเตะในทีมอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่กับผม ไอ้พวกเด็ก ๆ จาก คลาส ออฟ 92 นี่แหละได้เรียนรู้จากเขามากมาย ทั้ง พอล สโคลส์, เดวิด เบ็คแฮม, นิคกี้ บัตต์ และ แกรี่ เนวิลล์ พวกนี้แหละเด็กคันโตน่าทั้งนั้นเลย" 

แต่ทำไมทุกคนที่ ยูไนเต็ด จึงให้ความเคารพและมองเขาเป็นเหตุผลสำคัญ ทั้ง ๆ ที่โดยปกติแล้ว คนที่เปิดตัวด้วยท่าทางแบบนี้มักไม่ถูกยอมรับในสังคมหรือเพื่อนร่วมงาน ? ... คำตอบนี้ถูกคลายสงสัยโดยผู้คนที่ได้สัมผัสกับ คันโตนา หลายคน ไม่ว่าเขาจะวางตัวอย่างไร แต่ในเรื่องของความเป็นมืออาชีพ เขาไม่เคยขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่ 1% และเขายังมองแตกต่างออกไปด้วยว่า ยูไนเต็ด ที่ไม่เคยได้แชมป์ลีกมานาน ควรจะต้องมีนักเตะที่มีนิสัย และคาแร็คเตอร์ที่ชัดเจนแบบที่คันโตน่าเป็น

การลงซ้อมของ คันโตนา นั้นพิเศษกว่าคนอื่น ๆ ในแบบที่ เฟอร์กี้ บอกว่า "ไม่เคยเจอมาก่อน" เราไม่อาจจะรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ เดอะ คลิฟฟ์ (สนามซ้อมในเวลานั้น) แต่การที่ เฟอร์กี้ พูดเช่นนี้ มันอาจจะหมายถึงสิ่งมหัศจรรย์ หรืออะไรที่เขาไม่เคยได้สัมผัสจากนักเตะคนไหนในทีมเลย

"การซ้อมของ คันโตนา พูดตรง ๆ เหมือนการเปิดโลกทัศน์ เขาทำอะไรหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้เลยจริง ๆ" เฟอร์กี้ ว่าต่อ และในช่วงเวลานั้น คันโตน่า เข้ามาแทนที่ของ ไบรอัน ร็อบสัน ที่กำลังโรยราลง เขายกให้ คันโตนา เป็นผู้นำคนใหม่ และเป็นตัวอย่างให้เด็ก ๆ หลายคนในทีม ณ เวลานั้นดูไว้เป็นแบบอย่าง

"แม้ คันโตนา จะไม่ได้มาซ้อมเป็นคนแรกในตอนเช้า แต่เขาก็กลับบ้านช้ากว่าใครทุก ๆ วัน" เบน ธอร์นลีย์ นักเตะเยาวชนของปีศาจแดงชุดแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ปี 1992 กล่าว

"ดีดส้น ม้วนตัวตวัดยิง พลิกบอลด้วยการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในพริบตา มันพอจะบอกได้ว่าเขามีพรสวรรค์ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาฝึกฝนเรื่องพวกนี้ซ้ำ ๆ บ่อยมาก เชื่อไหมตอนนั้นนักเตะหลายคนไม่กล้าจะลองอะไรแบบนี้ในการแข่งขันหรือการซ้อมเท่าไหร่หรอก เพราะกลัวผู้จัดการจะด่าเอาหากพลาดขึ้นมา แต่ เอริค ไม่กลัวคำพูดของใครทั้งนั้น เพราะเขามั่นใจว่าเขาทำได้"     

"เขาเป็นคนที่มีคาแร็คเตอร์ของผู้ชนะ มีโค้ชหลายคนบอกพวกเรา (ชุด คลาส ออฟ 92) ว่า ดูเอริคไว้ให้ดี ๆ ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่ทั้งหมดที่เขาทำ" ธอร์นลีย์ กล่าวทิ้งท้าย

คันโตนา อาจจะไม่ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมของ ยูไนเต็ด บ่อยนัก แต่เขาพร้อมนำหน้าทุกคนเสมอ ว่ากันว่าการขออยู่ซ้อมต่อของ คันโตนา นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงตารางซ้อมของ ยูไนเต็ด ให้ยาวขึ้น เพราะนักเตะหลายคนอยากที่จะทำเหมือนกับที่ คันโตนา ทำ

หากจะเปรียบเทียบให้แฟนบอลยุคปัจจุบันเห็นภาพ คันโตนา คงเหมือนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในครั้งซึ่งเขาเป็นเบอร์ 1 ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ... เปลี่ยนแปลงเกมได้ ทุ่มเทในการซ้อม ใช้เทคนิคและทริคแบบที่ใครไม่กล้าใช้ เพียงแต่ ก็องโต้ มาก่อน โรนัลโด้ เกือบ 20 ปี ... ความล้ำหน้าแบบนี้แหละ ที่ทำให้เขาพิเศษยิ่งกว่าใคร แม้แต่ เฟอร์กี้ ยังต้องมีการดูแล คันโตนา ที่ต่างออกไปจากคนอื่น ๆ ชนิดสุดขั้วโลกเลยทีเดียว   

"ผมไม่เคยเห็นอเล็กซ์ให้เกียรติใครเท่าคันโตน่ามาก่อน ผมรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ ไม่ใช่เจ้านายและลูกน้อง แต่เป็นเพื่อนร่วมสนามรบมากกว่านะ" ไบรอัน คิดด์ อดีตมือขวาของ เฟอร์กี้ ว่าไว้ 

 

ขับเคลื่อนสู่ความยิ่งใหญ่ด้วยสีสัน 

ไม่ว่าใครจะพูดถึงคันโตน่าอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุดคือสิ่งที่เขาทำในสนาม ... ผลการแข่งขันหลอกกันไม่ได้

ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ดีขึ้นมากโดยเฉพาะเรื่องการยิงประตู หลังจากคันโตน่าเข้ามาในทีมได้ไม่นาน และโปรแกรมลีกสูงสุดของอังกฤษในชื่อใหม่ "พรีเมียร์ลีก" ฤดูกาล 1992-93 เหลืออีก 26 นัด ปีศาจแดง ที่เคยมีปัญหาเรื่องการส่งบอลสู่ก้นตาข่าย กลับยิงระเบิดรวมกันถึง 50 ประตู นำมาซึ่งชัยชนะถึง 18 เกม เสมอ 6 เกม แพ้เพียง 2 เกมเท่านั้น ก็องโต้ กำลังส่งสัญญาณว่า 26 ปีที่แห้งแล้งกำลังจะกลายเป็นงานปาร์ตี้ครั้งใหญ่ของสโมสรแห่งนี้

เฟอร์กี้ อาจจะมองหาใครสักคนที่เข้ามาเป็นดาวยิง และคันโตนา ตอบโจทย์ตรงนี้ได้ แม้จะยิงประตูเป็นรองแค่ อลัน เชียเรอร์ แต่ คันโตน่า ครบเครื่องด้วยการทำไปถึง 11 แอสซิสต์ และเหนือสิ่งอื่นใด คือ คาแร็คเตอร์ของเขาทำให้นักเตะของ ยูไนเต็ด ลงสนามแบบไม่กลัวใคร ไม่ว่าทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่กลายเป็นนักเตะที่ดีขึ้นเมื่อได้ลงสนามร่วมกับ คันโตนา ... หลังจากนั้น ยูไนเต็ด ก็ได้แชมป์ลีกในปี 1993 ต่อด้วยการทำดับเบิลแชมป์ในปี 1994 ... ซึ่งในซีซั่นนั้น คันโตนา ซัดไป 25 ลูกกับอีก 13 แอสซิสต์ ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกไปครอง 

"เขาเป็นเหมือนตัวเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้เกิดความสำเร็จขึ้นที่นี่ ในซีซั่นก่อนเราขาดอะไรไปหลายอย่าง แต่เมื่อ คันโตนา เข้ามา มันทำให้เรามั่นใจขึ้นโดยไม่รู้ตัว เราลงสนามและรู้ว่ามีเขาอยู่ในทีม เราจะรู้สึกว่า 'เดี๋ยวเขาก็จะทำอะไรมหัศจรรย์แน่นอน แล้วเราก็จะชนะในเกมนั้น'" ไรอัน กิ๊กส์ ว่าถึง อิทธิพลของ คันโตนา   

อย่างไรก็ตามตลอด 5 ปี กับ ยูไนเต็ด มีเรื่องราวมากมายของ คันโตนา ที่ให้พูดถึงยิ่งกว่าความสำเร็จ และความเป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสร ทุกคนรู้ดีว่าเมื่อ คันโตนา เข้ามา ยูไนเต็ด ก็เริ่มเข้าสู่ยุคทอง และจากนั้นทุก ๆ คนก็พร้อมจะติดตามเรื่องราว สนใจใคร่รู้สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของเขาเสมอมา และ คันโตนา พร้อมจะตอบสนองอย่างสุดจี๊ดจ๊าด 

คันโตนา ไม่ใช่แค่เก่งและมีอิทธิพล แต่อีกอย่างที่มีไม่แพ้ใครกันคือความเป็นศิลปิน เขามักจะให้สัมภาษณ์อะไรต่าง ๆ มากมายที่น่าสนใจ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่มีใครจะห้ามเขาได้ แม้กระทั่งตัวของ เฟอร์กี้ เองก็ตาม ดังนั้นเราจึงได้เห็นอะไรที่แหกขนบนักเตะมืออาชีพบ่อย ๆ จากคนอย่างเขา 

ฤดูกาล 1993-94 ในเกม ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบสอง เลกสอง ที่ ยูไนเต็ด ไปเยือน กาลาตาซาราย ... เกมนั้นจบลงด้วยสกอร์ 0-0 และทำให้ ยูไนเต็ด ตกรอบจากกฎอเวย์โกลหลังเสมอนัดแรกในบ้านตัวเองถึง 3-3 ... คันโตนา ตบะแตกเพราะนักเตะของเจ้าบ้านถ่วงเวลาจนน่ารำคาญ เขาเริ่มด่ากรรมการว่า "โดนซื้อมาใช่มั้ย" จนทำให้เขาโดนใบแดงหลังจบเกม 

หลังจบเกม ตอนที่นักเตะแมนฯ ยูไนเต็ด เดินออกจากสนาม คันโตนา ถูกขนาบข้างด้วยตำรวจ ก่อนจะเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เมื่อมีการตะลุมบอนกันอย่างอุตลุดภายในอุโมงค์ คันโตนา โดนตำรวจที่ตุรกีตีด้วยกระบอง และทำให้เขาอาละวาด

บรรยากาศฟุตบอลที่ตุรกีขึ้นชื่อในเรื่องความดุเดือดของแฟนบอล โดยเฉพาะสนามเหย้า อาลี ซามี เยน ของ กาลาตาซาราย ที่ถูกขนานนามให้เป็น "นรกทีมเยือน" ดังนั้นการแสดงท่าทางแบบพร้อมจะมีเรื่องกับตำรวจตุรกี และนักเตะเจ้าถิ่นคือสิ่งที่ใครก็ตาม ไม่ควรคิดจะทำแม้แต่จอมห้าวอย่าง รอย คีน ยังยอมรับว่า "เขากลัวจริง ๆ" 

"ตอนนั้นหลาย ๆ คนทั้งผู้จัดการทีม (เฟอร์กูสัน), (ผู้ช่วย) ไบรอัน คิดด์ และนักเตะอีก 2-3 คนพยายามห้ามเขา ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่จะหวาดหวั่นเวลาที่จะบวกใครนะ แต่ตอนนั้นผมไม่ขอยุ่งด้วยจริง ๆ ตรงนั้นมันเต็มไปด้วยคนตุรกีเป็นร้อยเลยนะ" คีน กล่าว ขณะที่ คันโตนา นั้นแสดงออกมาตรงกันข้าม เขาพยายามจะออกไปจัดการกับตำรวจอีกรอบ 

"มีเรื่องที่ทำให้ผมโกรธมาก ๆ ก็คือผมโดนกระบองตีที่หัวจากฝีมือของตำรวจ แน่นอนผมผิดหวังที่ตกรอบ ยูโรเปี้ยน คัพ และเจอแท็คติกโคตรแย่ของคู่แข่ง แถมไม่มีการทดเวลาเจ็บเลย แล้วยังมาโดนใบแดงหลังจบเกมอีกต่างหาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด ผมโดนทำร้ายจากด้านหลัง ด้วยฝีมือของไอ้ตำรวจเลวชาวตุรกี บางทีเราน่าจะกลับไปฟาดปากกันอีกซักครั้ง" คันโตนาว่าไว้ 

เหตุการณ์ดังกล่าวจบไป และ 1 ปีต่อมา มาต่อด้วยเรื่องการกังฟูคิกที่ เซลเฮิร์ส พาร์ค ไม่เคยมีประวัตินักเตะไล่หวดกับแฟนบอลในสนามแบบนี้มาก่อน แต่ คันโตนา ก็ทำ ด้วยการกระโดดเตะปาก แมทธิว ซิมมอนส์ แฟนบอล คริสตัล พาเลซ ที่วิ่งลงมาจากสแตนด์ถัดไปด้านบน 11 แถว เพื่อด่า คันโตนา หลังโดนใบแดง ความหงุดหงิดของเขามันแสดงออกมาง่ายกว่าคนอื่น และเขาไม่เคยลังเลที่จะทำตามสิ่งที่หัวใจบอก "เอาคือเอา" อะไรอย่างนั้นก็ไม่ปาน เขาไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองทำ แม้มันจะทำให้เขาโดนแบนยาวหลายเดือน แต่ คันโตนา ยืนยันว่า ถ้าย้อนเวลาได้ จะ "เล่นแม่ม" ให้หนักยิ่งกว่านี้อีกด้วยซ้ำ

"ผมไม่เคยเสียใจ มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ผมคิดว่าเขา (ซิมมอนส์) ได้เรียนรู้ด้วยเช่นกัน ผมเคยพูดไปแล้วว่าผมควรเตะเขาให้แรงกว่านี้" คันโตนา พูดถึงเหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก ในปี 1995

9 เดือนคือช่วงเวลาที่ยาวนาน และการที่ใครโดนแบนขนาดนั้นย่อมทำให้ เฟอร์กี้ ไม่พอใจแน่นอน อย่างไรก็ตาม มันคือกฎที่ชื่อว่า "กฎของคันโตนา" ไม่ว่าเขาอยากจะทำอะไร เขาก็ต้องได้ทำ แม้แต่ เฟอร์กี้ ก็ยังถึงขั้นไม่กล้าด่าเขาเลยด้วยซ้ำ 

เรื่องราวสุดฮานี้ถูกถ่ายทอดต่อโดย ลี ชาร์ป อีกตัวเก่งของทีมในเวลานั้น ซึ่ง ชาร์ป เล่าว่าสิ่งที่ เฟอร์กี้ พูดกับทุกคนในห้องแต่งตัวทำให้นักเตะในทีมทุกคนตะลึงกันเลยทีเดียว

"ผู้จัดการทีมเข้ามา และเขากำลังของขึ้นสุด ๆ ประตูห้องฟาดปัง แจ็คเก็ตถอดแล้ว ถกแขนเสื้อขึ้นด้วย ควันออกหูน้ำลายเดือดออกปากเลยครับคุณ" ชาร์ป เริ่มเล่ากับ Goal 

"มีม้านั่งอยู่กลางห้อง วางเสื้อวางบอลรอเซ็นลายเซ็นอยู่ มีถ้วยชา มีแซนด์วิชใส่จานอยู่ แม่*ปลิวไปทั่วเลย เราโดนด่ายับ แซนด์วิซไข่มาคาอยู่ที่คอเรา เรามองหน้ากันแล้วคิด 'เหี้*แล้ว คันโตน่าแม่*โดนแน่ !'"

"แล้วนายก็เริ่มใส่ 'ไอ้เหี้* (แกรี่) พัลลิสเตอร์ โหม่งไม่ได้เลย เสียบไม่ได้เลย อินซี่ย์ (พอล อินซ์) มึ*หายหัวไปไหนมา ? ชาร์ปปี้ (ลี ชาร์ป) ยายทวดกูแม่*วิ่งเร็วกว่ามึ*อีก ! พวกมึ*น่าทุเรศชิ*หาย"

"เก้าโมงเช้า พรุ่งนี้ กูจะให้พวกมึ*วิ่งแม่*จนไข่ปลิ้น แล้วก็ เอริค (เสียงอ่อนลง) เราลงสนามไปทำอะไรแบบนั้นไม่ได้นะลูก" เรื่องเล่าระดับตำนานยังคลาสสิกและบอกถึงความพิเศษของ คันโตนา ได้ดีจนกระทั่งทุกวันนี้ 

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เฟอร์กี้ และเพื่อนร่วมทีม ยูไนเต็ด ไม่เคยยืนอยู่คนละฝั่งกับ คันโตนา พวกเขาเลือกจะหนุนหลังแม้รู้ทั้งรู้ว่า คันโตนา ได้ทำในสิ่งที่ผิด ... อย่างไรก็ตามแม้จะผิดแค่ไหนแต่ คันโตนา ก็แอ่นอกรับผิดชอบเรื่องดังกล่าวทุกครั้ง เขาโดนลงโทษตามที่สมควร และเมื่อเขากลับมา ก็องโต้ ยังคงเป็นคนเดิม ... หลังพ้นแบน 9 เดือน คันโตนา คัมแบ็กและช่วยให้ ยูไนเต็ด คว้าดับเบิลแชมป์ 

 

ตำนานที่แท้จริง

สำหรับแฟนบอลทีมอื่นที่ไม่ใช่ ยูไนเต็ด อาจจะรู้สึกว่า คันโตนา เองไม่ได้ยอดเยี่ยมและประทับใจหรือยิ่งใหญ่ระดับโลก กับผลงาน 161 ลูกจาก 432 นัด เพราะถ้าหากมีการเทียบสถิติต่าง ๆ แล้ว คันโตนา ยังไม่ใกล้เคียงระดับตำนานอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์, ดิเอโก มาราโดนา หรือใครคนอื่น ๆ  

เขาไม่เคยช่วยทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ ไม่เคยเป็นกำลังสำคัญในฐานะนักเตะทีมชาติฝรั่งเศส และนั่นอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนเอามาคานความยิ่งใหญ่ที่ คันโตนา ทำให้ ยูไนเต็ด ตลอดระยะเวลา 5 ปี 

อย่างไรก็ตาม ได้โปรดจงอย่าลืมว่าในยุคที่ฟุตบอลอังกฤษถูกเรียกว่าฟุตบอลโบราณ และให้ค่ากับนักเตะต่างชาติน้อย กลับเป็นช่วงเวลาที่ คันโตนา เข้ามาและเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ไปทั้งหมด

กองหน้าไม่จำเป็นต้องตัวใหญ่ โหม่งเก่ง แข็งแกร่ง ตามแบบฉบับบอลอังกฤษ แต่การใช้เทคนิคและความเป็นศิลปินก็สามารถส่งให้ลูกฟุตบอลเข้าประตูลูกแล้วลูกเล่าได้เหมือนกัน แถมยังเป็นการยิงประตูที่น่าประทับใจจนถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้อีกด้วย 

สำหรับ คันโตนา เขาคือผู้แหวกม่านประเพณีก็ว่าได้ หลายทีมเริ่มให้ความสำคัญกับนักเตะต่างชาติ และยอมรับความแตกต่างที่นักเตะเหล่านี้นำเข้ามา ถ้าให้พื้นที่และความสำคัญกับพวกเขา เลิกอยู่กับความเชื่อเดิม คุณจะได้พบสิ่งใหม่แบบที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน 

"คันโตนา นี่แหละคือคนที่มีส่วนต่อพัฒนาการของพรีเมียร์ลีกได้อย่างรวดเร็วที่สุด ทุกคนพยายามโต้เถียงกับเรื่องราวของเขาอยู่เรื่อย แต่เขาแสดงความสามารถออกมาในทุกสัปดาห์ เขายืนยันว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะในระดับที่ดีที่สุดที่พรีเมียร์ลีกเคยได้เห็น ... เป็นเกียรติมากที่ได้เล่นร่วมทีมกับคนอย่างเขา" ปีเตอร์ ชไมเคิล นายทวารของ ยูไนเต็ด ผู้ยิ่งใหญ่ว่าเอาไว้ 

ฟุตบอลอังกฤษกลายเป็นลีกที่มีรสชาติ เต็มไปด้วยการเข้ามาสร้างสีสันโดยนักเตะจากต่างแดน และมีเรื่องราวสนุก ๆ ให้น่าติดตามทั้งในและนอกสนาม ล้วนเกิดขึ้นหลังจากยุคที่ คันโตนา มาเติมความจี๊ดให้พรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น ... หากจะมีใครสักคนควรติดทำเนียบ "ฮอลล์ ออฟ เฟม ของพรีเมียร์ลีก" คันโตน่า ควรได้รับเกียรตินั้นโดยแท้จริง 

แม้อาจไม่ใช่คนแรกสุด เนื่องจากพรีเมียร์ลีกประกาศให้ อลัน เชียเรอร์ และ เธียร์รี่ อองรี เข้าหอเกียรติยศเป็น 2 คนแรก แต่การเป็นคนแรกที่ได้เดินเข้า ฮอลล์ ออฟ เฟม ด้วยคะแนนโหวตจากแฟนบอล รวมถึงเป็นนักเตะคนแรกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้รับสิทธิ์นั้น นั่นก็ตอบคำถามได้เกินพอแล้วว่า ผลงานของ "เอริค เดอะ คิง" ในเกาะอังกฤษควรค่าแก่การจดจำแค่ไหน


แหล่งอ้างอิง : 

https://arjyomitra94.wordpress.com/2015/12/07/quotes-on-eric-cantona/ 
https://mundialmag.com/blogs/articles/eric-cantona-manchester-united-leeds-marseille-looking-for-eric-the-farm 
https://www.sportskeeda.com/football/news-he-s-special-personality-mata-hails-epl-legend-eric-cantona
https://bleacherreport.com/articles/32420-the-original-overrated-epl-star-eric-cantona
https://www.planetfootball.com/nostalgia/epic-tribute-eric-cantona-incredible-impact-man-utd/
https://www.goal.com/story/eric-cantona-celebrates-manchester-united-anniversary/index.html
https://bleacherreport.com/articles/1155925-eric-cantona-10-reasons-he-could-be-the-all-time-greatest-premier-league-play 



AUTHOR

ชยันธร ใจมูล

นักเขียนลูกสอง จองเรื่องฟุตบอลและมวยโลก รู้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง แต่เขียนแล้วอินทุกเรื่อง
     


PHOTO

อภิสิทธิ์ โชติพิบูลย์ทรัพย์

Graphic Designer แห่ง Main Stand ผู้รับเหมางานภาพกราฟิกหน้าปกบทความทุกชิ้น
     


x